กาลครั้งหนึ่ง + หัวใจดวงนี้ + เคยมีความรัก

เธอสองช่างเหมือนกันเหลือเกิน
ราวกลับเป็นฟิล์มสองแผ่นที่ทาบกันแนบสนิท
อันหนึ่งเก่าปอน...ถูกฝังอยู่ในอดีต
อีกอันไม่มีจริง เป็นเพียงมโนภาพที่อยู่ในจินตนาการ


เสียงการจราจรโหวกแหวกจากที่ไกลๆ ลอยมาตามอากาศ…
เด็กหนุ่มวัย 20 ต้นๆ คนหนึ่งกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเขียนเรื่องสั้น นับเป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้วที่เขานั่งหลับตานิ่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเก่าครํ่าครึของเขา เขาทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เริ่มต้นเขียน ใครเล่าจะรู้ นักเขียนย่อมมีลมหายใจเป็นของตนเอง มีโลกส่วนตัวที่คนภายนอกยากจะเข้าถึงและนี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวของเขา...
 
สามปีก่อน… 
เด็กหนุ่มหุ่นก้างคนหนึ่งเดินกระวนกระวายไปมาอยู่บนดาดฟ้าหอพักของมหาวิทยาลัย สีหน้าแววตาดูตระหนก เหงื่อที่ไหลย้อยมาตามหางคิ้วไล่ลงอาบแก้มบ่งบอกถึงสภาวะจิตใจที่อยู่ภายใน รักครั้งแรกที่ไม่ได้ถูกบอกกล่าวของเด็กหนุ่ม แผ่ขยายอยู่เต็มอก
 
“เชรี่ยเอ๊ย ได้แต่แอบรัก” เขาสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว ใจที่เร่าร้อนภายในช่างขัดแย้งกับสภาพบรรยากาศภายนอก ใบจามจุรีเริ่มผลัดใบโปรยปรายดุจเกล็ดหิมะ ในโมงยามนี้ของปีพระอาทิตย์จะตกเร็วกว่าปกติ...ลมหนาวมาแล้ว
 
แม้จะอยู่ปีหนึ่งในรั้วมหาลัย แต่นั่นไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่า เขาอ่อนต่อโลกเหลือเกิน โดยเฉพาะในแง่ของความรัก

อาจเป็นเพราะการดูการ์ตูนดิสนีย์ในวัยเด็กมากไปหรือหนังรักโรแมนติกของสื่อกระแสหลักแห่งยุคสมัยได้นำเสนอภาพของความรักโรแมนติกอันสวยงาม รวมถึงสัญญาเกินจริงของมัน

ตึง ตึง ตึง !!! เสียงเคาะประตูจากห้องข้างๆ ทำให้เขาหลุดออกจากโลกแห่งความทรงจำกลับมายังหน้าจอโน๊ตบุ๊คอันเดิม บนหน้าจอ Microsoft word ว่างๆ ไร้ซึ่งตัวอักษรใดๆ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบมือถือข้างกาย เพื่อเปิดเพลงรักอกหักบิ้วอารมณ์ตัวเอง หวังว่าเสียงดนตรีจะพาเขาถลำลึกไปสู่ความทรงจำอันเจ็บปวดได้อีกครั้ง

“เธอไม่เคยจะรู้ เพื่อนที่ดูแลเธอทุกวันข้างกาย เขามีบางสิ่ง คิดไม่ซื่อกว่าเพื่อนกัน”---เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ
 
…ทว่าในมหาสมุทรแห่งความทรงจำ เต็มไปด้วยเรื่องราวปนเป ต่างเรื่องราว ต่างเวลาถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยสายใยแห่งความรู้สึก ความทรงจำหนึ่งนำไปสู่อีกอัน ความเจ็บปวดก็เช่นกัน เหมือนหมดหวัง ไร้ซึ่งทางหนีออกจากสายโซ่ร้อนแดงก่ำที่ถูกเผาไปด้วยไฟแห่งความรักที่ผิดหวัง

สู่ภวังค์อีกครา...
“โมรักคุ่น รักแบบเพื่อน เพื่อนมันยืนยาวกว่ากันเยอะนะ”
สิ้นสุดเสียงนั้น…โลกไม่ได้แตกอย่างที่คิด น้ำตาซักหยดไม่มีให้ไหล อาการอกหักมันไม่เห็นเหมือนหนังรักเรื่องใดๆ ที่เขาเคยดู คอที่แห้งผาก ความปั่นป่วนในท้องเหมือนกับมีคนเอามือมากระชากลำไส้กวนไปมา ความรู้สึกคลื่นไส้ ถาโถมเข้ามา มันมากจนกระทั่งเด็กหนุ่มต้องกดวางสาย ตัดการสนทนาทิ้งไป ไม่เพียงซักวินาทีเดียว ที่เขาจะทนฟังเสียงหญิงที่เขารักสุดหัวใจพูดต่อไปได้ ไม่ได้ฟูมฟายขนาดนั้น แต่เต็มไปด้วยความงุนงงและว่างเปล่ามากกว่า

