Clarkson's Law กับรถคันใหม่ที่ยังหาไม่ได้สักที...
Honda City Type Z (1992)
Toyota Corolla AE111 "สามห่วง" (1992-1996)
Mitsubishi Lancer CK "ท้ายเบนซ์" (1996-2002)
Honda Civic "FD ไฟโดนัท" (2003-2010)
Mazda 3 (2003) 

และอีกหลาย ๆ รุ่นที่เป็นรถเก่าอายุอานามใกล้เลข 10 หรือเกิน 10 ปีไปแล้วถ้าอิงวันที่เริ่มเขียนบทความที่ทุกคนกำลังอ่านขึ้นบนหน้า Storylog (วันเมษาหน้าโง่) ก็ยังวิ่งอยู่บนท้องถนนกันอย่างขวักไขว่ในทุกวันนี้ และไม่มีทีท่าจะลดลงเท่าไหร่เลย

"เก็บเงินดาวน์ป้ายแดงนะ เดี๋ยวแม่ช่วย" คำนี้ผมเข้าใจความรักที่แฝงอยู่ด้านในนี้ได้ชัดเจน อยากให้ลูกได้รถใหม่เป็นเรื่องน่ารักที่ผมสัมผัสได้จากคุณแม่ผู้เข้มงวดเหมือนครูไหวใจร้ายผสมกับอาจารย์ฝ่ายปกครองที่นักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนต้องยอมสยบให้

แม้จะรับรู้ความใจดีนี้ได้ แต่ผมยังตอบคำถามหนึ่งเกี่ยวกับรถมือหนึ่งที่ติดอยู่ในหัวมาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มหาข้อมูลของรถแต่ละรุ่นอย่างจริงจังจนเพื่อน ๆ มารุมถามหาข้อมูลกันว่าจะซื้อรถรุ่นไหนกันดีจากผมที่ยังไม่มีรถสักคัน

ไอ้ที่เงินมันเหลือ ๆ หน่อยก็เริ่มจะมีโปรเจคคันใหม่อีกคันหนึ่งแล้ว ส่วนเราเหรอ... ยังไม่ได้สักคัน เงินนี่พร้อมนะ แต่ยังปลงใจไม่ได้สักที เหมือนยังไม่เจอคนที่รักและจะทุ่มใจลงไปให้กับมันจริงจังเท่านั้นเอง

ผมมองรถสักคันเหมือนกับผู้หญิงสักคนที่เปิดโอกาสให้เราศึกษาได้อย่างเต็มที่ ดูได้อย่างละเอียดถึงหัวใจของเธอ (เครื่องยนต์) จะเป็นช่วงล่างกับรองเท้าที่เธอสวม (ระบบช่วงล่างกับล้อแม็กและยางที่ติดมากับทางโรงงาน) รวมทั้งการเขียนหน้าทาปากของเธอ (ชุดแต่งและสปอยเลอร์รอบคัน) บางนางที่เอาใจชายผู้มีครอบครัวแล้วก็มีการเขียนคิ้วด้วยโครเมียมก็มีเช่นกัน

แต่เอาจริง ๆ ก็ยังไม่ได้เจอแบบโดนใจใช่เลย เออ นางนี้แหละที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยนาน ๆ

เพราะนิสัยการใช้รถของผมคือ หนึ่งคันถ้าอยู่กับผมไม่เกิน 10 ปีขึ้นไป และผมมองรถมือสองไว้เป็นอันดับแรก ดังนั้นเรื่องอะไหล่กับช่างต้องหาง่ายเพราะผมไม่ชอบการทิ้งเงินหกหลักที่หามาเลือดตากระเด็นลงไปที่รถจนหมด เพราะก้อนนั้นเราสามารถเอาไปใช้หมุนในนาทีสำคัญได้เยอะมาก

