จนกว่าเราจะพบกันอีก
ที่ฉันเขียนถึงเธอในวันนี้ คงเป็นเนื่องในวาระที่เรากำลังจากกัน

หลายคนชอบพูดว่าการได้พบกับใครสักคน คือการที่เส้นชีวิตสองเส้นได้มาบรรจบกัน และเมื่อจากกัน เส้นชีวิตนั้นก็จะค่อย ๆ แยกออกจากกัน และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นเส้นขนาน ที่ไม่มีวันบรรจบกันอีก

แต่สำหรับเราสองคนคงไม่ได้เป็นแบบนั้น การพบกันของเราเป็นเพียงแค่เส้นขนานสองเส้นที่วิ่งมาคู่กัน และใกล้กันมากพอที่จะให้เราได้พบกัน คุยกัน และรู้จักกัน และในธรรมชาติของเส้นขนาน ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะกลับไปหาเส้นทางเดิมของมัน ที่จะทำให้เราสองคนออกห่างจากกันเรื่อย ๆ

ฉันได้แต่นึกถึงการพบกันของเราสองคน ที่เป็นการรังสรรค์จากโชคชะตาและความบังเอิญล้วน ๆ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเลยที่เราจะ ‘เหมือน’ กันจนทำให้ชีวิตเรามาบรรจบกันอย่างตั้งใจได้ เพลงโปรดของเธอเป็นเพลงแจ๊สที่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง ในขณะเดียวกันเธอก็บ่นถึงเพลงคลาสสิกชวนหลับของฉัน ฉันชอบที่จะหมดเวลาไปกับหนังสือนิยายชวนฝัน ส่วนเธอใช้เวลาทั้งวันไล่ตามลูกบอลกลม ๆ ท่ามกลางแดดร้อน ๆ ที่ฉันเกลียด อ้อ! ความจริงเราสองคนมีจุดเหมือนกันนิดหน่อยตรงที่หาเรื่องใส่ตัวได้เก่งมาก และมันทำให้เส้นขนานของเรายังคงอยู่ด้วยกันได้อีกช่วงหนึ่ง ก่อนที่โชคชะตาจะเริ่มหมดพลังและพ่ายแพ้ต่อความแตกต่างของเรา

ต่อให้เราจะแตกต่างกันมากเท่าไหร่ แต่เราสองคนก็ยังรู้ใจกัน และมีมุมที่ชวนให้ยิ้มหวานเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน เราสองคนก็ยังทรยศซึ่งกันและกัน ผลัดกันผิดใจกันและโกรธอีกฝ่ายด้วยเรื่องราวงอแงเสมอ แต่สุดท้ายพอเจอรอยยิ้มของกันและกัน เราก็จะหยุดงอนอีกฝ่ายราวกับว่าความโกรธเกรี้ยวในตัวสลายไป ราวกับว่าเราสองคนรู้ตัวเสมอว่าไปทำให้อีกฝ่ายโกรธ แต่เราก็ไม่เคยหยุดการกระทำเหล่านั้น และเราสองคนก็ไม่ยอมพูดถึงปัญหานี้เสียที ไม่แน่ว่าพอฉันลองเปิดประเด็นนี้ เธออาจจะหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็เจ๊า ๆ ไปละกัน” อย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าหากเธอมาเปิดประเด็น ฉันก็คงตอบด้วยประโยคเดียวกัน อย่างไม่ต้องสงสัยเช่นกัน เธอยังคงเข้าถึงได้ยาก ทั้ง ๆ ที่รู้จักกันมานานขนาดนี้แล้ว ฉันก็ยังไม่อาจหยั่งลึกถึงจิตใจข้างในของเธอ แต่มันก็คงเหมือนกัน เธอก็ไม่สามารถเดาใจฉันได้หลายเรื่อง ถ้าคุยกันก็คงได้พูดว่า ‘เจ๊าอีกแล้ว’ แล้วหัวเราะดัง ๆ อีกสองสามรอบ หลายครั้งที่ฉันพยายามกางปีกปกป้องเธอ แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่สูญเปล่าและเหนื่อยฟรี แต่เธอเองก็กางปีกให้ฉันเหมือนกัน แม้ว่ามันจะช่วยอะไรไม่ได้มากก็ตาม

พวกเราต่างเป็นนางฟ้าที่คอยคุ้มครองอีกฝ่ายแบบเงียบ ๆ ตลอดมา
เราสองคนต่างก็เป็นกระจกเงาของกันและกันในโลกคู่ขนาน
 
เส้นขนานของแต่ละคนกำลังเรียกร้องให้เราสองคนกลับไปยังเส้นทางของตัวเอง ฉันได้ยินเสียงนั้น และเชื่อว่าลึก ๆ แล้ว เธอเองก็ได้ยินเสียงเพรียกเหมือนกัน แม้ว่าเธอจะพูดเสมอว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลยก็ตาม ฉันได้แต่เสียดายช่วงเวลาแสนสั้นนี้ ถ้าหากมีโอกาสอีกสักครั้ง หรือสองครั้ง ก็อยากจะให้เราพบกันมากกว่านี้ เพราะฉันยังอยากฟังเรื่องราวของเธอ ฟังเธอบ่นเรื่องโลกของเธอที่ฉันเข้าไปไม่ได้ซ้ำ ๆ และเล่าเรื่องราวน่าเบื่อของฉันให้เธอฟัง ซ้ำ ๆ อีกสักครั้ง แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เวลาของเราหมดแล้ว โลกกำลังเดินหน้า และถ่างเส้นทางของเราสองคนออกไปไกลเรื่อย ๆ

เมื่อเราจากกันแล้ว ฉันคงจะคิดถึงเธอ ฉันจะฝันถึงเธอเพื่อถมความเหงาเดียวดายนั้น ฉันจะฝันถึงแววตาลังเลใจที่เธอมักจะใช้มองมาทางฉันเพื่อหวังให้ฉันยิ้มตอบหรือพูดอะไรซักคำเพื่อเธอสบายใจ และในฝัน ฉันจะฝึกคำพูดอย่าง “ไม่เป็นไร อย่าคิดมาก” หรือ “มันโอเคแหละ” ไว้เมื่อเราพบกันอีกครั้ง ฉันจะสามารถพูดประโยคเหล่านั้นให้เธอฟังไว้คลายกังวล เมื่อถึงวันนั้น และฉันจะรอวันนั้น จะฝันและคิดถึงเธอซ้ำ ๆ 
 
จนกว่าเราจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง

SHARE

Comments