Revolver vs Reaper เรื่องเล่าว่าเราพนันกับมัจจุราช
มีเรื่องหนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาสมัยเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านสุขุมวิทที่หน้ามหาวิทยาลัยมีตึกแกรมมี่อยู่ แต่ปีแรกของผมไม่ใช่ความทรงจำแบบชุดหล่อเดินทัวร์กลางเมืองกินอะไรหรูหรานักหนาครับ เพราะปีแรกของคณะผมถูกส่งไปนอนที่คลอง 16 รังสิตที่อีกนิดเดียวก็เป็นจังหวัดนครนายกแล้ว

ที่นั่นไม่มีอะไรเลย นอกจากจักรยาน เซเว่นอีเลฟเว่นที่ปิดหลังสี่ทุ่ม (อิงปัจจุบันนี้) ซึ่งถ้าใครอยากนัดต่อยกันหลังเซเว่นปิดก็ทางสะดวกมาก ร้านเกมและร้านเหล้าด้านหลังมหาวิทยาลัยพร้อมกับร้านปังเย็นที่สาว ๆ ชอบไปนั่งตั้งแต่ก่อนจะเป็นเมนูดังพลุแตกตอนนี้ เรากินกันมานานจนเบื่อแล้ว และหอพักที่ร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าอะไรดี

เพื่อนคนหนึ่งมันพูดขึ้นมากลางวงเพื่อนที่กำลังต่อสาย LAN เข้ากล่องแยกสัญญานและเตรียมพะบู๊กันใน Defense of the Ancients "DotA" และมีเพลงสกาวาไรตี้เป็นแบ็คกราวน์ให้สมกับลุคที่แยกกับบ็อบ มาเล่ย์แทบไม่ออกพร้อมกับ LM กล่องเขียวที่วางเอาไว้บนโต๊ะของมัน

มึงรู้ไหม ว่าพวกเรามีชีวิตอยู่ในวันนี้เพราะเราชนะพนันกับมัจจุราชทุกวัน
ไอ้หมอนี่ชอบหยิบประเด็นนามธรรมมาพูดกันกลางวงเพื่อนที่กำลังจะสนุกกันเสมอ ๆ แต่ผมก็ยินดีจะคุยกับมันเสมอ เพราะผมสนใจ "ความลึก" ในตัวของมันมากทีเดียวและสนุกว่าเมื่อไหร่จะมีประเด็นแปลก ๆ แบบนี้ออกมาอีก ราวกับเด็ก ๆ ที่นั่งรอขนมหรือเงินเล็กน้อยที่ผู้ใหญ่จะหยิบให้อย่างนั้นแหละ

"กูว่ามันปกติเปล่าวะ" ผมตอบสวนมันกลับไป "เพราะถ้าไม่งั้นตอนนี้เราจะอยู่ตรงนี้ได้ยังไง"

"มึงตอบครึ่งเดียวเอง กูอยากบอกว่าพวกเรานี่โชคดีว่ะ ที่ยังได้สนุกกันตอนนี้" มันพูดขึ้นมาอีกขณะที่เพื่อนคนอื่นกำลังจะเริ่มเฮละโรเลือกตัวฮีโร่มาหวดกันในเกม ถึงผมคุยกับเจ้าหมอนี่อยู่ก็แบ่งไปสนใจเลือกฮีโร่ในทีมได้เช่นกัน

"เออ... นั่นสิ" ผมตอบแบบเริ่มไม่ใส่ใจเล็กน้อย "แต่กูว่าถ้ากูพลาดเกมนี้ ไอ้พวกนี้แม่งด่ากูตายเร็วกว่ามัจจุราชอีก" ผมแซวมันเล็กน้อยขณะที่มันก็เริ่มไม่เครียดอะไรกับประเด็นของมันแล้ว และหันมาแคร์เกมและเชียร์พวกเราสนุกกันต่อก่อนที่มันจะเปรยเบา ๆ ให้ผมได้ยิน

"ของอย่างนี้มันต้องใช้เวลา กูว่าสักวันเร็ว ๆ นี้มึงน่าจะเข้าใจ" ผมพยักหน้าขอบคุณมันเล็กน้อยก่อนจะกดท่าไม้ตายช่วยเหลือเพื่อนในทีมให้มันชนะมัจจุราชที่แฝงตัวมาในร่างฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างฉิวเฉียด ต่ออายุทีมจนชนะเกมนี้ไปอย่างง่ายดาย

คำนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของผมมาตลอดตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันนี้ที่เริ่มลงมือเขียนบทความนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ผมพิสูจน์ด้วยตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้งว่าเรากำลังพนันกับมัจจุราชอย่างไรกันนะ?

