สถานีต่อไป ความว่างเปล่า
“สถานีต่อไป พญาไท”
ผมก้าวขาเข้าไปในนั้น บนรถไฟฟ้าในเวลาย่ำเย็นอย่างนี้ ผมกำลังเดินทางไปลงที่สถานีใดสถานีหนึ่ง จุดหมายที่ต้องการนั้นช่างยาวนาน มีผู้คนแปลกหน้ารอบๆตัวมากมายเป็นเพื่อนร่วมทางของผมในเวลานี้ เราหลายคนคงมีจุดหมายไม่ต่างกัน ต่างก็อยากกลับบ้าน อยากจะไปถึงที่หมายโดยไว คงเพราะเหตุนี้แหละมั้งที่ทำให้เรายอมทนกับการเบียดเสียดแออัด ทั้งที่ปกติไม่เคยอยากจะให้ใครมาสัมผัสหรือเฉียดเข้าใกล้ตัว

วิธีชีวิตมนุษย์หนุ่มเมืองกรุงมันก็เป็นอย่างนี้ ทั้งที่มันแสนจะอึดอัดและน่าเบื่อ แต่ในเวลาเร่งด่วนแบบนี้มันคงดีกว่าการไปหยุดชะงักอยู่บนถนนซักเส้น ค่อยๆขยับไปทีละนิด เสียทั้งเวลาและสุขภาพจิต โคตรจะบั่นทอนความสุขอันน้อยนิดที่ยังพึงมีอยู่

งานอดิเรกเดียวที่พอจะทำได้ตอนนี้ คือ การสังเกตพฤติกรรม ยิ่งเฉพาะในเวลานี้ มนุษย์อย่างเราชอบทำตัวให้เรียบเฉยที่สุดในสถานการณ์ที่ไม่สนิทใจ ดวงตาท่องทั่วสาดส่องไปอย่างเรื่อยเปื่อย สังเกตคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างพอประมาณ ซักพักก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย ไม่งั้นผมคงกลายเป็นคนโรคจิตแอบมองชาวบ้านบนรถไฟฟ้า

“สถานีต่อไป ชิดลม ผู้โดยสารโปรดใช้ความระมัดระวังในการลงจากรถ”
เธอก้าวเข้ามาในรถ ใครซักคนที่ไม่เคยเจอกัน แน่นอนผมก็สำรวจมองดูตามประสาผู้ชายปกติ เธอมากะเพื่อน สารภาพตามตรงเลยว่า แวบแรกที่เห็นผมไม่สะดุดแม้แต่น้อย หน้าตาดูปกติไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ 

แต่การแต่งตัวของเธอนั้นดึงดูดผมให้หลงใหลอีกซักครั้ง ในชุดเดรสสีขาวตัดลายขวางสีดำ ทับด้วยแจ๊คเก็ตสีดำ และรองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำ พอมารวมกันอยู่บนตัวเธอแล้วมันช่างโดดเด่นและดูดีอะไรเช่นนี้ ประนึ่งนางแบบหลุดมาจากเวทีเดินแบบ ให้ตายเถอะ ผมพ่ายแพ้ให้กับเธอซะแล้ว สายตาและดวงใจที่เคยอิสระตอนนี้มันเหมือนถูกสะกดไว้ที่ตรงนั้น ครั้นจะจ้องมองเธออยู่อย่างนี้ต่อไป ก็คงจะดูไม่ดี พอเธอหันมาเจอ ผมก็แอบหลบตาพอเป็นพิธี ไม่งั้นคงจะดูไม่ดีเป็นแน่

“สถานีต่อไป นานา ผู้โดยสารโปรดใช้ความระมัดระวังในการลงจากรถ”
เพื่อนร่วมทางกลุ่มใหญ่ได้ลงจากไป เพื่อนร่วมทางกลุ่มใหม่เดินสวนขึ้นมา เธอเดินเข้ามาด้านในตามที่ว่างที่เพิ่มมา จับเสาที่อยู่ติดกับประตูทางออก ส่วนตัวผมยืนพิงอยู่ตรงทางเข้า แขนของเธอพาดผ่านหน้าผมไป ทั้งๆที่มีเสาที่อยู่ใกล้กว่า ระยะห่างระหว่างเราถูกร่นเข้ามา จากไกลสุดเหยียด
ตอนนี้เราสองมาประจันกันตรงหน้ากันแล้ว มีเพียงความไม่รู้จักเท่านั้นที่ขวางกั้นเราไว้ ยิ้มให้กันประปรายเมื่อวิถีสายตาไปประสบกัน มีเพียงแค่นั้น แต่ในใจนี่มันสั่นระรัว พยายามข่มใจยับยั้งมันไว้ เธอผู้ที่เพิ่งเคยเจอ ที่ทำให้ผมเป็นเหมือนเด็กอมมือ ความมั่นใจที่เคยมีมาตลอด ตอนนี้มันหายสาบสูญไปแล้ว ผมเป็นผู้แพ้ในเกมนี้ แพ้ทั้งๆที่เธอไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่บางทีถ้าเป็นเธอคนนี้ ผมก็คงยอมพ่ายแพ้อย่างนี้อยู่ร่ำไปก็ได้

“สถานีต่อไป พร้อมพงษ์ ผู้โดยสารโปรดใช้ความระมัดระวังในการลงจากรถ” 
ความหอมหวานย่อมมีวันจางหาย สุดท้ายแล้วเธอคงต้องไป จุดหมายที่เธอรอคอยนั้นมาถึงแล้ว เธอเดินออกไป แบคกราวน์ด้านหลังเป็นห้างสรรพสินค้าสุดหรูดูเข้ากันกับเธอดี เหลือเพียงผมเท่านั้นที่ยังคงอยู่ตรงเดิม ปลายทางที่จะไปนั้นยังอยู่อีกไกลโข ที่ตรงนั้นมีใครบางคนเข้ามาแทนที่เธอ มีการเคลื่อนไหวไหลเปลี่ยนกันไปไม่ต่างจากชีวิตเลยบางครั้งมันก็รวดเร็วเกินไปจนเราฉุกคิดอะไรไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีสิ่งนั้นก็จากไปแล้ว คงเหลือเพียงร่องรอยในห้วงของความคำนึงหา ช่วงอารมณ์ที่ยังคงหอมหวานอยู่อย่างนั้น ไม่จางไป เหมือนสายลมที่พัดผ่านมาให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำมาบ้าง

“สถานีต่อไป ความว่างเปล่า”  
มันไม่สำคัญว่าเราจะได้เจอกันอีกหรือไม่ นั้นเป็นเรื่องอนาคตที่ผมไม่ได้ใส่ใจ

ช่วงเวลาที่เธอผ่านมาและพบเจอกันนั้นมันสำคัญกว่า 
 
มันย้ำเตือนให้ผมรู้ว่า ผมยังเป็นเพียงมนุษย์ที่มีหัวใจหวั่นไหวไปบ้าง

เป็นเพียงมนุษย์ที่มีความรู้สึกและความหวังกับเรื่องเหล่านี้

ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร หรือเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก

ผมแค่เพียงอยากจะขอบคุณเธอซักครั้ง

ที่ทำให้ผมรู้ตัวว่า หัวใจนั้นยังมีความรู้สึกนี้อยู่เสมอมา

SHARE
Writer
Doitwong
Alternative Boy
Sometimes Write Always Read

Comments

Mayki
3 years ago
อินมากเลย><
Reply
Doitwong
3 years ago
ดัีใจจัง ขอบคุนค้าบ