ชมพูพันทิพย์บานแล้ว - 1
ตอนนี้ล่วงเข้าเดือนเมษายนแล้ว ชมพูพันทิพย์ที่ข้างสระน้ำหน้าสนามรักบี้ก็ยังไม่บาน

เด็กสาวตัวกลมผมยาวหอบกระเป๋าใบโตเดินดุ่มจากตึกขาวคณะวิทยาศาสตร์ตัดสนามเพื่อจะกลับหอใน ปกติเธอมักจะเลือกมุดอุโมงค์ข้ามไปคณะครุศาสตร์มากกว่า แต่วันนี้ไม่รู้ทำไม ขาสองข้างมันพากันเดินมาทางหน้าสระน้ำเสียอย่างนั้น 

อากาศร้อนต้นเดือนเมษาทำเธอหงุดหงิดไม่น้อย ไม่ใช่แค่เพราะร้อนอบอ้าวได้ทั้งวัน แต่เธอโทษว่าเพราะอากาศร้อนขนาดนี้ชมพูพันทิพย์จึงยังไม่บานเสียที ทั้งที่เลยช่วงเวลาปกติมาเกือบเดือนแล้ว 

เธอชอบช่วงที่ชมพูพันทิพย์บานพร้อมกันที่สุด ในเวลานั้นรอบๆสระน้ำราวกับจะถูกปูด้วยพรมสีชมพูหวาน สวยจนอยากยืนมองนานๆและนั่งริมสระเก็บบรรยากาศให้ชื่นใจ แต่ปีนี้อากาศร้อนขนาดหนัก จะให้มานั่งริมสระก็คงโดนเผาเป็นหมูแดดเดียวเสียเปล่าๆ ถ้าเพียงแต่ชมพูพันทิพย์จะออกดอกมาให้ได้ชมเวลาเดินผ่านก็น่าจะชื่นใจแล้ว 

ตอนนี้หกโมงครึ่งแล้ว เธอควรจะเดินกลับหอในเสียที เด็กสาวหยุดยืนมองต้นชมพูพันทิพย์ที่ยืนแห้งๆริมสระน้ำเป็นแนวยาวครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจะเดินข้ามถนนออกนอกประตูหน้า

และตอนนั้นเอง เธอก็โดนอะไรบางอย่างฟาดเข้าที่หน้าอย่างจัง


"ขอโทษครับ!" 

ใครบางคนขอโทษเธอใช่ไหม แว่นตาของเธอหล่นหายไปไหนนะ เธอเอื้อมมือออกไปควานรอบๆตัวก่อนจะเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เธอนอนหน้าแนบสนิทอยู่กับพื้นปูน 

"ลุกไหวมั้ย" ไม่รอให้เธอตอบ เจ้าของเสียงสาวเท้าเข้ามาอย่างเร็ว (เธอบอกได้เท่าที่สายตาสั้นแปดร้อยของเธอจะอำนวย) เขาพยุงกึ่งลากเธอให้ลุกจากท่านอนแล้วหยิบแว่นมาส่งคืนเธอ 

"ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ" ผู้ชายหน้าเข้มตรงหน้าตั้งต้นขอโทษเธออย่างเอาเป็นเอาตาย ตาโตๆนั่นเลิ่กลั่กจนเธอคงจะขำถ้าไม่ได้เจ็บหน้าซีกซ้ายขนาดนี้ (อ้อ ใช่ เธอเอาหน้าซีกซ้ายฟาดลงบนถนน) เธอได้แต่ยกมือบอกเขาว่าเธอโอเค แต่เหมือนเขาจะไม่เข้าใจและคิดว่าที่เธอไม่ตอบนั่นเป็นเพราะเธอกำลังโกรธมาก 

"ผมขอโทษ คุณอย่าเงียบสิ ช่วยพูดอะไรหน่อย" บ้าเอ๊ย.. เขาแตกตื่นหนักกว่าเดิมอีก คนที่ควรโวยวายมันต้องเป็นเธอไม่ใช่หรือไง เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพิมพ์ข้อความลงไป ก่อนจะยื่นใส่หน้าเขาอย่างเร็ว

"เจ็บปาก มึนหัว พูดไม่ได้ แต่ไม่ได้โกรธค่ะ.." เขาอ่านออกเสียงเบาๆ แล้วทำหน้าโล่งใจ "อ้อ.. โอเค พักอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมไปส่ง" 
เธอชี้มือไปทางหอใน กำลังจะบอกว่าไม่ต้องไปส่งก็ได้เขาก็ผลุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปไม่ไกลนัก ก่อนจะถือลูกบาสแล้ววิ่งกลับมาหาเธอ 
"ไป ลุกกัน เดี๋ยวผมไปส่ง" 
เธอไม่ขยับ เขามองตามจึงเห็นว่าเธอมองลูกบาสในมือเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี "เอ่อ.. ใช่ เมื่อกี้ผมทำลูกบาสหลุดมือไปฟาดหน้าคุณ ขอโทษนะ" 