อนึ่ง ถ้าใครเงินเหลือและจะให้รางวัลตัวเองด้วยรถรุ่นที่ชอบก็ไม่ผิดนะครับ

หนึ่งคือเรื่องเจ็บป่วยที่จู่ ๆ จะมาก็มาเหมือนโจร สองคือเรื่องอุบัติเหตุชีวิตเช่นการเปลี่ยนงานหรือต้องใช้เงินช่วยคนใกล้ตัว ดังนั้นผมคิดว่าการเอาเงินทุ่มลงสิ่งของสักสิ่งมากเกินไปเป็นการหยิบเชือกยาว ๆ มาโยนขึ้นขื่อรอไว้ก่อน

อีกอย่างคือผมไม่คิดถึงเรื่องกำไรขายต่อ เพราะหลังจากผ่อนงวดธนาคารเสร็จก็วางแผนว่าจะค่อย ๆ ใส่เงินลงไปในบัญชีแยกทีละนิดแบบขำ ๆ ถึงเวลาผ่อนเสร็จแล้วเงินในบัญชีนั้นมีเหลือได้เท่าไหร่ คือเวลาประเคนของแต่งที่นอกเหนือจากยาง ช็อคอัพและชุดสปอยเลอร์อื่น ๆ ผมอาจจะไปร้านแต่งรถขึ้นชื่อเพื่อติดตั้งเทอร์โบลงไปก็ได้

นั่นคือแผนที่คิดเอาไว้ในใจของผม

Q : แล้วติดใจอะไรอยู่เลยยังไม่ซื้อ?
A : ผมกับพ่อยึดหลักหนึ่งที่กูรูรถยนต์ระดับโลกอย่าง Jeremy Clarkson ตำนานแห่ง Top Gear ที่โดนคดีทำร้ายร่างกายไปเมื่อปีกลายว่า "ถ้าคุณคิดว่าคุณหาข้อตำหนิได้จากสิ่งที่คุณจะซื้อก็อย่าซื้อมัน เพราะคุณจะนั่งจ้องข้อเสียของมัน" ผมจำประโยคนี้ได้แม่นยำจากหนังสือ Top Gear ฉบับภาษาไทย ปก Mitsubishi New Lancer สีดำขึ้นปกได้แม่นยำ

แค่นั้นแหละครับ เราก็เลยยังสรุปกันไม่ได้มาร่วม 5 ปีแล้วว่าจะยอมเสียเงินเสียทองให้กับรถรุ่นไหนดีจนเพื่อนผมจะซื้อคันที่สองกันแล้ว ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปซักที

ถ้าพูดถึงแต่ละคันที่กรองมาเรื่อย ๆ จนเข้ารอบที่จะเสียเงินก็คงจะมี

Suzuki Swift Eco... อยากได้มาก! แต่ติเรื่องที่เก็บของด้านหลังกว้างแค่พอใส่ของไหว้เจ้าได้เท่านั้นเองแถมถ้าเอาหมูหันสักตัวใส่ลงไปคงพอดีเป๊ะ ๆ อย่างอื่นต้องเบียดเบียนที่นั่งคนนั่งเบาะหลังเต็ม ๆ และเพื่อนที่เป็นเจ้าของรุ่นนี้ก็บอกว่าถ้าขับเร็วควรหาโช๊คอัพที่แข็งกว่านี้ แต่ปกติตอนผมใช้รถมีคนโดยสารมากสุดคือ 2 คน ดังนั้นยังมีโอกาสเข้าวินสูงใช้ได้

Mitsubishi Mirage... ติ่งจะไม่ทน! ที่เก็บของด้านหลังใหญ่กว่า Swift แต่! เหล็กบางและควรทำช่วงล่างเปลี่ยนโช๊คอัพ ยาง ล้อแม็กก่อนจะผ่อนงวดแรกด้วยซ้ำ! หลังจากอ่านรีวิวมาแล้วตอนเกิน 120 จะเริ่มไม่เกาะถนน... บ้าจริง! ผมอวยรุ่นนี้นะ!

