แทบจะจำไม่ได้เลย ว่าผมซื้อเสื้อผ้า รองเท้า และแกดเจ็ทใหม่ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร
     
     อาจจะย้อนไปตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาโน่นเลย ที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้คนเอาใบเสร็จซื้อของในช่วงนั้นมาหักลดหย่อนภาษีได้ แล้วหลังจากนั้นมา ผมก็แทบไม่ได้ไปเดินเตร็ดเตร่วินโดว์สช็อปปิ้งอีกเลย งานเซลส์ของมูจิ งานคอมมาร์ทฯ งานโมบายล์ไทยแลนด์ฯ ฯลฯ มหกรรมลดราคาพวกนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่ได้เงินผมสักบาท
     ไม่ใช่เพราะว่างานยุ่งอะไร แต่เป็นเพราะไฟปรารถนาในวัตถุต่างๆ นั้นได้มอดดับลง มันเป็นแบบนี้จริงๆ เวลาเย็นหลังเลิกงาน แทนที่จะเข้าเมืองไปเดินดูแสงสีและข้าวของ ผมอยากจะรีบกลับบ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน เพื่อจะได้มีเวลาอบขนมปังขึ้นมาสักเตา แล้วเอามาให้เพื่อนๆ ได้กินกันในวันรุ่งขึ้น
     ภรรยาของผมก็พูดมาตรงกัน ระหว่างที่เธอเก็บกวาดห้องและจัดตู้เสื้อผ้าเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอบอกว่าตั้งแต่ที่เราเริ่มหัดทำขนม ครอบครัวเราก็แทบไม่มีรายจ่ายในการซื้อข้าวของอะไรเลย
     ถ้าเป็นเมื่อก่อน ทุกเย็นวันศุกร์เรามักจะนัดเจอกันที่ห้างสรรพสินค้ากลางเมือง เพื่อเดินช็อปปิ้งและรอให้รถหายติดแล้วจึงค่อยกลับบ้าน ส่วนใหญ่เรามักจะไปแผนกรองเท้าสตรี เธอจะให้ผมนั่งรออยู่ที่โซฟา แล้วก็เดินหายลับไปในชั้นวางโชว์รองเท้าที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา
     เวลาผ่านไปนานราวชั่วกัปป์กัลป์ แล้วเธอก็จะกลับมาพร้อมรองเท้าสองคู่ ถามว่าเลือกคู่ไหนดี? ผมดูๆ แล้วก็ไม่เห็นว่ารองเท้าสองคู่นี้แตกต่างกันตรงไหน มันก็คือรองเท้าคัทชูเอาไว้ใส่ทำงาน เหมือนกับรองเท้าอีกนับสิบนับร้อยคู่ที่เราซื้อไปเมื่อวันศุกร์ก่อนๆ แล้วก็กองอยู่ในห้องเก็บของที่บ้าน
     ผมชี้ไปมั่วๆ บอกเธอว่าคู่นี้สวยกว่า เอาคู่นี้ก็แล้วกัน ... แต่ในท้ายที่สุด เธอมักจะเลือกซื้ออีกคู่หนึ่งที่ผมไม่ได้ชี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไม
     "นรกของผู้ชาย" เป็นคำที่ผมใช้เรียกแผนกรองเท้าสตรีในห้างสรรพสินค้า ถ้าเธอหายตัวไปนานผิดปกติ ผมมักฉวยโอกาสนี้แอบหนีไปที่ "สวรรค์ของผู้ชาย" มันคือแผนกรองเท้ากีฬาและแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า
     เวลาได้เห็นลำโพงบลูทูธเครื่องเล็กๆ แต่เสียงเบสกระหึ่ม หรือเวลาที่เจอสนีกเกอร์แบบวินเทจๆ ใส่กับยีนส์แล้วเท่เหมือนนักร้องวัยรุ่น ผมจะรู้สึกเคลิบเคลิ้มล่องลอยราวกับขึ้นสวรรค์ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อเธอโทรมาตาม
     ห้างสรรพสินค้านั้นเป็นโลกแฟนตาซี มันท่วมท้นล้นเหลือไปด้วยวัตถุแห่งเวทย์มนตร์ จัดวางเรียงรายก่ายกองพร้อมกับป้ายราคา วัตถุเหล่านี้เราไม่เคยรู้เลยว่ามันมีที่มาจากไหน เรารู้แค่ว่าจะครอบครองมันได้ง่ายๆ เพียงแค่จ่ายเงินสี่ห้าพันบาทซื้อมา
     ชีวิตของเราดำเนินไปแต่ละวันๆ ในโลกแห่งความจริง โดยไม่เคยตระหนักรู้เลยว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้ เรารู้แค่ว่าสามารถซื้ออะไรได้ งานถูกแยกออกจากชีวิต เพื่อแลกกับเงินที่จะใช้จ่ายซื้อวัตถุกลับมาถมใส่ชีวิต
     สภาวการณ์แบบนี้เอง ที่ทำให้วัตถุมีมนตร์ขลัง แค่สัมผัสเบาๆ ก็มีเสียงเพลงล่องลอยออกมา หรือแค่สวมใส่มัน เราก็เปลี่ยนตัวเองไปเป็นอีกคน ด้วยภูมิความรู้ของมนุษย์ปุถุชน มันเกินปัญญาที่เราจะรู้ว่าพวกมันทำแบบนั้นได้อย่างไร
     ผมกลับบ้าน แล้วเทแป้งสาลีลงในกะละมัง ตามด้วยน้ำตาลหยิบมือ เกลือปลายนิ้ว และยีสต์อีกปลายช้อน ค่อยๆ เทน้ำลงไปทีละนิดๆ แล้วนวดด้วยมือเปล่า คลุมผ้าทิ้งไว้เฝ้ารอให้ก้อนแป้งพองฟูขึ้นเป็นสองเท่า ก่อนที่จะนำออกมาแบ่งใส่พิมพ์ เอามีดโกนกรีดผิวด้านบน แล้วเอาเข้าเตาอบ
     ทำได้ยังไงเนี่ยะ? - เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศตื่นเต้นกันใหญ่ เมื่อผมเอาขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จสดใหม่มาให้พวกเขาชิม
     พวกเรากินขนมปังมาทั้งชีวิต โดยที่ไม่เคยฉุกคิดหรือตั้งคำถามเลย ว่าความเหนียวนุ่ม รูพรุน และกลิ่นหอมหวาน เกิดขึ้นมาจากแป้งสาลีผงสีขาวๆ ได้อย่างไร
     วัตถุต่างๆ จะคลายมนตร์สะกดลง เมื่อเราสามารถเข้าถึงกระบวนการสร้างสรรค์มันขึ้นมา
     ผมเคยไปสัมภาษณ์พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง เขาพูดถึงประเด็นนี้ไว้น่าสนใจ ว่านี่คืออาการหลงผลงานของตัวเอง เวลาที่เขาไปจัดเวิร์คช็อปสอนเขียนหนังสือหรือแต่งเพลง คนที่เริ่มต้นลงมือสร้างผลงานอะไรได้สำเร็จ จะมีความสุขใจอย่างประหลาด
     พี่พลอย จริยะเวช เคยบอกกับผม ว่านี่คืออาการ "ชุบชูใจ" เธอเป็นคนประเภทชอบทำงานอดิเรกสารพัด วาดรูป ปั้นเซรามิก จัดดอกไม้ ทำอาหาร เขียนหนังสือ ฯลฯ เธอบอกว่าสิ่งเหล่านี้คืองานที่ชุบชูใจ
     การค้นหาความสุขภายในตัวเอง ด้วยการสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง จะทดแทนความสุขจากวัตถุภายนอก
     วันนี้จะทำสโคนหรือจะทำเค้กกล้วยหอมดี? - ภรรยาของผมเอ่ยถามในเช้าวันเสาร์ แทนที่เราจะต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อไปแย่งชิงที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า
     อยากกินเค้กกล้วยหอม ผมตอบเธอไป ... เธอทำหน้าลังเล แล้วก็ตัดสินใจว่าเช้านี้ทำสโคนดีกว่า
     ก็ไม่รู้ว่าจะถามทำไม
   
