#24 – ความสุขในราคาถูกๆ กับเพลง Cheap Thrills | Sia

1
ผมเริ่มฟังเพลง Cheap Thrills ครั้งแรกตอนอายุ 25 เพราะมีเพื่อนคนนึงเปิดเพลงนี้ให้ฟัง
ผู้หญิงในเพลงบอกกับผมว่า
"อย่าเสียเงินไปเต้นในผับเลย ถ้าไม่มีตังค์ ในเมื่อเปิดเพลงอยู่บ้านก็เต้นได้เหมือนกัน"
หยิ่งผยอง ผมเสียหน้า 
ผมฟังเพลงของเธอจนจบ ก็เปลี่ยนไปฟังเพลงอื่น แล้วไปเสิร์ชถามกูเกิ้ลว่า
"เพลงนี้เป็นเพลงของใครวะ สนุกฉิบหาย"
กูเกิ้ลบอกเป็นเพลงของเจ๊ Sia ที่แต่งให้ Rihanna แต่ดูเหมือนห่านศรีจะไม่ได้เลือก
เจ๊แกเลยเอามาใส่อัลบั้มตัวเองซะ ผมเปิดเพลงนี้โดยไม่สนใจฟังเพลงอื่นต่อ



2
หลายวันต่อมา เพื่อนผมแชร์มิวสิควิดีโอเพลงนี้ในหน้าฟีด
แต่มันไม่ได้แท็กเธอ เพราะไม่รู้จะแท็กไปทำไม



3
สองสัปดาห์ต่อมา ผมไปเล่นน้ำสงกรานต์ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะออกไปเบียดเสียดกับผู้คนทำไม
และผมก็ไม่รู้ว่าจะไปเล่นที่ข้าวสารทำไม
ยอมรับว่าหลังจากนั้นผมก็ไม่ฟังเพลงของเธอวนซ้ำอีก แต่ดีเจเขาดันเปิดเพลงของเธอที่นั่น
ผมเริ่มประโยคแรก “เฮ้ย นี่มันเพลงนั้นนี่หว่า”
เธอบอก “Come on, come on! Turn the radio on!”
อะไรวะยังไม่ทันตั้งตัวเลย แต่ผมก็โยกตัวตามเพลงไปแล้ว
“It’s Friday night and I won’t be long..”
เธอบอก “วันนี้เราต้องปลดปล่อยกันซะหน่อย รอฉันแป๊บนะ”
“เฮ้ย” ผมอยากรู้จริงๆ “เธอจะทำอะไร”
“…‘Till I hit the dance floor, hit the dance floor, I got all I need.”
เธอตอบ “รอให้ฉันได้เต้นก่อน อีกเดี๋ยวฉันก็จะได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการแล้ว”
ผมพยายามโยกตามเพลงไปกับผู้คนที่ยืนเบียดเสียดกันในถนนข้าวสารหน้าผับที่เปิดเพลงนั้น
“No, I ain’t got cash, I ain't got cash, but I got you, baby”
เธอบอก “ไม่ ฉันไม่ได้พกตังค์มา ไม่มีสักบาทเลย ไม่เป็นไรหรอก ฉันมีคุณอยู่นี่นา”
อะไรของเขาวะ ผมไม่ชอบท่อนนี้เลย มันเหมือนเธอจะมาหลอกเงินผม
ผมควรจะเลิกฟังแล้วเดินไปเต้นหน้าผับอื่นใช่ไหม?
ไม่ว่ะ เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เธอหมายถึง “เธอไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น
เธอแค่ต้องการเต้น มันไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย”
ตาผมเป็นประกาย “เธอขอแค่มีคนที่เธอรักอยู่ข้างๆ และเต้นไปด้วยกันกับเธอเท่านั้นเอง”