Toyota Soluna Vios โฉมที่บริตนี่ย์ สเปียร์มาโฆษณาให้และทำตลาดตั้งแต่ปี 2002-2008 รุ่นนี้ดีทั้งเรื่องความแข็งแรงคงทน ช่วงล่างอัตราเร่งเข้าท่าน่าคบหาแถมอะไหล่ยังพ่วงมาจนรุ่นปัจจุบันได้เกือบหมด ถ้าตัดคะแนนคงจะไปเรื่องหน้าตาของมันที่ดูแก่ไปสำหรับผมนั่นแหละ...

และรุ่นอื่น ๆ ก็จะเริ่มเข้าอาการนี้กันเต็มไปหมดจนบางทีก็รู้สึกว่าผมควรจะเซ็นสนธิสัญญาผ่อนปรนกับแนวคิดนี้ในหัวของตัวเองสักหน่อย เช่นว่าถ้ามันไม่น่าเกลียดเกินไปจะซื้อก็เอาเถอะไรอย่างนี้คงจะพอช่วยบรรเทาทุกข์ความอยากของเราไปได้สักส่วนหนึ่งแน่ ๆ 

แต่ก็สนุกดีที่เราหาข้อติของรถคันนั้นได้ ส่วนนี้ผมว่ามันไม่ใช่ข้อเสียแต่ผมมองเป็นการพินิจพิเคราะห์ใส่ใจรายละเอียดต่อสิ่งนั้นห้ละเอียดมากขึ้น เป็นการให้เกียรติสิ่งนั้น ๆ ว่าเราใส่ใจเขาอย่างเต็มที่แล้วและเห็นภาพว่าเราอาจจะไม่เหมาะกันจริง ๆ ดังนั้นเราจึงถอนตัวดีกว่าเพื่อเราจะได้ไม่เสียใจที่เราเลือกเขามาแล้วเขาไม่ใช่สำหรับเรา
พอผมคิดแบบนั้น ผมก็ยังวนลูปกลับมาที่การนั่งดูว่าเราจะรับรถรุ่นไหนเข้าบ้านมาใช้ต่อไปจากเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสองชื่อดัง นั่งอ่านรีวิวและข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ไปเรื่อย ๆ แบบไม่เครียด และถ้าผมพูดอะไรคล้าย ๆ กันแบบนี้ต่อหน้าเพื่อน มันก็คงจะเสียดสีผมกลับมาว่า

"ไว้ตอนเงินพร้อมซื้อก่อนเหอะแล้วค่อยมานั่งปวดหัวหนักหน่วงแบบนี้" 

เอาเถอะ... การมโนใด ๆ ไม่เสียเงินแค่เสียอารมณ์และไม่ผิดกฏหมายแต่อย่าไปมโนจนคนอื่นเดือดร้อนก็พอมั้ง...
SHARE
Written in this book
Just think
คิดอะไรได้ก็เขียน เท่านั้นเอง
Writer
PsychoPlay
psychopath
A psychopath who dress in a ordinary people skin.

Comments

imonkey7
5 years ago
รถตู้ รถเมล์ แท๊กซี่เหมือนเดิมเถอะหล้าเอ้ย
Reply
PsychoPlay
5 years ago
ก็คงต้องเช่นนี้ต่อปายยยย
Phattaramon
5 years ago
ว่าจะไม่อ่านแระ แต่พอได้อ่านเเล้วขำๆ ดีช่างเปรียบเทียบนะ การเลือกรถกะการเลือกผู้หญิง อ่านแล้ว
ชอบค่ะ ^^
Reply
PsychoPlay
5 years ago
ผมเป็นพวกติงต๊องน่ะ 555+ 
Phattaramon
5 years ago
ก็ดีกว่า ซีเรียส เครียดทุกวันนะคะ โรคภัยไม่มาเยือนด้วย
PsychoPlay
5 years ago
ควรนับว่าผมเป็นพวกไม่มีสาระในสมองเลยมากกว่าครับ 55+