   
SHARE
Writer
Wutthichai_K
Writer, Editor
นักเขียน บรรณาธิการนิตยสาร สนใจเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย สื่อใหม่ วัฒนธรรมร่วมสมัย การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

Comments

MississippiRiver
5 years ago
อ่านเพลินดีค่ะ ภรรยาต้องน่ารักมากแน่ๆ

Reply
Kannitha
5 years ago
อยากชิมจัง :)
Reply
pakawadee
5 years ago
ขอบคุณนะคะเข้าไปฟังคุณอ๋องใน ookbee แล้วรู้สึกว่ามันใช่
Reply
Augustt
5 years ago
อะไรเปลี่ยน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน...ก็ไม่รู้จะถามทำไม^^
น่ารักดีค่ะ :)
Reply
noomz
5 years ago
ความเห็นผม ผมว่าวัตถุมันไม่ได้คลายมนต์สะกดนะครับ เป็นการหลงคนละแบบ ก่อนเราจะทำเก้าอี้ไม้เป็น เราอาจจะหลงในความสวยงาม ความแพง ความหรู หลังจากเราทำเป็นพอเราไปเห็นของคนอื่นก็จะมีมนต์สะกดว่า เฮ้ย ปรานีตมาก ข้อต่อสวยงามมาก ประมาณนี้แทนนะครับ

ชอบคำว่า "ชุบชูใจ", มีอาการแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ทำงานอดิเรก แต่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ผมว่าคำนี้แหละอธิบายอาการสุขใจแบบนั้นได้ดีเลยครับ
Reply