เราชนะเกมเราอยู่ต่อ? เราแพ้เกมก็โดนมันเอาตัวไปอย่างนั้นเหรอ? เหมือนรัซเซียน รูเล็ตต์ที่มีกระสุนปืนอยู่ในรังเพลิงหนึ่งนัดอย่างนั้นแหละ

ราวกับเสียงนกสับที่ท้ายรังเพลิงปืนลูกโม่ตอกเข้าช่องเปล่าที่ไม่มีกระสุนอยู่ก้องในหัวผมอยู่บางครั้งที่ผมรอดจากสถานการณ์หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเงินหมด หลงทางกลับบ้านไม่ได้ ข้ามถนนที่ขึ้นชื่อว่าข้ามยากมากและไม่โดนอุบัติเหตุสักครั้งเดียว

ราวกับเสียงไกที่สับเข้าความว่างนี้ดังอยู่ในหูเรื่อย ๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งที่แม่ผมก็พูดสิ่งที่คล้ายกันกับที่เจ้าเพื่อนคนนี้บอกผมเมื่อนานมาแล้วอีกครั้งหนึ่งตามสไตล์ผู้หญิงแกร่งเกินความคาดหมายของเมนเทอร์ลูกเกดว่า

คนเราไม่ถึงที่ตายมันไม่ตายหรอก
ผมก็ลองมันอีกโดยโยนตัวเองเข้าสู่ความอันตรายครั้งแล้วครั้งเล่าจนบางคนบอกว่าไม่เสียดายชีวิตเลยเหรอ? และผมก็เอาคำนี้ตอบคนที่ถามเช่นนั้นกับผม

ชีวิตของเรากำลังเล่นพนันกับมัจจุราชอยู่ทุกวินาทีจริง ๆ ครับในทุกนาทีที่เราหายใจอยู่ในตอนนี้ เพราะเราไม่เห็นว่าในร่างกายเรามีโรคร้ายอะไรซ่อนอยู่ ถนนด้านหน้าที่เราจะเดินไปจะมีอะไรเตรียมจะจัดการเรา ทุกสิ่งมันเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีถ้าเรายังหายใจอยู่

แม้แต่บางทีภายในร่างกายของเราเองนั่นแหละที่เป็นมัจจุราชกับเราเอง สังเกตว่ามีคนป่วยตายเพราะโรคหัวใจล้มเหลวหรือมะเร็งกันเยอะแยะถมไปในโลกที่เวลามีน้อยแต่มีสิ่งน่าทำมีอยู่มากมายไปหมด

คำนี้ที่เพื่อนกับแม่บอกเพิ่งจะมาเข้าใจเอาครั้งนี้เมื่อกลับมาจากฮอกไกโด ซึ่งการไปเที่ยวที่ประเทศที่เราอยากไปตั้งแต่เด็ก ๆ นั้นมันให้อะไรกับเรามากมายเหลือกเกิน

ไม่เช่นนั้นฝรั่งคงจะไม่ YOLO "You Only Life Once" มีอะไรอยากทำรีบทำให้เสร็จให้ครบก่อนจะตายเพราะเราเป็นเราอยู่แค่ตอนนี้เท่านั้น ตายไปไม่รู้จะกลายมาเป็นไอ้ด่างที่ไหนก็ไม่รู้ การรีบทำอะไรที่อยากทำไปเลยโดยไม่แคร์เสียชาวบ้านแต่ไม่ทำร้ายใครเป็นสิ่งที่ผมว่าคนเราควรทำนะครับ

Don’t be trapped by dogma – which is living with the results of other people’s thinking. 
สตีฟ จ็อบส์เองก็พยายามจะบอกทุกคนเรื่องนี้เช่นกันที่ Standford, 2005. หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้วเมื่อเขาเลือกจะไม่ยอมติดอยู่กับวังวนคำพูดความคิดเห็นของคนอื่นจนไม่ได้ทำอะไรสักที อยากทำโน่นทำนี่ "แต่" พออ้างเช่นนี้ก็จบกันทันควัน

อยากจะทำอะไรกันบ้างล่ะครับคราวนี้? จะบอกรักใครสักคน จะออกไปเที่ยว อยากได้คอมใหม่ อยากซื้อมือถือใหม่? ไม่มีใครห้าม สักครั้งในชีวิตก่อนจะไม่ได้ทำ อย่างน้อยมานั่งเสียดายว่าตอนนั้นมันพลาดไปนิดเดียวเองไม่อย่างนั้นคงจะสำเร็จไม่ต่างกับคนอื่นหรอกน่า! ยังดีกว่ามานั่งเสียดายกับว่า "รู้งี้" ตั้งมากมาย

เพราะคำว่ารู้งี้มันเจ็บปวดเพราะเรารู้ว่าเราไม่มีโอกาสกลับไปทำสิ่งนั้นได้อีกแล้วเพราะไม่มีไทม์แมชชีนให้ใช้สักเครื่องหนึ่ง และแม้ย้อนกลับไปได้ก็คงจะไม่ทำอยู่ดีถ้าใครที่อ่านบทความนี้เข้าใจประเด็นที่ Cloud Atlas ต้องการบอกเราในหนัง

ดังนั้นอย่าพลาดจะลองทำ เพราะตอนนี้เรายังพนันกับมัจจุราชชนะ ไม่ถึงที่ตายนั่นแหละ...
SHARE
Written in this book
Just think
คิดอะไรได้ก็เขียน เท่านั้นเอง
Writer
PsychoPlay
psychopath
A psychopath who dress in a ordinary people skin.

Comments