คิดถึง...จดหมาย
เคยมีใคร  คิดถึงจดหมายกันบ้างไหมคะ
เคยรอ   รับจดหมาย จากใครรึเปล่า

ฉันคิดถึง ช่วงเวลา ของการเขียนจดหมายสักฉบับถึงใครบางคนอยู่เสมอ 
ในวันที่เรื่องรอบตัวมันวุ่นวายไปหมด 
ฉันอยากเขียน เเละเล่าถึงเรื่องราวที่มันผ่านมาในชีวิต
เล่าถึงวันที่ ฉันดีใจและรู้สึกประสบความสำเร็จ
เล่าถึงวันที่ ต้องตัดสินใจกับเรื่องยากๆ
เล่าถึงวันที่ ฉันไม่อยากจะคุยกับใคร แม้แต่ตัวเอง

และเล่าถึงวันที่ ฉันจะรอ การตอบจดหมายจากคนคนนั้น

ถึงแม้  จะไม่รู้เลยว่า จดหมายจะไปถึงเขาเมื่อไหร่
เขาจะมาเปิดอ่านเมื่อไหร่  
เขาจะตอบกลับมาเมื่อไหร่  หรือ เขาจะตอบจดหมายกลับมาไหม
แต่ฉันเชื่ออยู่เสมอ ว่า
คนเขียนจดหมาย มักยินดี ที่จะรอการตอบกลับ   แม้มันนาน  แค่ไหน
และคนที่ได้รับ มักจะตั้งใจอ่าน ทุกตัวอักษร 

สมัยก่อน ตอนที่ฉันยังเด็ก
พ่อและแม่ มักไม่เคยอยู่พร้อมหน้า เพราะต้องประจำอยู่ที่ต่างจังหวัด
ฉันจำได้เเม่นว่า เวลามีจดหมายมาที่บ้าน 
พวกเราสามคนพี่น้อง ก็จะรีบไปนั่งล้อมวง 
โดยมีแม่บ้าง พ่อบ้าง ยายบ้าง  ที่สลับกันเป็นคนนั่งตรงกลางวง 
เพื่อเปิด และอ่านจดหมายให้พวกเราฟัง  

ถึงแม้จดหมายจะยาว หรือจะสั้น
แต่ถ้าคนที่เขียนมา เขียนถึงเราสักนิด  เราก็จะยิ้มจนแก้มปริ และมีความสุขมาก

แม้ตอนนั้น ฉันจะยังเขียน ย ยักษ์ และ พ พาน และตัวอักษรอีกหลาย หลายตัวกลับหัว
แต่ ฉันก็พยายามที่จะเขียนจดหมายตอบกลับไป 
บางทีก็เเค่เขียนชื่อตัวเอง ขีดๆ วงกลม สามเหลี่ยม  สี่เหลี่ยม ประทับรอยมือ
ก็ทำทุกอย่าง ที่ทำได้ในตอนนั้น
เพื่อจะให้คนที่รอจดหมาย ได้เห็นว่า คนอ่านจดหมายของเขา นั้นมีเรารวมอยู่ด้วย 
เราอยากจะส่งความรู้สึกคิดถึง   
ไปถึงเขา   ที่ปลายทาง 

บุรุษไปรษณีย์ คือ คุณอาที่แสนใจดี 
พวกเราตั้งใจรอเขา และซาบซึ้งใจ 
ที่เขาหอบความรัก ความสุข ผ่านระยะทางแสนไกล มาให้กับเรา

ในวันนี้ ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เห็นบุรุษไปรณีย์มานานแล้ว
แต่ฉันก็ยังรู้สึกลุ้น  ทุกๆครั้ง ที่ไขตู้จดหมาย 
ฉันแอบหวังตลอด ว่า จะมีจดหมายอื่น นอกจากบิลค่าน้ำ ค่าไฟ และใบปลิวโฆษณา

ในวันเกิด แม่เคยส่งจดหมายจากราชบุรีมาให้
ระยะทางถึงกรุงเทพ ไม่ได้ไกลนัก
แต่ฉันก็ดีใจ และน้ำตาไหลพรากๆ เมื่อเห็นว่าเเม่ แอบแนบ กระดาษลายดอกไม้เก่าๆที่มีลายมือของคุณยายที่เสียไปหลายปีแล้วมาด้วย

คุณยาย คือ คนสุดท้าย ที่ส่งจดหมายคุยกับฉัน

สมัยนี้ คนเราไม่ค่อยเขียนจดหมายกันแล้วสินะคะ

ฉันมักมองเห็นตัวเอง จดจ้องโทรศัพท์ในทุกๆเวลาที่ว่าง หรือวางมือจากงาน
เพียงเพื่อจะเปิดไลน์ และดูว่า มีใครส่งข้อความมาบ้าง

ก็ไม่รู้ ว่า เพราะ ติดมาจากหน้าที่การงาน  เพราะมันอยู่ว่างไม่ได้  หรือ  เพราะว่า เหงา
จริงๆแล้ว สมัยนี้ การติดต่อพูดคุยกันเป็นเรื่องเเสนง่าย 
เราเเสดงความดีใจ เสียใจ ต่อกัน ได้แทบทุกโอกาส โดยไม่ต้องรอ บุรุษไปรณีย์
ไม่ออกไปเลือกกระดาษ ไม่ต้องเลือกซองจดหมาย ไม่ต้องเลือกสีหมึก
ไม่ต้องไปซื้อสแตมป์ ไม่ต้องคิดว่าจะติดสแตมป์กี่บาท
เรากดแป้นพิมพ์ ต๊อกๆแต๊กๆ ก็ส่งได้เลย เร็วกว่าใจคิด

มันสะดวกดีนะ เทคโนโลยี

แต่กระนั้น ฉันก็ไม่เคยได้กลิ่นความคิดถึงที่มันท่วมท้น เหมือนที่เคยได้จาก จดหมาย 
แล้วก็ไม่ค่อยรู้สึก ว่า การส่งข้อความผ่านไลน์ด้วยความรวดเร็ว 
จะมาเติมเต็มความเหงา จากการที่อยู่ไกลกัน  ได้ดี อย่างที่จดหมายเคยทำได้

หรือ อาจเพราะเรา ต่างเหงาเกินไป ในวันที่อะไรๆ ก็รวดเร็วไปหมดจึงทำให้วันนี้  มีข้อความมากมายที่ส่งมาถึงเรา
แต่หัวใจเรา กลับไม่ได้พองโตเท่ากับเมื่อก่อน

เราพบเจอ และได้สนทนากับเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ ได้ง่ายๆ
ง่ายทุกอย่าง 

จน คืนหนึ่งที่ ไลน์ไป 
แล้ว เขาอ่าน 
แต่ไม่ตอบ  
ก็ทำให้ฉัน ฉุกคิดได้ว่า  ฉัน อดทนกับการรอคอยได้น้อยลงมาก อย่างน่าใจหาย
และก็ทำตัวเหงา อย่างพร่ำเพรื่อ จนน่าสงสาร

ฉันเริ่ม คิดถึงคุณค่าของการรอคอย
และคิดอยากจะส่งจดหมายสักฉบับ ให้กับใครสักคน
SHARE

Comments

Eggybunbun
5 years ago
ชอบและคิดถึงจดหมายอยู่เหมือนกัน ถึงมันจะช้าแต่มันก็อบอุ่นและมีความโรแมนติกในฉบับของมันนะ ;)
Reply
Ploychatara
5 years ago
^^