รอยแผลเป็นกลิ่นกุหลาบบัลแกเรียน, และฉันชอบผู้หญิง


1.



“ทำไมแกไม่ลองคบผู้ชายดูอ่ะ”



“พ่อฉันเคยบอกว่า เลสเบี้ยนน่ะ โดนผู้ชายไปทีนึงก็หายเป็นแล้ว”



ประโยคคำถามแสนคุ้นเคยเวียนกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง เป็นเวลานานแล้วที่ฉันไม่ได้ยินคำถามทำนองนี้ อาจเป็นเพราะเวลาเกือบสี่ปีในมหาวิทยาลัยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้แสดงตัวตนต่อใครมากนัก จะมีก็แต่เพื่อนที่สนิทเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ความลับของฉัน


และครั้งนี้ มันหลุดออกมาจากปากเพื่อนสนิทหน้าตาดีคนหนึ่ง, หล่อนกำลังมีความรักสุดแสนโรแมนติกกับเพื่อนชายสมัยมัธยม ซึ่งมันก็พอจะทำให้ฉันเข้าใจได้ว่าคงเป็นการยากสำหรับหล่อน ในการทำความเข้าใจสิ่งที่ฉันเป็น



“นั่นสินะ..คงต้องลองกลับไปคิดดู ”




นั่นเป็นเพียงคำพูดที่ล่องลอยออกไปแบบไม่ทันได้คิด เหมือนเช่นทุกครั้ง, ฉันเพียงแค่เลือกใช้คำพูดแกนๆเพื่อจบบทสนทนา —คำพูด ที่ไม่ต้องมีการตั้งคำถามตามมาจากอีกฝ่าย


อันที่จริงฉันก็แค่เหนื่อยจากการเรียนในวันนี้ ฉันเพียงแค่อยากพักสายตาจากการจราจรแสนวุ่นวายตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็เลือกที่จะทำเป็นพูดคุยและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนช่างพูดคนนี้...ก็อุตส่าห์อาสาขับรถไปส่งฉันถึงหน้าหอพัก แม้ว่าจะเป็นเวลาใกล้ค่ำ แถมบ้านของเธอจะอยู่ไกลจากที่นี่มากก็ตาม
 


ฉันทำเป็นหัวเราะแห้งๆ เหมือนคนที่กำลังสำนึกผิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าของฉันรู้สึกร้อนผ่าว มีอาการวูบไหวเล็กน้อย และมันคงเล็กพอจนอีกคนไม่ทันได้สังเกตเห็น สาวเจ้าจึงเปิดวิทยุหาเพลงฟังเรื่อยเปื่อยอย่างที่ทำเป็นประจำ



แต่ภายในห้วงความคิดเบื้องหลังร้อยยิ้มนั้น ฉันกรีดร้องออกมา

 What’s so wrong with being gay?



2


ตั้งแต่จำความได้ เรื่องราวเกี่ยวกับความรักของฉันมักจะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงสองคนเสมอ
แม้ว่าจะเรียนโรงเรียนสหศึกษามาตลอด แต่สายตาของฉันไม่เคยหวั่นไหวกับนักเรียนชายเลยสักคน

การเป็นเลสเบี้ยนตั้งแต่ตัวเองยังไม่รู้จักคำว่าเลสเบี้ยนก็เป็นช่วงเวลาที่สนุกไปอีกแบบ ไม่ได้นิยามตนเอง ไม่มีใครมานิยาม ไม่มีคนสงสัย การจับมือเพื่อนนักเรียนหญิงที่ชอบช่างเป็นอะไรที่ 
so right โลกนี้ช่างสวยงาม ฉันมีความรัก และฉันอยากจะแสดงมันออกมา ความรักในวัยเด็กจึงเป็นสิ่งที่สวยงามและบริสุทธิ์เสมอในความคิดของฉัน


แต่เมื่อฉันโตขึ้นและก้าวเข้าสู่วัยมัธยม —วัยที่สมองมนุษย์ทำงานแปลกประหลาดที่สุด วัยที่หัวใจสับสนระหว่างความสบายในวัยเด็กและความกระหายจะเป็นผู้ใหญ่


ฉันได้พบผู้หญิงคนหนึ่ง และฉันได้รักอย่างที่ฉันไม่เคยรักมาก่อน

.