ในที่สุด…หน้าจอโปรแกรม word ก็ไม่ขาวสะอาดอีกต่อไป เด็กหนุ่มได้ไอเดียของเรื่องสั้นเรื่องใหม่ของเขาแล้ว มันจะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักอันไม่สมหวังของเขาเอง อันที่จริงเขาอยากจะเขียนออกมาเป็นความเรียงสั้นๆ แต่ก็เจ็บปวดเกินกว่าจะเล่าออกมาตรงๆ เรื่องสั้นจึงเป็นทางออก ชื่อสมมุติ สถานที่ในจินตนาการ บทสนทนาที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงจึงเป็นคำตอบ…

กาลครั้งหนึ่ง…เขาเริ่มประโยคราวกับจะแต่งนิทาน…ประโยคต่อมาเลือนรางไปเช่นเดียวกับนักเขียนหลายๆ คน เพียงปล่อยความรู้สึก....ให้มันนำพาเอาเรื่องราวไปจนถึงตัวอักษรตัวสุดท้าย

สู่ภวังค์อีกครั้ง คราวนี้เป็นเรื่องของ สองอาทิตย์ก่อน…“โทรไปหาได้มั๊ย พัดมีเรื่องอยากจะคุย” …เธอคือใคร เธอคือคนที่ผมพึ่งรู้จักได้ไม่นาน ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมเธอถึงอยากจะคุยกับผม มันจะเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาเราสื่อสารกันผ่านการแชทมาโดยตลอด

“I don’t want to be hurt I just notice that you already have special one .you are not single as I though before. I like you so much but I don’t want to be a third person”



อยู่ๆ ประโยคภาษาอังกฤษที่ผมเคยส่งไปให้คนคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวก่อนที่ผมจะโทรไปหาเธอ…

อาจเป็นเพราะเรื่องราวในหัวที่บีบคั้นหัวใจ หรือเป็นเพราะเพลงใน youtube ที่เปิดฟังมันเปลี่ยนเป็นเป็นเพลงที่ช่างบังเอิญตรงกับจังหวะของหัวใจจนน่าปะหลาด เด็กหนุ่มหลุดออกจากภวังค์แห่งความทรงจำกลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง


“รู้ฉันรู้ยังไง ก็คงไม่ต่าง รู้ฉันรู้ยังไงเธอก็เลือกเขา รู้ถึงฉันขอร้องยังไง เธอคงต้องลืมเรื่องของเรา" 
“หัวใจดวงนี้แม่ง” เขาเผลอสบถออกมาเมื่อตระหนักถึงความอับโชคในความรักของตัวเอง 
มือจรดบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง…
 
“เราขอโทษ ที่เราไม่ได้บอกก่อน ว่าที่จริงอ่ะ พัดมีแฟนอยู่แล้ว ” ประโยคบาดใจที่ส่งมาตามโปรแกรมแชท

“ใจเย็นๆ ไม่เป็นไร คุ่นชินแล้ว อย่าคิดมากเลยนะ” ผมตอบไปอย่างแทบไม่ต้องใช้เวลาคิดหนทางไหนที่จะเดินต่อไป อุโมงค์ตันไร้ซึ่งทางออก …ผมที่นอนอยู่บนเตียง มือกลับจิกเอาผ้าห่มจนแน่น ปิดบังความรู้สึกภายในด้วยคำพูดง่ายๆ ว่าไม่เป็นไร

“แต่เราชอบเธอนะ” แล้วประโยคที่เป็นเหมือนโซ่ตรึงหัวใจผมก็ถูกกล่าวออกมา 
เราชอบเขา เขาก็ชอบเรา แต่เธอก็มีแฟนแล้ว และมันคงเป็นไปไม่ได้

“เมื่อไหร่ที่เธอเหงาไม่มีใคร เธอจะยังมีฉันยืนอยู่ตรงนี้ไม่ไกล เป็นดังเงาสะท้อนบนผืนน้ำ มองลงมาเมื่อไดก็เห็นฟ้าที่งดงาม แม้จะไม่ได้เป็นคนที่เธอรัก ก็เพียงแล้วที่ฉันจะคอยห่วงใยแต่เธอเรื่อยไป อยู่ตรงนี้ที่นี้ ที่มุมนี้ ที่จะมีแค่ฉันข้างเดียวก็สุขใจ” เพลงเปลี่ยนอีกครั้ง sky&sea เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีท่อนร้องนำที่ผมชอบมาก การเปรียบเทียบอันงดงาม และผมก็คงเป็นได้เพียงผืนน้ำ