เธอไม่เข้าใจ ใครมันจะบ้าเอาลูกบาสมาเล่นในสนามบอล คราวนี้ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าเธอสงสัย เลยตั้งต้นอธิบายอย่างจนใจ 
"คืองี้.. เมื่อกี้ผมเล่นลูกบาสอยู่ แบบนี้" คนตัวสูงเด้งลูกบาสในมือลงกับพื้น "แล้วผมก็ทำแบบนี้--" คราวนี้เขาโยนลูกบาสเข้าหาต้นชมพูพันทิพย์ให้มันเด้งแล้วรับไว้ 
"แต่เมื่อกี้ ผมคว้าไม่ทัน ลูกบาสเลยเด้งจากต้นไม้นี่" เขาชี้มือโยงจากต้นชมพูพันทิพย์ แล้วโยงมาที่หน้าบวมฉึ่งของเธอ "มาฟาดหน้าคุณพอดีเป๊ะเลย" 

อืม.. ตอนนี้เธอเริ่มไม่รู้แล้ว ว่าเธอจะขำ โกรธ หรือรู้สึกทั้งสองอย่างพร้อมกันดี


เขาพาเธอซ้อนจักรยานมาส่งถึงใต้หอจนได้ (เธอรู้หรอกว่าเขาเหนื่อย เธอไม่ใช่สาวน้อยไซส์มาตรฐานเสียหน่อย) ก่อนจะลากันเขาวิ่งไปซื้อน้ำแข็ง ปลาสเตอร์ยา และอื่นๆอีกมากมายมายัดเยียดให้เธอ แล้วบอกเป็นฉากๆว่าต้องประคบยังไง ทายาอะไร จนเธอเริ่มจะรำคาญ

"ทำเองได้ค่ะ" เธอตอบเสียงอู้อี้ 
"อ้อ.. ขอโทษครับ" เขาตอบหน้าเจื่อนจนเธอรู้สึกผิด "เอ่อ เราตั้มนะ เรียนวิทย์กีฬาปีสาม"
เขาเปลี่ยนจากผมเป็นเราตั้งแต่เมื่อไหร่นะ "ขอบคุณนะคะ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ" 
"อยู่วิทยาเหรอ" เขาถามแล้วชี้ไปที่ติ้งอะตอมของเธอ "ปีไหนแล้ว" 
"ปีสอง" เธอตอบห้วนเพราะเจ็บปาก "เราขึ้นห้องก่อนนะ" 
"อะ.. โอเค" เขาทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอน่าจะเจ็บปาก "หายไวๆ แล้วก็ ขอโทษนะ" 
เธอผงกหัวให้เขาแทนการสวัสดี ก่อนจะเดินขึ้นหอไป จนเมื่อขึ้นลิฟต์ไปชั้น 14 แล้วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าชื่ออะไร 


แปดโมงเช้าวันต่อมาเธอเจอถุงโจ๊กที่มือชื่อเขาแปะอยู่บนโต๊ะฝากของ 

กระดาษโพสอิทสีเขียวสะท้อนแสงมีรูปหน้ากลมๆที่บวมฉึ่งอยู่หนึ่งข้าง และมีข้อความเขียนด้วยลายมือไม่เรียบร้อยเท่าไหร่

"วันนี้กินโจ๊กนะ โจ๊กสามย่านเลยนะ พี่ซื้อมาขอโทษครับ - ตั้ม" 

พอพลิกกระดาษอีกด้านก็เห็นมีเบอร์เขียนไว้ เธอบอกเขาเมื่อไหร่เหรอว่าอยากติดต่อพูดคุยด้วย 

เป็นไปได้มั้ยว่านอกจากเธอแล้วเขาจะยังบังเอิญทำลูกบาสหลุดมือไปฟาดหน้าใครอีก แต่ก็คงเป็นไปได้ยากนะ.. ใครมันจะเซ่อทำคนอื่นเจ็บตัวได้วันละหลายๆคนกัน เธอคิดอย่างนั้นแล้วก็ยึดเอาโจ๊กที่ไม่มีชื่อผู้รับมาเป็นของตัวเอง อย่างน้อยเช้านี้เธอก็ประหยัดค่าอาหารไปได้หนึ่งมื้อละ  



 (ต่อตอนหน้า) 
SHARE
Writer
Chaifhong
Bear
คนเขียนเรื่องสั้นด้วยภาษาเฉิ่มๆ

Comments