เหตุผลของการก้าวเดินทาง (ตื่นบนเตียงอื่น - ปราบดา หยุ่น)
เธอไม่อาจฝืนธรรมชาติ
เพราะเมื่อเธอฝืนธรรมชาติ
นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน
- ปราบดา หยุ่น 

เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่ผมกับภรรยาไปเดินร้านหนังสือที่เรามักแวะไปประจำว่า “เดี๋ยวนี้ใครก็เป็นนักเขียนได้เนอะ” มันกระตุกต่อมความคิดในหัวระหว่างที่กำลังพลิกเปิดหนังสือเล่มใหม่ๆที่เพิ่งวางแผง ว่าไปมันก็จริงอย่างที่เธอว่า เดี๋ยวนี้นักเขียนหน้าใหม่เยอะมาก (รวมถึงตัวมึงด้วยไง) โดยเฉพาะหนังสือในหมวดแบกเป้ท่องเที่ยวและฮาวทูขายความเพ้อฝัน ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเองและความฝัน ทำในสิ่งที่รักเพื่อจะกลับมารักในสิ่งที่ทำ หวังว่าการก้าวออกประตูบ้านจะทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นเหมือนกับคนอื่นบ้าง เสร็จก็กลับมาเขียนหนังสือ ด้านหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีของสังคมไทยที่เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจการเขียนการอ่านมากขึ้น แต่ที่น่าเสียดาย ในด้านกลับกันปริมาณที่มากขึ้นไม่ได้การันตีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นไปตามไปด้วย

ผมเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นรึเปล่า เป็นพวกขายฝันให้คนเพ้อถึงความไร้สาระที่ไม่ได้มีความหมายอะไรต่อชีวิต ไ่ม่ได้ทำให้คนอ่านนั้นดีขึ้นแต่กลับไปเพิ่มอัตราเร่งในความไร้สาระที่มีเยอะอยู่แล้วในสังคมปัจจุบันหรือไม่? มันทำให้รู้สึกว้าวุ่นในหัวและรู้สึกผิดจนคล้ายเป็นความบาปที่ทำเรื่องแย่ๆ ความคิดนั้นวนเวียนในหัวไม่ยอมหายไปไหน จนวันหนึ่งผมเห็นหนังสือ “ตื่นบนเตียงอื่น” ของ “ปราบดา หยุ่น” ออกใหม่ ผมรีบกดปุ่มซื้อและจ่ายเงินทันที นักเขียนคุณภาพคนโปรดคนเดิมที่หลังจากอ่านงานเขียนของเขาทุกครั้งเหมือนจะได้ครอบครองดวงตาคู่ใหม่ ดวงตาที่สามารถมองเห็นมุมมองใหม่ของสิ่งเดิมๆ คล้ายด้านมืดของดวงจันทร์ที่ไม่เคยคิดว่ามีก็เหมือนถูกเอาไฟฉายสาดส่องให้สว่างไสว บันทึกการเดินทางบนเกาะเล็กๆในฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเล่นน่าสะพรึงกลัวว่า “เกาะมนต์ดำ” ทำให้ตาของผมมองเห็นหนังสือ “บันทึกการเดินทาง” ในอีกแง่หนึ่ง ด้านมืดที่ไม่เคยมีใครพูดถึง มุมที่ไม่เคยมีใครค้นหา หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เติมไฟให้คนรีบแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไปตามจุดไฮไลท์ต่างๆ แต่เติมฟืนแห่งความคิดให้หัวสมองได้ใคร่ครวญถึงคำถามสำคัญหลายๆอย่างสำหรับคนที่เรียกตัวเองว่า “นักเดินทาง”

ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมเป็นแฟนหนังสือของนักเขียนหัวกลมคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร หนังสือ “เมืองมุมฉาก” “ความน่าจะเป็น” “อุทุกภัยในดวงตา” “ส่วนที่เคลื่อนไหว” ถือว่าเป็นเล่มแรกๆในชีวิตที่เริ่มกลายร่างเป็นหนอนหนังสือตัวอ้วนๆ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า “ปราบดา หยุ่น” คือใคร แต่นามสกุลโครตจะคุ้นหู คล้ายกับใครสักคนที่เป็นนักข่าวของช่อง itv (ในสมัยนั้น) และที่ผมคุ้นเคยก็เป็นเพราะว่าทีวีที่บ้านมีช่องนี้เป็นช่อง default เตี่ยเลือกรับข่าวสารจากช่องนี้เพราะเหตุผลเดียวคือ “ไม่มีโฆษณา” ให้รำคาญใจ มาถึงบางอ้อว่าทั้งสองคนนี้สัมพันธ์เป็นบิดากับบุตรก็ตอนที่ถามพี่สาว (ตอนนั้นกูเกิ้ลยังไม่เกิดนะหนูๆ อยากรู้อะไรก็สะกิดคนใกล้ตัวที่ใกล้ที่สุดแล้วเอ่ยปากถาม) ผมยื่นหนังสือให้พี่สาวดูแล้วถามว่ารู้จักนักเขียนคนนี้รึเปล่า เขาก็บอกว่า “อ๋อออ ก็ลูกนักข่าวหัวโล้น สุทธิชัย หยุ่น ที่อยู่ itv ไง ทำไมเหรอ?” ผมรีบตอบเลยว่า “เขาเขียนดีมากเลยครับ”

