ธรรมกายในมุมมองของข้าพเจ้า
     สวัสดี Storylog (เขียนเหมือนไดอารี่) หลังจากไม่ได้อึดอัดใจมานานมาก วันนี้อยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายจากมมมองของเราที่ ณ ตอนนี้ ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

     เราขอพูดถึงปรากฎการณ์ "ธรรมกาย" ในรูปแบบที่แยกออกจากตัวของพระธรรม... (ชื่อเขียนยังไงหว่า ?) เอาเป็นว่าพระที่กำลังเป็นข่าวดังกันอยู่ตอนนี้ คือเราอยากให้แยกตัวเขาออกจากความเป็นธรรมการซึ่งในสายตาเราคือแขนงหนึ่งของพุทธ


     เราคิดว่าอันตรายจริงๆของการคงอยู่ของ "ธรรมกาย" มันเกิดขึ้นนเพราะโครงสรา้งสังคม สังคมที่ปลูกฝังให้คนหันไปพึ่งพิงความเชื่อทางใจก่อนที่จะเชื่อในตัวเอง หลายปีมานี้เราเห็นพลังของความเป็นธรรมกายที่กล้าแข็งมาก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการประชาสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายขั้นสุดยอด แต่ในอีกแง่หนึ่งมันก็น่าจะวนกลับมาถามสังคม (คำถามเดิมๆจากเรื่องก่อนๆที่เราเขียน) ว่าสังคมแบบไหนกันที่ปล่อยให้กระบวนการอย่างนั้นชักจูงคนในสังคมให้หลงไหลจนถึงขั้นที่แยกไม่ออกระหว่างการดูหมิ่นความเชื่อกับการกล่าวหาการทำความผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

     สังคมที่มีโคร้งสร้างแบบพึ่งพิงเสาหลักบางอย่างที่ดจะเบาบางและจับต้องไม่ได้ในความเป็นจริงอย่างที่พึ่งทางใจ ในมุมมองของเรามันดูอ่อนแอและพร้อมที่จะพังทลายได้ตลอด ณ จุดนี้เราไม่ได้ดูถูกความเป็นพุทธ คริสต์ อิสลามใดๆ แต่เราคิดว่าการสอนให้พึ่งพิงความเชื่อก่อนที่จะพึ่งพิงตนเอง แล้วค่อยเอาความเชื่อไปเพิ่มวามเข้มแข็งให้ตนเองมันน่าจะไม่ถูกต้องนัก จริงๆถ้าจะให้สาวกันออกไปคนไล่เรียงไปได้ตั้งแต่วัฒนธรรมการบูชาผี ยันการบนบานสานกล่าวจนทำให้เจ้าที่เจ้าทางทำงานหนักเกินกว่าเหตุ

     ในส่วนของประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ไอส่วนของความไม่ยึดถือในศาสนาของเราอยากจะออกมาถามคนหลายๆคนรอบๆตัวตลอดเวลาว่า คนที่นับถือธรรมกายทำผิดอะไร เพราะเรามองว่าธรรมกายมันคือพัฒนาการรูปแบบหนึ่งของความเชื่อที่เรียกว่า "พุทธ"  ตราบใดที่คนซึ่งเชื่อในธรรมกายยังไม่ออกมาทำร้ายใครหรือทำอะไรผิดกฎหมาย ความชื่อก็ยังเป็นความเชื่อ และมันควรถูกสงวนไว้ในเรื่องส่วนบุคคล การมาด่าทอคนที่นับถือธรรมกาย หรือแม้กระทั่งเชียพระรูปนั้นโดยไม่สนใจประเด็นอื่นพียงเพราะถูกฝังหัวว่า "ธรรมกายจะมาทำลายพุทธแท้" มันไม่ถูกสำหรับเรา ในมุมหนึ่งเพราะว่าเรามองว่าสังคมมีส่วนรับผิดชอบที่ทำให้คนอย่างนั้นสามารถกุมจิตใจของคนจำนวนมากได้ อีกประการหนึ่งเราไม่เห็นด้วยกับการเอาความเชื่อของตนเองมาครอบคนอื่นไว้แล้วบอกว่าความเชื่อของตนสูงส่งกว่า ถูกต้องกว่า

     สรุปง่ายๆเลย เราไม่ได้มองว่าตัวความเชื่อชื่อ "ธรรมกาย" ผิด เรามองว่าสิ่งที่ผิดคือคน และควรแยกคนออกจากความเชื่อ การด่าทอคนที่เชื่อธรรมกายจนถึงขั้นสาปแช่งให้ตาย หรือว่ากล่าวเสียๆหายแล้วตบท้ายด้วยประโยคที่ว่าเราทำเพื่อปกป้องศาสนาพุทธมันดูไม่แฟร์เลยกับคนที่เขาก็มีความเชื่อในแบบของเขา จะด่าจะว่าจะไม่ชอบ พระ รูปนั้น มันก็ควรแยกออกมาให้ชัดเจน

 การเรียกร้องหาความเชื่อที่ดีงามที่สุด มันก็เหมือนการพยายามหาห้องน้ำที่ดีที่สุด สะอาดที่สุด คือมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะพยายามทำความสะอาดมันแค่ไหนก็ตาม เพราะมันมีคนเข้ามาฉี่เข้ามาทำให้ห้องน้ำของคุณสกปรกตลอดเวลา

     ปล. ยืมคำมาจากหนังสือ Vital Democracy ซึ่งใครกล่าวไว้ก็จำไม่ได้ เอามาดัดแปลอีกทีหนึ่ง
     ปล.  2 ห้องน้ำที่ไม่มีคนเข้าไปทำให้สกปรกตามวัตถุประสงค์ของมัน มันควรถูกทุบทิ้งมากกว่าปล่อยให้ร้างคนเข้าไปฉี่นะ
  
SHARE

Comments

Pokin
5 years ago
ชอบฮะ
Reply