หยุด
วันนี้มีโอกาสฟังดนตรี 4’33” ของจอห์น เคจ ประพันธ์ไว้ตั้งแต่ปี 1952 เราไม่รู้คนอื่นบรรยายดนตรีนี้ว่าอย่างไร แต่เรารู้สึกได้ถึงบทเพลงแห่งความสงบ เป็นบทเพลงที่ไม่ต้องแปลความหมาย แต่ทำให้ความรู้สึกเต็มอิ่มที่ได้อยู่กับตัวเอง

สายน้ำเบาๆ ไหลเป็นสายจากฝักบัวชโลมบนหน้า รู้สึกถึงความเย็นปนอุ่นนิดๆ อาจเพราะเราอาบน้ำตอนเที่ยงก็ได้ แสงแดดคงทำให้น้ำในแท้งก์สำรองน้ำที่บ้านเริ่มอุ่นแล้ว เราเอามือขยี้ผม เกาหัวเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความมันเพลินๆ บนหนังศีรษะ เสียงดนตรีดัง ตี๊ดดดด….. ผ่านยูทูปที่เล่นบนโทรศัพท์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ท้องเรารู้สึกแน่นเล็กน้อยจากโกโก้อุ่นๆ หลังอาหารมื้อสาย เมื่อท้องเต็มอิ่ม กับ ความรู้สึกที่สบายๆ ขณะอาบน้ำ ทำให้ตอกย้ำความรู้สึกที่ว่า คนเราสามารถมีความสุขได้ง่ายๆ จริงๆ

ตี๊ดดดด….. เสียงเพลงแห่งความเงียบงันยังคงบรรเลงต่อ เรารับรู้ถึงมือที่ยื่นไปเปลี่ยนจากขวดแชมพูเป็นครีมนวด การที่ต้องก้มเพราะยืนอยู่บนเก้าอี้เพิ่มระยะความสูงสำหรับเราคนเดียวโดยเฉพาะ เก้าอี้นี้ซื้อมาไว้สำหรับปรับสวิตซ์เปิดปิดเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำ แต่เราชอบยืนอยู่บนมันตลอดเวลาที่อาบน้ำ เพราะเราเป็นคนตัวเล็ก เมื่อแต่งงานเข้าบ้านแฟนที่สูงกว่าเกิน 30 ซม. ของขวัญที่เรารู้สึกพิเศษมากๆ ชิ้นหนึ่งหลังแต่งงานก็เป็นเจ้าเก้าอี้ตัวนี้ล่ะ เก้าอี้สูง 24 ซม. ทำให้เมื่อเรายืนอยู่บนนี้แล้วรู้สึกเหมือนคนที่สูงกว่ามาตราฐานนิดหน่อย แล้วก็ยังแอบคิดไปไกลอีกว่า ถ้าฉันใช้เก้าอี้อย่างนี้ไปอีกหลายสิบปี ฉันต้องเป็นคนแก่ที่ประคองตัวบนที่เล็กๆ ได้เก่งมากๆ คนหนึ่งแน่

ครืนนน... เสียงปรบมือแปะๆๆๆ ดังกึกก้อง เราสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมใบหน้าที่ยิ้มจนเกือบหัวเราะ ใจลอยคิดไปไกลอีกแล้วสินะ เพราะเราพยายามฝึกสติให้รู้อิริยาบท และ การเผลอไปคิดของตัวเองอยู่เป็นจังหวะ เวลาใจหลงไปคิด แล้วรู้สึกตัวขึ้น จะรู้สึกเหมือนจับผิดตัวเองได้ และขำกับความสามารถของตัวเอง ยังต้องฝึกอีกมากสินะ เรานึกเชิงให้กำลังใจตัวเอง

จอห์น เคจ เราเพิ่งได้ยินชื่อวันนี้ผ่านการอ่านหนังสือ “ทางของเรา ต้องก้าวเอง” ของหนุ่มเมืองจันท์ ช่างเก่งสุดๆ ไปเลย ใครจะนึกประพันธ์เพลงที่เกิดจากความเงียบได้ ในหนังสือยังได้เอ่ยถึงพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ที่เคยกล่าวว่า จอห์น เคจ ประพันธ์เพลงนี้ด้วยโน๊ตหนึ่งตัว คือ โน๊ตตัว หยุด เหมือนเวลาที่เราฟังเพลงแล้วมีท่อนที่เงียบ ถึงตามมาด้วยเสียงร้อนท่อนถัดไป ซึ่งบางครั้งจังหวะที่เงียบงันตามด้วยเสียงเพลง มันก็กระชากอารมณ์ได้ดีเหมือนกัน