4
“Come on, come on! Turn the radio on!”
“It’s Saturday and I won’t be long..”
ดูเหมือนเธอจะออกไปหาความสุขตั้งแต่คืนวันศุกร์ถึงคืนวันเสาร์เลยนะเนี่ย
ผมก็ยังเออออเต้นกับทุกคนหน้าผับนั้นไปเรื่อย แอบฉีดน้ำคนที่เดินผ่านบ้าง ไปเต้นกับเขาบ้าง
มันเป็นความรู้สึกดี อาจเป็นเพราะว่าผมไม่ต้องพยายามอะไรเลย ดีเจก็เปิดเล่นเพลงของเธอไป
ผมจะไปขอให้เขาเปิดอีกรอบก็ไม่ได้ ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนควบคุมเครื่องเล่นเพลง
ที่เราทุกคนทำได้ก็แค่สนุกไปกับเพลงซะ ก่อนที่มันจะจบลง
“Baby, I don’t need dollar bills to have fun tonight”
“I love cheap thrills!!!”
เธอโพล่ง “คืนนี้ ฉันไม่ต้องใช้เงินเพื่อที่จะได้สนุกหรอกนะ”
“นี่แหละความสุขแบบราคาถูก” เธอตะโกน
ผมตกใจและหัวเราะ ผมก็คิดเหมือนเธอ ผมคิดว่ามีใครหลายคนในข้าวสาร หรือแม้แต่ในสีลม
หรือใน/นอกประเทศ ที่ไม่ได้ใช้เงินเพื่อมาเล่นสนุกกันอย่างนี้ ในคืนนี้



5
ผมสนุกไปกับเพลงของเธอมาก ทุกคนก็ด้วย ผมนึกย้อนกลับไปคิดถึงใบหน้าของ Sia . . .
หน้าตาของเธอไม่ได้จิ้มลิ้มน่ารักสักนิด เธอมักจะปกปิดใบหน้าเธอไว้ด้วยแว่นตาดำอันใหญ่ๆ
แต่ผมชอบทรงผมของเธอจริงๆ ผมว่ามันเป็นเอกลักษณ์ดี ไม่เหมือนใคร
“..I don’t need no money as long as I can feel the beat,
as long as I keep dancing”
เธอบอกไว้ว่าขอแค่เธอได้รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะเพลง แค่เธอได้เต้นไปเรื่อยๆ
เธอก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินด้วยซ้ำ
ผมมองดูผู้คนรอบตัว
ผมถามตัวเองเป็นครั้งแรก
ผมมาทำอะไรอยู่กับทุกคนที่นี่วะ
มาเต้นกับคนที่ผมไม่ได้รู้จัก แล้วผมก็ไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อนด้วย



6
เพลงของเธอจบแล้ว ผมอยู่เต้นต่อไปอีก 2-3 เพลงก็รู้สึกว่าพอแล้ว จึงกลับก่อน
แม้เช้าวันถัดไปคนจะยังเล่นน้ำกันอยู่ที่นั่น แต่ผมก็คิดว่าไม่เป็นไร
เพราะผมคงไม่ได้ไปที่นั่นอีกแล้ว อย่างน้อยก็จนกว่าจะอยากไปกินสุกี้แห้งแถวนั้นอีก
หลังจากวันนั้นผมก็ฟังเพลงของเธอน้อยลง หันไปฟังเพลงของคนอื่นบ้าง
ผมก็มีเล่นเฟสบุ๊คนะ มีโพสต์ดราม่าบ้าง แต่ก็ไม่ได้จะเป็นจะตาย
มันเป็นสายสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ตัดขาด :P



7
หลายๆปีมานี้ ผมรู้สึกว่าชีวิตของคนเรามันมีแต่เรื่องเครียดๆมากมายเต็มไปหมด
เพื่อนสนิทที่พอเข้าใจความรู้สึกผมดี มักจะบอกให้ผมลองหาเวลาไปเที่ยวดูบ้าง
ไม่ก็ไปดูหนังสักเรื่อง หรือออกไปหาร้านนั่งชิลกับมัน จะได้ผ่อนคลายขึ้น
ผมไม่มีอะไรจะตอบ
ผมก็คิดเหมือนที่มันคิด
ผมก็อยากทำเหมือนที่มันบอก
ผมได้แต่เงียบ แล้วสุดท้ายก็พูดออกไปว่า “กูไม่มีตังค์ มึงเลี้ยงนะ”
เพื่อนเงียบ ก่อนตอบ “อ่าว” แล้วมันก็หายไปจากชีวิตผมถาวร
สุดท้ายผมก็เปิดเพลงฟังอยู่ในห้อง
เหมือนที่เธอคนนั้นเคยบอกเอาไว้ในเพลง