“ชินแล้วหมายความว่าไงหรอ” เธอถามผม…
“เคยมีความรัก เราอ่ะมีความรัก” ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนมันเอ่อล้นจนผมพูดงกๆ เงิ่นๆ
ผมไม่จำเป็นต้องเล่าความหลังตัวเองมากมายขนาดนั้น แต่ผมก็เผยความอ่อนแอจนหมดเปลือก
“แล้วเธอจะยังคุยกับเราอยู่มั๊ย” เธอถามผม


 
ตึ๊งตึง !!! เสียงเพลงที่เปิดค้างไว้ดับลง แทนที่ด้วยเสียงข้อความเข้า
“คิดถึงเค้าล่ะสิ” ข้อความสั้นๆ ไม่ใช่ใคร เธอในความทรงจำส่งมันมาหาผม…เป็นการบอกในตัวแล้วว่าผมตอบเธอไปเช่นไรในวันนั้น
 
มันใช่สิ่งที่ถูกต้องไหมในการที่ผมคุยกับคนที่มีแฟนอยู่แล้ว ผมเลิกถามคำถามนี้ไปนานแล้ว “แล้วเธอจะยังคุยกับเราอยู่มั๊ย” คำถามนี้ที่ถูกส่งมา และคำตอบที่ส่งไป มันได้ทำลายกำแพงแห่งคุณธรรมที่อยู่ในจิตใจ รวมถึงสิ่งที่สังคมยอมรับ ได้มลายไป ถึงแม้ผมจะมองไม่เห็นอนาคตของสองเราก็ตาม 
แม้ใจของเราจะใกล้กันมากเพียงใด…512 กิโลเมตร คือตัวเลขระยะห่างระหว่างคนเหงาทั้งสอง
 
ความรักต้องการอะไร เท่าไหร่ถึงจะพอ มันทำให้เรายอมทำบางอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำ สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
“เราจะไม่หายไป” มันคือคำตอบของผมให้กับเธอในวันนั้น…
อีกสามอาทิตย์เธอจะเข้ามาฝึกงานในกรุงเทพ…ระยะห่างระหว่างสองกายถูกทำให้แคบลง แล้วระยะห่างระหว่างใจเราจะคงยังใกล้ชิดเหมือนเดิมหรือไม่…ฟ้าเท่านั้นที่รู้

สติกลับคืนมาอีกครั้ง…
 
ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มวัย 20 ต้นๆ คนหนึ่งกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเขียนเรื่องสั้น นับเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เขานั่งหลับตาอยู่นิ่งๆ บนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเก่าปอนของเขา 
มีประโยคสั้นๆ ปรากฏอยู่เพียงว่า 
กาลครั้งหนึ่ง หัวใจดวงนี้ (แมร่ง) เคยมีความรัก (เราอ่ะเคยมีความรัก)
 เรื่องราวทั้งหมด...มากมาย แต่เขาก็เขียนลงไปแค่นั้นจริงๆ ความรู้สึกที่ถูกย่นย่อ...ให้มันเป็นเรื่องสั้นที่สั้นที่สุดในโลก...เรื่องสั้นที่สรุปเอาความรู้สึกภายในเอาไว้ได้ทั้งหมด...เรื่องสั้นที่มีเพียงสามประโยค
SHARE
Writer
Nui_Napat
so many role to play
ใกล้เรียนจบแล้ว กำลังแสวงหาโอกาสและคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่และกำลังจะทำต่อไป (ปัจจุบันเรียนจบ รับปริญญามา 2 ปี 8 เดือนแล้ว)

Comments

UnicornCat
4 years ago
...เธอไม่เคยจะรู้ ว่าคนที่ดูแลเธอทุกวันข้างกาย เค้ามีบางสิ่งคิดไม่ซื่อ อย่างเพื่อนกัน...

เพลงนี้เปิดฟังในรถทุกวันเลยละ T T 55555
Reply
Nui_Napat
4 years ago
เพลงเก่ามากแล้ว :b เชี่ยวชาญเรื่องเพลงแอบรักสมัยก่อน
UnicornCat
4 years ago
55555 เพลงบางเพลงก็ไม่เคยเก่าเลย ถ้ามันโดน ;)
Reply
xxxxxxxxx
4 years ago
ชอบสไตล์การเขียนของพี่มากเลย
อ่านเพลินมากค่ะ
Reply
Nui_Napat
4 years ago
ถามจริงเล่าตัดสลับเวลาไปมาอย่างนี้พออ่านรู้เรื่องป่าว งงลำดับเวลามั๊ย
xxxxxxxxx
4 years ago
ไม่งงนะ แถมจบสวยมากพี่
Nui_Napat
4 years ago
เย้ ดีใจจัง