ทำให้นึกเปรียบเทียบไปถึงการจัดตารางกิจกรรมของตัวเอง เนื่องด้วยเราทำธุรกิจส่วนตัว มีร้านอาหาร ขายส่งไอศกรีม สอนทำอาหาร และ ยังชอบทำงานอดิเรกอีกมากมาย บางครั้งที่งานหลายๆ ส่วนถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน เราจะรับรู้ได้เลยว่า ถึงแม้เราจะพยายามเคลียร์งานให้เสร็จทีละอย่าง งานแต่ละส่วนกลับออกมาไม่ได้ดีอย่างที่ต้องการ และ ชีวิตส่วนตัวเราจะเครียดมาก เพราะเราต้องการให้งานเสร็จ สมาธิ และ การใส่ใจรายละเอียดต่องานจะน้อยลง จนรู้สึกได้ว่างานที่เสร็จกลับไม่มีคุณภาพ รวมถึงขณะที่เราพักผ่อน เราจะห่วงงานที่ยังทำไม่เสร็จ ทำให้เหมือนไม่ได้พัก แล้วพอจะเริ่มทำงานต่อ ความรู้สึกเหนื่อย เครียด กังวลก็จะคอยฉุดรั้งให้ตั้งใจทำงานไม่ได้เอาจริงๆ

ดังนั้น ทุกๆ สุดสัปดาห์ เราจะทำตารางงาน เป้าหมายประจำสัปดาห์ เลือกเวลาหยุดนิ่งๆ กับตัวเองสัก 1-2 ชั่วโมง ลงแผนกิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในสัปดาห์ถัดไป ทำให้เราไม่ต้องจำว่าเรามีงานอะไรที่คั่งค้างบ้าง มีอะไรที่จำเป็นต้องทำ และ ควรรีบทำให้เสร็จก่อน มีงานอดิเรกอะไรที่จำเป็นสำหรับจิตวิญญาณของเรา มีครอบครัว เพื่อน และ คนสำคัญที่เราอยากจะพบเจอบ้างไหม การลงตารางของเราใช้ตามวิธีของ Stephen R. Covey ในหนังสือ นิสัย 7 ประการสู่ความสำเร็จ เราทำตารางกิจกรรมมาตั้งแต่ปี 2005 ทำได้อย่างที่ตั้งใจบ้าง ไม่ได้บ้าง บางครั้งก็ยุ่งจนไม่มีเวลาลงตารางในบางสัปดาห์ ทำให้รู้เลยว่า ถ้าอาทิตย์ไหนไม่ได้จัดตารางไว้ ความจดจ่อกับงานที่สำคัญจะน้อยลงไป และ ในขณะที่เราพักผ่อน เรามักจะเผลอเครียดกับงานที่ยังไม่เสร็จอยู่บ่อยๆ ด้วย

บางคนอาจมองว่า การลงตารางงานต่างๆ จะทำให้เราไม่ยืดหยุ่นรึเปล่า แต่ไม่ใช่เลย เราจะค่อยๆ ปรับเวลาของเราให้สมดุลได้มากขึ้น มีเวลาให้เพื่อน แฟน ครอบครัว คนที่สำคัญ และ เรื่องส่วนตัวของเราได้เหมาะสมในทุกๆ สัปดาห์อย่างที่เราต้องการ เราจะมีเวลาท่องเที่ยว ขณะที่ไม่กังวลกับงานที่รอเราอยู่ในอนาคต เราจะแบ่งเวลาไปเรียนรู้ในเรื่องที่เราต้องการได้ ในส่วนของหน้าที่ที่รับผิดชอบ เราจะทำเนื้องานที่เรียกร้องให้ลงมือทำอย่างเร่งด่วนอย่างมีเวลาเอาใจใส่กับมัน และ มีเวลาทำงานที่วางแผนไว้เพื่ออนาคตมากขึ้นอีกด้วย

We choose-either to live our lives or to let others live them for us. By making and keeping promises to ourselves and to others, little by little we increase our strength until our ability to act is more powerful than any of the forces that act upon us. - Stephen R. Covey

เอาไว้เราจะลงวิธีจัดตารางงานของ Stephen R. Covey ให้ดูอีกที แล้วอาจจะยกตัวอย่างที่เราค่อยๆ ปรับใช้มาได้ แต่ถ้าใครอยากลองศึกษาก่อน ก็ลองหาหนังสือ นิสัย 7 ประการสู่ความสำเร็จ มาอ่านดูค่ะ เป็นหนังสือที่ดีอีกเล่มที่เชื่อว่าคนที่ชอบพัฒนาตัวเองน่าจะนำไปปรับใช้ได้อย่างมากทีเดียวล่ะ
SHARE

Comments