สิ่งนั้นเราเรียกว่าความบังเอิญ
"ถ้าแอบรักแล้วเราบอกออกไป การแอบรักนั้นคงหมดความหมาย..." 

เสียงดนตรีจากกีตาร์โปร่งที่ใครสักคนในหอพักคงหิ้วออกมาเล่นที่ชานพักกลางหอดังขึ้นมาถึงชั้น 14 
ฉันหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียง เข็มสั้นและเข็มยาวชี้บอกเวลาว่าตอนนี้ห้าทุ่มครึ่ง ถ้าขณะนี้เป็นช่วงสัปดาห์สอบ เจ้าของเสียงที่กล้าหิ้วกีตาร์มาดีดและร้องเพลงตอนสี่ทุ่มครึ่งต้องโดนเพื่อนนิสิตร่วมหอพักสวดจนจามไม่หยุดแน่ แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านช่วงสอบกลางภาคไป การออกมาร้องเพลงกลางดึกคงเป็นเรื่องที่หลายคนรับได้และอาจจะชอบอยู่ในที 

ในห้องพักที่มีกันอยู่สี่คนนี้ ฉันเป็นคนที่นอนดึกที่สุด เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนหลับไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว ในห้องตอนนี้จึงมืดสนิท จริงๆแล้วถ้าไม่ใช่ช่วงสอบก็ไม่ค่อยจะมีใครนอนดึกหรืออดนอนหรอก แต่ทำยังไงได้ มันเป็นนิสัยของฉันไปแล้ว 

อากาศคืนนี้ร้อนอย่างที่อากาศต้นเดือนเมษาควรจะเป็น ดีหน่อยที่ชั้น 14 สูงพอจะไม่โดนตึกอีกฝั่งบังลมจนร้อนอบอ้าว

ฉันลุกขึ้นจากเตียงที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่แล้วคลำทางในความมืดออกไปนอกห้อง หยิบแก้วน้ำที่ชั้นวางข้างประตู ตั้งใจจะออกไปกดน้ำร้อนและเผื่อจะได้เจอว่าเสียงกีตาร์นั้นดังมาจากชั้นไหน


"เมื่อกี้น่ะ.. เพราะดีนะ"

เด็กสาวผมสั้นเงยหน้าจากกีตาร์มามองฉันที่ไม่ใช่คนรู้จักของเธอ เธออาจกำลังคิดในใจก็ได้ว่าฉันเป็นบ้าหรือเปล่า ไม่น่าแปลกใจหรอกนะถ้าเธอจะคิดอย่างนั้น เพราะคนปกติก็คงไม่ถือแก้วน้ำร้อนในชุดนอนเปื่อยๆ เดินเท้าเปล่าจากชั้น 14 ลงมาจนถึงชั้น 7 ในเวลาที่ลิฟต์ปิดแล้วแบบนี้ 

"นั่งด้วยได้มั้ย" ฉันถามต่อเมื่อเห็นเธอยังคงมองฉันอยู่ ดูเหมือนเธอเพิ่งรับรู้ว่าฉันชมเธอ เด็กสาวยิ้มออกมานิดหนึ่ง แล้วเอามือตบเบาๆข้างตัว

"มาจากชั้นไหนน่ะ" เธอกอดกีตาร์ไว้กับตักแล้วถามเมื่อฉันนั่งลงข้างเธอ
"14" 
"โอ้โห" เธอทำตาโต "สูงนะนั่น ได้ยินด้วยเหรอ"
"ได้ยินสิ ไม่ได้เล่นเบาๆนี่" ฉันพูดแล้วหัวเราะนิดหน่อย กลัวเธอจะเข้าใจว่าฉันกำลังเหน็บเธอ แต่ดูเหมือนเธอไม่ได้สนใจ "อยู่ปีหนึ่งใช่มั้ย" ฉันถามต่อ 
"ใช่ๆ รู้ได้ไง"
"เราเคยเห็นเธอที่โรงอาหารกับเด็กปีหนึ่งที่เรารู้จัก" 
"อ้อ" เธอพยักหน้าว่ารับรู้ "แล้วเธออยู่ปีไหน" 
"ปีสี่แล้วล่ะ" 
"งั้นก็ต้องเรียกพี่สิ" เธอหัวเราะแล้วยิ้มตาหยี "เราเรียนวิศวะนะ" 
"อืม เราเรียนเศรษฐศาสตร์" ฉันตอบ "ไม่เรียกพี่ได้มั้ย แก่จัง"
"โอเค" เธอหัวเราะอีก "งั้นเรียกเธอแล้วกัน" 
"ชอบ Polycat เหรอ" 
"อืม.. เราชอบเพลงนี้มากกว่า" เธอตอบ "เราชอบความหมาย" 
"เราก็ชอบนะ ช่วงนี้กำลังอิน" 
"เชื่อว่าชอบ" เธอหัวเราะอีกครั้ง "เดินลงมาตั้งเจ็ดชั้น" 
"เล่นอีกรอบได้มั้ย" ฉันยิ้มให้เธอ "แต่เบาหน่อยนะ เดี๋ยวโดนด่ากันเปิง" 
"เอาสิ" เธอหยิบกีตาร์ขึ้นมา "แล้วจะขึ้นห้องกี่โมง" 
"เธอเล่นเสร็จก็คงไป" 
"โอ้โห.." เธอทำตาโตอีกแล้ว "เดินเหนื่อยแน่ๆ" 
ฉันยิ้มเงียบๆ ยกน้ำร้อนที่ไม่ค่อยจะร้อนแล้วขึ้นดื่ม แล้วโบกมือให้เธอเริ่มเล่น