‘ขอให้ได้เธอเป็นบัดดี้เถอะ ขอให้ได้เธอเป็นบัดดี้เถอะ’

สองมือของฉันค่อยๆคลี่แผ่นกระดาษเล็กๆที่ถูกม้วนจนยุ่ยยับออก หลังจากสุ่มหยิบมันมาจากกล่องกระดาษใบใหญ่ หัวใจเต้นระรัว พลางคิดถึงกฎแห่งแรงดึงดูดจากหนังสือ The Secret ของรอนดา เบิร์น ที่ว่าหากเราขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเชื่อมั่นแล้วนั้น จักรวาลจะนำพาสิ่งนั้นมาให้เรา ฉันรู้ —โครตเว่อร์ 


แต่ชื่อของเธอก็ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นจริงๆ 


นั่นสินะ เวลาคุณตกหลุมรักใครสักคน น่าแปลกที่ทุกๆเรื่องบังเอิญกลายเป็นพรมลิขิตในสายตาคุณ ทุกๆการกระทำของเขาฝังอยู่ในสมองของคุณ ทุกๆคำพูดของเขาประทับอยู่ในใจของคุณ 
คุณรู้สึกได้ถึงประกายในดวงตาของคุณเมื่อคุณมองไปที่เขา จนคุณกลัวว่าสักวันอาจมีใครสังเกตเห็น


สำหรับฉัน, เป็นเธอที่สังเกตเห็น




 
3.

เธอเป็นผู้หญิงสวยที่เพียบพร้อม และมักถูกรายล้อมไปด้วยบรรดาผู้ชายหน้าตาดีพ่วงด้วยฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาของเธอเลยแม้ฉันจะตามจีบเธออยู่ถึงสองปีเต็ม ฉันพยายามทำทุกอย่างให้เธอพอใจอยู่ห่างๆ และในตอนนั้น การติวหนังสือจากเด็ก
เนิร์ดอย่างฉันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของเธอ


แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สายตาที่เธอกำลังตั้งใจฟังฉันอธิบายถึงทฤษฎีสัมพันธภาพเบื้องต้น, กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆจากน้ำหอมที่เธอใช้เป็นประจำ มันแทบจะหลอมละลายให้ฉันกลายเป็นสสารชนิดแรกที่สามารถสูญหายไปจากโลกได้ 



“แกใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรหรอ”



“อืม..ไม่แน่ใจแฮะ แต่ขวดมันมีดอกกุหลาบอยู่ข้างในอ่ะ”



ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อหรือเปล่า แต่เย็นวันนั้นในระหว่างรอเรียนพิเศษช่วงค่ำ ฉันเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าแผนกเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน ใช้เวลาอยู่นานร่วมชั่วโมง ฉันก็พบสิ่งที่ตามหา : ขวดแก้วใสทรงสูง ภายในบรรจุดอกกุหลาบสีแดงสด



ฉันค่อยๆบรรจงฉีดของเหลวสีใสนั้นลงบนหลังฝ่ามือ วินาทีที่ละอองของมันฟุ้งกระจายออกมา ฉันก็เผลอยิ้มออกไปอย่างไม่รู้ตัว 

 
‘รู้สึกเหมือนเธออยู่ใกล้ๆเลยแฮะ’


วันนั้นฉันไม่ได้ตัดสินใจซื้อเจ้าดอกกุหลาบนั้นกลับบ้าน 
คงเพราะฉันอยากจะได้กลิ่นมัน..จากร่างกายของเธอเท่านั้น 



อย่างไรก็ตาม เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น จนในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อนต่อความทุ่มเทและความจริงใจของฉัน เราตกลงเป็นแฟนกันในคืนหนึ่งของฤดูหนาว ระหว่างที่เรากำลังจะจบชั้นมอห้าและฤดูกาลอ่านหนังสือสอบเข้าจะมาถึง มันเป็นคืนที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต ฉันไปนอนค้างบ้านเธอ เธอสารภาพรักกับฉัน และเราจูบกัน



พูดอย่างตรงไปตรงมา ความรักระหว่างเราคล้ายๆว่าจะเป็นแค่ความเผลอไผลไปชั่วขณะของเธอเท่านั้น ยิ่งเวลาผ่านไป ฉันยิ่งแน่ใจว่าสิ่งที่ฉันเป็นไม่เคยใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธอมักอยากให้ฉันแต่งตัวและมีบุคลิกคล้ายคลึงเพศชาย ในขณะที่สิ่งที่ฉันต้องการคือ ลิปสติกและรองเท้าส้นสูง 
 

ผลสรุปน่ะหรอ? คุณคิดว่าไงล่ะ



 
4.


