สะพานชาร์ล สะพานที่มีชีวิต
ทุกคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงทางด้านความโรแมนติกของ "กรุงปราค" หรือบางคนอาจจะเรียกติดปากไปแล้วว่า "ประเทศปราค" แต่จริงๆแล้ว กรุงปราคคือเมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันออกนั่นเอง กรุงปราคมีสถานที่สำคัญๆอยู่หลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ "สะพานชาร์ล" สะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปราคซึ่งเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองเก่า (Old Town) กับปราสาทปราค (Praha Castle) วางตัวทอดยาวข้ามแม่น้ำวัตตาวา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ
หากลูบท่านนักบุญเนโปมุกก็จะได้กลับมากรุงปราคอีก.. ซึ่งผมก็ได้กลับมาอีกครั้งจริงๆ
สะพานชาร์ลเป็นสะพานที่สร้างด้วยหินหลากหลายขนาด ด้านข้างประดับด้วยรูปปั้นนักบุญถึง 30 รูปด้วยกัน ในบรรดารูปปั้นนักบุญทั้งหมดนี้ รูปปั้นที่โด่งดังที่สุดและถือเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวนั่นคือ นักบุญจอห์น เนโปมุก (St. John Nepomuk) ซึ่งท่านถือเป็นนักบุญที่มีชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์ โดยมีตำนานเล่าว่า วันหนึ่งนักบุญจอห์น เนโปมุกได้รับฟังคำสารภาพบาปของพระราชินีพระเจ้าเวนเซสลาสที่ 4 และตามธรรมเนียมนักบุญที่รับฟังคำสารภาพบาปก็ต้องเก็บเรื่องที่ได้ฟังไว้เป็นความลับ เมื่อพระราชินีมาสารภาพบาปบ่อยเข้า เรื่องก็ทราบถึงหูพระราชา ทำให้พระองค์เกิดความสงสัยว่าพระราชินีมาสารภาพบาปเรื่องอะไรบ่อยนัก จึงเดินทางมาหาความจริงจากบาทหลวงเนโปมุก แต่ท่านบาทหลวงได้ถือคติ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ จึงไม่ยอมปริปากบอกสิ่งใดแก่พระราชา พระราชาจึงกริ้วมาก และจับท่านบาทหลวงถ่วงแม่น้ำวัตตาวาเป็นการลงโทษ และเมื่อท่านตายไปก็เกิดปาฏิหาริย์เป็นดวงดาว 5 ดวงขึ้นเหนือน้ำตรงที่รูปปั้นของท่านได้ตั้งอยู่นั่นเอง นักท่องเที่ยวที่ได้ไปเดินเล่นบนสะพานชาร์ลก็มีความเชื่อว่า ถ้าหากลูบท่านนักบุญเนโปมุกก็จะได้กลับมากรุงปราคอีก ซึ่งผมก็ได้กลับมาอีกครั้งจริงๆ ..แล้วจะรออะไรหล่ะคับ ก็ลูบสิครับ ลูบบบบ
ผมมั่นใจว่าทุกคนที่ได้มาย่อมตกหลุมรักสะพานชาร์ลเหมือนผม..
สะพานชาร์ลเป็นสะพานที่ไม่เคยเงียบเหงา จะมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาบนสะพานตลอดทั้งวัน ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรูปบนสะพานชาร์ล โดยหวังว่าจะได้วิวตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น และทอดแสงกระทบกับหอคอยสีดำที่ปลายสะพาน พร้อมกับหมอกหนาๆในยามเช้า ผมเลยยอมตื่นตั้งแต่ตี4 เพื่อไปเก็บภาพสะพานที่ร้างผู้คน แต่ที่ไหนได้ผมกลับเจอเพื่อนตากล้องมากมายที่ต่างหามุมโปรดของตัวเองและหวังจะเก็บภาพสวยๆของสะพานเหมือนผมเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มคนรักสุขภาพที่มาวิ่งออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ตั้งแต่เช้าด้วยอีกกลุ่ม ซึ่งมันไม่ง่ายสำหรับผมเลยที่จะเก็บภาพสะพานที่สุดแสนจะโรแมนติกแห่งนี้แบบไร้เงาผู้คน ยิ่งในช่วงกลางวันก็จะมีนักท่องเที่ยงเดินไปเดินมาขวักไขว่เต็มสะพานไปหมดยิ่งทำให้ผมหมดโอกาสที่จะเก็บรูปสะพานแบบเหงาๆ แต่ก็ยังได้รูปในอีกมุมนึงที่เต็มไปด้วยความคลื้นเคลงสนุกสนาน นอกจากนี้ก็ยังมีบรรดาศิลปินหลากหลายแขนงมาสร้างความมีชีวิตชีวาให้สะพานหินแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักวาดรูปที่มาหารายได้จากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมีรูปของตัวเองหรืออาจจะแค่อยากลองสวมวิญญาณนางแบบนั่งโพสท่าให้จิตรกรวาดรูปตัวเองซักครั้งในชีวิต หรือนักดนตรีที่คอยบรรเลงเพลงหลากหลายแนว ตั้งแต่เพลงช้าที่ยิ่งมาเสริมความโรแมนติกของสะพานที่มีวิวด้านข้างขนาบไปด้วยแม่น้ำ และด้านหลังเป็นพระราชวังเหมือนในเทพนิยาย หรือแม้กระทั่งเพลงครันทรี่สนุกสนานที่พวกเขาก็ทำมันได้ออกมาสนุกสนานจริงๆ ผมนี่เดินดูไปแถมอมยิ้มไปด้วย มันช่างเป็นเวลาที่มีความสุขสุดๆไปเลย
ถ้าหากคุณได้มาสัมผัสกับสะพานชาร์ลจริงๆแล้วล่ะก็ คุณจะเข้าใจความหมายของคำว่า "สะพานที่มีชีวิต" ได้อย่างลึกซึ้งทันที การเดินไปเดินมาบนสะพานถึง 15 รอบไม่ได้ทำให้ผมเหนื่อยเลย แต่มันยิ่งทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นๆในทุกๆรอบที่เดิน และผมมั่นใจว่าทุกคนที่ได้มาย่อมตกหลุมรักสะพานชาร์ลเหมือนผม..



SHARE
Writer
ChocoMallow
Traveler, Photographer
ไปเที่ยวที่ไหนมา ก็เอามาบอกต่อ ,,เล่าจากรูป,,

Comments