หนังสือ “ตื่นบนเตียงอื่น” เล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อผู้อ่านออกไปเดินตามรอยหาอะไรข้างนอก แต่ในทางกลับกันมันทำให้ผมรู้สึกว่าผู้อ่านน่าจะอยากอยู่นิ่งๆแล้วค้นหาคำตอบที่อยู่ข้างในตัวเองซะมากกว่า คำถามที่ผู้เขียนตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรกว่า “ตอนนี้เขากำลังหนีอะไรอยู่” ก็ค่อยๆถูกเผยคำตอบออกมาทีละนิดผ่านกระบวนการณ์ทางความคิดที่ผ่านเข้ามาในหัวกลมๆของชายผู้นี้

ทุกบรรทัดและวรรคตอนทำให้ผมครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา ทำให้สงสัยตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวผออกเดินทางเพื่ออะไรกันแน่ ออกไปตามหาความฝัน ออกไปสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า “ธรรมชาติ” (คำนี้ถูกใช้ตลอดทั้งเล่มและมีความหมายแตกต่างกันแล้วแต่ว่าผู้อ่านจะมองจากมุมไหนจากความคิดของผู้เขียนและผู้อ่าน) เพื่ออะไร? ผมกำลังวิ่งหนีอะไรในชีวิตทุกวันนี้รึเปล่า? ที่จริงแล้วผมมีความสุขดีกับชีวิตที่เป็นอยู่หรือไม่? เพราะที่จริงถ้าชีวิตมีความสุขก็ไม่ควรต้องปลีกตัวหนีไปที่อื่น หรือจะพูดว่าออกไปหาประสบการณ์ เพื่อไปเห็นสิ่งที่มีที่เป็นอยู่ของโลกใบนี้อย่างที่ใครเขาเรียกว่า “เปิดหูเปิดตา” เพียงเท่านั้นนะหรือ? ประโยชน์อะไรกันถ้าแค่นั้นเป็นเหตุผล ผมเป็นคนที่ตื้นเขินกว่าที่คิดว่าตัวเองเป็นรึเปล่า? แล้วการปลีกตัวคล้ายไปสันโดษเพียงช่วงเวลาสั้นๆในพื้นที่กลางป่ากลางเขาจะทำให้เรียนรู้อะไรใหม่ๆในชีวิตจริงๆนะหรือ แล้วธรรมชาติที่ว่าสวยงามนั้นสวยงามเพราะอะไรใครเป็นคนพูดกัน? มันสวยงามจริงๆหรือแค่เขาพูดอย่างนั้น?

ตัวอักษรค่อยๆผ่านตาไปเรื่อยๆ สมองก็ประกอบความคิดก่อร่างเป็นคำถาม คำตอบตามมาบ้างไม่ตามมาบ้าง แม้อ่านจบเล่มไปแล้วยังต้องเอากลับมาอ่านใหม่อีกรอบค้นหาคำตอบ แต่ดูคล้ายว่าจะหมดโอกาส ประสบการณ์สามสิบปีที่ผ่านมาสอนผมได้เพียงเท่าที่ผมรู้ตอนนี้ สิ่งที่มีในหัวมีอยู่เท่าเดิมไม่ได้เพิ่มขึ้นมาง่ายๆ คำตอบที่อยากรู้ไม่ได้มาหาเพียงเพราะผมต้องการ เหมือนกับเด็กประถมที่ต้องการจะเรียนสูตรดิฟเฟอเรนเชียลแคลคูลัสแต่สมองยังแค่นับหนึ่งถึงสิบ บทเรียนมีค่าแต่คนที่รับยังไม่พร้อมก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อผมอ่านหน้าสุดท้ายจบ แม้จะมีหลายอย่างที่ผมไม่รู้และยังตอบคำถามที่หนังสือเล่มนี้ก่อขึ้นไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้แน่นอนเลยคือ “ผมยังโง่เขลาอย่างมาก”