ฉันมักจะเปรียบเทียบเธอกับยาพิษรสหวานช่ำ —ในเวลาที่คุณกำลังดื่มกินมัน รสหวานหอมแสนเย้ายวน ทำให้คุณลืมสิ้นซึ่งทุกสิ่งรอบกาย แต่ภัยร้ายคือคุณไม่รู้เลยว่ามันจะให้บาดแผลติดตัวคุณไปอีกนานเท่าไร หรืออันที่จริง คุณอาจจะรู้แต่ก็ยังแสร้งลืมความจริงข้อนั้นไป


หลังจากเราต่างแยกย้ายกันเข้ามหาวิทยาลัยตามเส้นทางของตนเอง ฉันได้พบเพื่อนชายบางคนที่เข้ามาตีสนิทและคิดเกินเลย แต่มันมักจะจบอยู่ที่ตรงนั้น เพราะความรักที่ฉันมีต่อเธอมันมากจนฉันไม่สามารถมองใครได้อีก


แต่เหมือนเธอจะคิดสวนทาง ฉันสังเกตได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เธอไม่ยอมบอกใครว่าเธอมีแฟนแล้ว เธอลบรูปภาพของเราบนโซเชียลมีเดียทิ้งทั้งหมด



And here comes the worst part :

 


“พ่ออยากให้เราคบกับผู้ชาย เขาคิดว่าคบเพศเดียวกันมันผิดปกติ”
 

พระเจ้า ไม่ต้องย้ำในสิ่งที่ฉันรู้หรอกน่า ตั้งแต่วันที่เขามองฉันด้วยสายตาแปลกๆวันนั้น ฉันก็รู้สถานะตัวเองมาตลอด รู้มาตลอดถึงความกลัวของเขาที่คิดว่าเหล่าคนข้ามเพศเป็นพวกจิตวิปริต หึงหวงรุนแรง และเป็นตัวอันตราย แต่เรื่องนั้นมันไม่เคยสำคัญในความคิดของฉันเลย ไม่สำคัญเท่ากับ..



“แล้วแกคิดยังไงล่ะ”


“หมายความว่าไง”


“เราไม่สนหรอกว่าพ่อแกคิดยังไง ตอนนี้เราอยากรู้ว่าแกคิดยังไง ”




“เรา—เราว่าความรักแบบนี้มันไม่ยั่งยืน”
 


ฉันเองก็ไม่ใช่คนโง่งมจนไม่รู้ถึงสัญญาณที่เธอส่งมา ฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกเธอก่อนถึงแม้เธอจะไม่เคยเอ่ยปาก —ใช่ คนอย่างเธอไม่เคยกล้าเอ่ยปากทำร้ายความรู้สึกใคร และใช่ ฉันทนอยู่อย่างไร้ตัวตนต่อไปอีกไม่ไหวแล้วเช่นกัน 
เราจากกันโดยมีคราบน้ำตาของเธอเพียงหนึ่งครั้ง และสายธารน้ำตาของฉันทุกคืนนับแต่นั้นมา

.


ตอนนี้เธอคงเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมไปแล้วสินะ แฟนหนุ่มของเธอก็ดูเป็นคนดีใช้ได้ ฉันดีใจกับเธอจริง ๆ


เมื่อเวลาผ่านไป แม้รอยแผลเป็นฉกรรจ์บนร่างกายไม่ได้ทำให้คุณเจ็บปวดเท่าแต่ก่อนแล้ว แต่คุณจะรู้สึกราวกับว่ายังมีลมหายใจแผ่วเบาอยู่ภายในนั้น สำหรับฉัน มันเป็นลมหายใจของความเจ็บปวด คละเคล้าไปด้วยกลิ่นดอกกุหลาบบัลแกเรียนผสมไวท์มัสก์ราคาแพง 
และมีเพียงเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่สำหรับเรา 


.

.

“แฟนแกใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรหรอ”


“หืม..ปกติก็ไม่ใช้นะ เขาฉุนกลิ่นน้ำหอมน่ะ ฉันก็เหมือนกัน”


“ถามทำไมหรอ”


“อ๋อ.. ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณที่มาส่งนะ”


ฉันปิดประตูรถยนต์ของเพื่อนสาวลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนริมฝีปาก.





SHARE
Writer
Frozenrobot
thinker
Hi I'm gay, and you ?

Comments

9october
2 months ago
Like it (hi lm gay too ;)
Reply
redsakura
2 months ago
เขียนได้ดีมากๆเลยครับ สัมผัสอารมณ์ได้จากทุกข้อความที่เขียนเลยครับ เขียนต่อไปนะครับ ผมจะติดตามต่อไป
Reply
mmanee
2 months ago
So do I :)
Reply
myon
2 months ago
เขียนดีมากเลยค่ะ
Reply
Frozenrobot
2 months ago
ขอบคุณค่ะ จีบได้ไหมคะ
F2302
2 months ago
Bookmarkเก็บไว้อ่านซ้ำห้ารอบสิบรอบแล้ว TT
Reply