8
มีเพื่อนคนนึงกำลังจะไปเมืองนอก เหมือนจะไปแต่งงานกับคนที่นั่น
และคิดว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว อะไรทำนองนั้น
ผมไม่ได้ไลค์ คอมเม้นท์ หรือ “คุย” กับเขามานานแล้ว แค่อ่านสเตตัสเวลาที่มันขึ้นในนิวฟีดน่ะ
แฟนผมบอกให้เลิกเล่นเฟสบุ๊ค แล้วไปอาบน้ำและออกไปกินข้าวได้แล้ว
“กูหิว” เธอว่าอย่างนั้น
ผมเกือบทนไม่ไหวทุกครั้งที่เธอพูดแบบนี้ ผมอยากจะบอกเธอว่าผมไม่อยากไป
ฝากซื้อกลับมาให้ด้วย ผมอยากบอกเธอออกไปแบบนั้นจริงๆ



9
คิดดูแล้ว นักบินอวกาศก็คงเป็นแบบนี้ใช่ไหม
หลังจากกลับจากภารกิจในอวกาศ
บนพื้นโลก พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไป








8 นี่มาจากไหน?

9 นี่เกี่ยวอัลไล?


#ก็เขียนเล่นๆไปตามเขา

#สนุกดี


#ผมเป็นผู้หญิง


#ไม่ใช่ 25 แต่มันเป็นฟีลลิ่ง



#ผมไม่ได้อ่านมาร์เกซ 
 
#แต่ผมอยากเล่นมั่ง
 


 
555555555+







Image Cr. Tumblr.com - JollyJoules






SHARE
Written in this book
อิน เพลง สากล
ประตูวิเศษที่เปิดโอกาสให้บทเพลงแห่งชีวิตออกโลดแล่น
Writer
lalajinx
instyle inspirer
Call me Jin! | lalajinx.com

Comments

JD5555
5 years ago
ฮาอ่ะ แต่แอบเปลี่ยวเหงานะเนี่ย เปลี่ยนมาเขียนเรื่องสั้นเหอะ
Reply
lalajinx
5 years ago
ก็นึกเอาตอนแฟนมาเรียกกินข้าว 55555+
เลยหยิบมาใส่ซะเลย
JD5555
5 years ago
นั่นไง ว่าแล้ว 5555
lalajinx
5 years ago
กินข้าวที เหมือนจะขาดใจตาย 55555+
imonkey7
5 years ago
หนุกดี ชอบๆๆๆ ..... ไม่น่าเชื่อ ว้าว เขียนมันส์มาก
Reply
imonkey7
5 years ago
ชอบรูปปกด้วย มันลงตัวทุกอย่างเลย เห็นปกแล้วอยากเต้นหน้าฮ้านเลย
lalajinx
5 years ago
จัดโลด อัดคลิปมาแฉให้ดูด้วย
imonkey7
5 years ago
หึๆ
wibowbow
5 years ago
ชอบค่ะ กิกิ แอบไปอ่านต้นฉบับมาค่ะ ขำหนักเลย 555
Reply
lalajinx
5 years ago
กลายเป็นสายฮาไปซะงั้น 555555+
Silencewaltz
5 years ago
lol
Reply
lalajinx
5 years ago
อิอิ
ELThanaphat
5 years ago
ไม่ได้อ่านมาร์เกซน่ะ แต่อ่านนี่แล้วชอบ 55+
Reply
lalajinx
5 years ago
เต้นรึยัง?