แม้จะดูเป็นบทสรุปที่ดูน่าผิดหวัง การที่มารู้ตัวว่าตัวเองไม่ฉลาดนั้นดูจะแสนเศร้า แต่ผมกลับรู้สึกดีกับตัวเองซะอีก มันไม่เหมือนกับหนังสือ Best-Seller หลายเล่มที่ตั้งวางแผ่หลาบนชั้นอย่างสง่าผ่าเผย แต่ข้อมูลด้านในกลับคัดลอกเล่มอื่นเอามาดัดแปลงจัดใหม่หน้าใหม่เพื่อยำขาย คนที่อ่านแล้วเล่มหนึ่งก็จะเดาเนื้อหาออกตั้งแต่ต้นจนจบ (และเดี๋ยวนี้มันมีเยอะมาก ไปหาในหมวดฮาวทู) แต่ “ตื่นบนเตียงอื่น” เป็นหนังสืออีกเล่มที่ทำให้ผมเรียนรู้อะไรใหม่ๆอีกหลายอย่างในชีวิต เหมือนตื่นบนเตียงอื่นที่ลืมตาแล้วเห็นมุมมองใหม่ของช่วงเวลาเช้า ได้กลับไปคิดทบทวนถึงการกระทำของตัวเองและสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคต หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ขาย “ความฝัน” อย่างกับบันทึกการเดินทางเล่มอื่นๆ ไม่ได้ไปพิชิตยอดเขาสูงชันหรือเป้าหมายอันแรงกล้าที่ตัวเองอยากเอาชนะ แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณ​ (โดยเฉพาะที่เรียกตัวเองว่า “นักเดินทาง”) ตั้งคำถามกับการออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในคราวต่อไป คุณอาจจะตอบง่ายๆแค่ว่า “ก็เพราะอยากไป” ก็คงจะไม่ผิด แต่สำหรับผมเองผมจะตอบไว้ตรงนี้อย่างไม่อายเลยว่า “ผมออกเดินทางเพราะผมยังโง่เขลาอยู่” มันเป็นคำตอบที่ธรรมชาติที่สุดสำหรับตัวผมเอง และผมคงจะไม่พยายามฝืนมัน เพราะแม้การฝืนธรรมชาติจะดูขัดกับธรรมชาติ แต่มันก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์เหมือนกัน
SHARE
Written in this book
More Than Just a Book
หนังสือที่มากกว่าหนังสือ
Writer
sopons
writer
ผมมีความสุขกับการอ่านหนังสือ ชอบเดินทางไปในที่ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง พบเจอเรียนรู้ผู้คน รักการถ่ายรูปและธรรมชาติ มีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งมองเหม่อดูเมฆเคลื่อนตัวบนท้องฟ้า นอนบนทุ่งหญ้าแล้วดมกลิ่นดินที่ลอยคลุ้ง รักและมีความสุขกับการได้คลุกตัวอยู่กับการเขียนหนังสือ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนและพร้อมรับฟังความคิดเห็นเสมอครับ - โสภณ ​ศุภมั่งมี ผลงานหนังสือ : The Nerd of Microsoft, คิดสุดปลายเท้า, สวิสที่ฝัน ในวันที่ตื่น, คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์ | blog : aftertomorrow.co | fb/tw/ig : sopons | Columnist : The Matter, the101.world, GQ Thailand, Don't Magazine | Writer : สนพ. Salmon | Work Contact : 0891919698

Comments

Imagist
4 years ago
ยิ่งพวกที่อวดอ้างเป็นกูรูตามเน็ตอย่างแกะดำก็หากินแบบ copy paste แล้วเปิดตัวเป็นโค้ชเก็บหัวละหมื่นด้วยนะเออ คนไม่ชอบอ่านหนังสือก็จ่ายไป
Reply
sopons
4 years ago
เดี๋ยวนี้เยอะมากครับ
imonkey7
4 years ago
รีวิวอะไรเกรงใจลิสต์หนังสือผมบ้าง ท่วมห้องแล้ว
Reply
sopons
4 years ago
กลัวแชมป์พลาดไง :)
Deux
4 years ago
55555
JeansMT_SUT
4 years ago
ขอบคุณสำหรับมุมมองใหม่ๆครับ ผมเคยอ่านหนังสือของคุณปราบดาแค่เล่มเดียวคือเรื่อง"ความน่าจะเป็น" แต่ได้เห็นวิธีการเขียนที่หลากหลายมากครับ
Reply
sopons
4 years ago
ลองเล่มนี้ดูครับ
JeansMT_SUT
4 years ago
ครับ ขอบคุณที่แนะนำครับ :)
Bewbundanjai
4 years ago
ผมก็โง่ครับพี่^^
😁👍👍
Reply
Bewbundanjai
4 years ago
^^ ลุยย!!
อิอิ. ชอบงานพี่ครับ^^
sopons
4 years ago
ขอบคุณมากเลยครับ แอบติดตามงานบิวอยู่เงียบๆ :)
Bewbundanjai
4 years ago
^^ 😁🙏
lalajinx
4 years ago
ไปไกลแค่ไหนก็เหมือนจะหนีความทุกข์ที่หยิบยื่นให้ตัวเองไม่พ้น เหมือนเปลี่ยนที่ทุกข์ แต่แค่เราไม่ต้องจมอยู่กับมัน เพราะเรามีธรรมชาติให้ชื่นชม มีคนให้พบเจอ ใช่ค่ะ และทำให้เราได้ครุ่นคิด และความทุกข์ก็เบาบาง . . .
Reply
sopons
4 years ago
👍🏻👍🏻👍🏻