เราลากันตอนตีหนึ่ง เราไม่ได้บอกกันและกันว่า เจอกันนะ เราแค่บอกราตรีสวัสดิ์และฝันดีกันและกัน ฉันพูดว่าคืนนี้บังเอิญจังที่ฉันเดินลงมาเจอเธอร้องเพลงอยู่ เป็นคำพูดแปลกๆที่ทำให้เราหัวเราะด้วยกัน 
เธอหิ้วกีตาร์เดินเข้าห้องไปทางปีกใหม่ และฉันเดินถือแก้วเปล่าปีนบันไดกลับไปชั้น 14


นาฬิกาที่ในโทรศัพท์บอกว่าตอนนี้เกือบตีสามแล้ว อากาศคืนนี้ร้อนมาก แย่เข้าไปอีกที่ชั้น 7 ไม่สูงพอจนโดนตึกอีกฝั่งบังทางลมเสียสนิท

นอนนิ่งอยู่บนเตียง ในหัวมีเสียงที่เริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงเธอหรือเสียงใครดังวนไปมา 

"คืนนี้บังเอิญจังที่เราเจอกัน" 

เราจะบอกเธอได้ยังไงว่าความบังเอิญนั้นเป็นแค่หนึ่งในหลายสิบเรื่องระหว่างกัน


เรามองรุ่นพี่คนนั้นมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอใน 

เธอเป็นรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่รับลงทะเบียนวันปฐมนิเทศหอพัก เธอผมยาว ตาโต และยิ้มสวยจนอยากรู้จัก ป้ายชื่อที่ห้อยคอบอกว่าเธออยู่ปีสี่ คณะเศรษฐศาสตร์

บางครั้งบางทีเราต่างก็มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกใช่ไหม เราในวันนั้นก็ด้วย ความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดในใจตั้งแต่เจอเธอ กลายเป็นการอยากรู้จักเธอ แต่ก็ไม่กล้าพอ
อยากเข้าไปทำความรู้จักกับเธอ แบบที่รุ่นน้องคนหนึ่งทั่วไปทำกัน 

แต่จะทำยังไงดี เราไม่ยักรู้สึกกับเธอแค่รุ่นพี่คนหนึ่งเลย


ผ่านไปเกือบจะปี ไม่เคยกล้าเข้าไปคุยกับเธอ
ได้แต่สร้างความบังเอิญให้กับตัวเอง

บังเอิญไปโรงอาหารเวลาที่เธอไปกินข้าว บังเอิญไปขึ้นรถปอพ.รอบที่เธอจะขึ้น บังเอิญวิ่งเข้าลิฟต์เวลาที่เห็นเธอกลับมาแล้วขึ้นไปชั้น 14 กับเธอทั้งที่ไม่มีเพื่อนอยู่ชั้น 14 

บังเอิญเองอยู่เกือบปี แล้ววันนี้เธอก็บังเอิญมายืนอยู่ตรงหน้าเรา 


กำลังจะเก็บกีตาร์เข้าห้อง ก็เห็นเธอมายืนอยู่ตรงหน้า
ทำอะไรไม่ถูก ตกใจจนได้แต่มองนิ่งๆ เพราะไม่เคยเจอเธออยู่ใกล้ขนาดนี้เลย

"เมื่อกี้น่ะ... เพราะดีนะ" 

เธอชมเหรอ.. ใจเต้นแรง ขยับปากจะยิ้มให้ยังยากเป็นบ้า หัวหมุนไปหมดตอนเธอบอกว่าเคยเห็นที่โรงอาหาร เธอเคยเห็นเรา แถมจำเราได้ คิดแล้วก็ยิ้มออกมาอีกแล้ว หัวเราะอะไรมากมาย เหมือนคนบ้าชะมัด 

คุยกับเธอจนตีหนึ่ง เล่นเพลงเดิมให้เธอฟังไปอีกรอบตามที่เธอขอ ตอนลากันได้แต่บอกเธอว่าราตรีสวัสดิ์ โอ๊ย.. โคตรจะเฉิ่ม ไม่บอกเธออีกว่าเจอกันนะ ทั้งที่อยากจะพูดว่า พรุ่งนี้ลงมาฟังเราเล่นกีตาร์อีกมั้ย 

หิ้วกีตาร์เดินไปหลบอยู่มุมปีกใหม่ แล้วแอบมองเธอขึ้นบันไดไป เธอเดินลับบันไดไปแล้วค่อยเดินกลับห้องไปทางปีกเก่า


"อาจไม่มีหนทางให้เป็นอย่างหวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง"
"ถ้ามันทำให้เจอหน้าเธอทุกวันก็พอจะรับไหว.." 

ตีสี่แล้ว ยังนอนอยู่ท่าเดิม เพลงที่ร้องวันนี้ยังวนไปวนมา แต่ง่วงจัง นอนก่อนดีกว่า 

แล้วพรุ่งนี้ จะบังเอิญไปเจอเธอ แล้วชวนเธอกินข้าวเย็นด้วยแล้วกัน 



เนื้อเพลงจาก เพื่อนไม่จริง -Polycat 


SHARE
Written in this book
Miserable story of love
Writer
Chaifhong
Bear
คนเขียนเรื่องสั้นด้วยภาษาเฉิ่มๆ

Comments

borbelle
4 years ago
อันนี้หอในจุฬาฯ ใช่มั้ยคะ :)
Reply
Chaifhong
4 years ago
ใช่ค่า คนเขียนเพิ่งจบจากจุฬามาค่ะ อยู่หอในมาสี่ปี มีเรื่องให้เขียนเยอะเลย 55 

Reply