เมื่อโยด้าลงมือสอนความรักให้ผม
กรุ้งกริ๊งๆๆ... เสียงกระดิ่งเล็กๆที่แขวนติดกับบานประตูหน้าร้านหนังสือดังขึ้นเมื่อผมผลักประตูเข้าไป เสียงไพเราะสดใสดังกังวานไปทั่วร้าน จนทำให้ผู้ที่อยู่ในร้านต้องหันมาสบตากับผู้ที่เพิ่งมาเยือน เสียงกระดิ่งสร้างความรู้สึกนิ่มนวลที่เชื่อมคนแปลกหน้าสองคนให้เริ่มต้นสื่อสารกันด้วยอารมณ์ที่ดี

ผมมาที่ร้านหนังสือนี้เป็นประจำ ร้านหนังสือเล็กๆเปิดใหม่อยู่ในย่าน RCA ย่านที่กลางคืนจะมีนักท่องเที่ยวมากันอย่างล้นหลาม จนผมตั้งคำถามกับตัวเองว่ามาเปิดร้านหนังสือแถวนี้แล้วจะมีลูกค้าเหรอ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่เจ้าของร้านใจดีและรักหนังสือทุกเล่มบนชั้น แม้แต่การจับหนังสือแต่ละเล่มก็เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับเป็นลูกน้อยๆที่ต้องการการทะนุทะนอมอย่างดี ความรักของคนกับหนังสือใช่ว่าจะแค่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวัตถุ แต่มันกลับเป็นความรักของมนุษย์กับก้อนความคิดความรู้สึกที่จับต้องได้ ผ่านการบันทึกลงบนแผ่นเส้นใยที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อไม่ให้ความคิดความรู้สึกที่เคยอยู่ในหัวของเรา กระจายหายไปในอากาศและไม่สามารถจะย้อนวันและเวลากลับมาดูได้ ถึงแม้สมัยนี้จะมีวิทยาการมากมายที่จะมาแทนเล่มหนังสือ แต่ความรักระหว่างคนกับหนังสือยังคงจะอยู่คู่กันอีกนานและยังไม่มีใครพร้อมที่จะหย่าขาดจากกันง่ายๆ

ผมยังจำอารมณ์ตอนที่ผมผลักประตูเข้ามาในร้านเป็นครั้งแรกได้ดี ตอนนั้นผมกำลังคิดถึงเธอมาก ผมทำทุกอย่างที่เธอชอบทำ ราวกับว่าผมยังมีเธออยู่ข้างๆ ไปที่ที่เธอชอบไป ทำสิ่งที่เธอสนใจ ผมทำมันทุกวันจนมันแทบจะกลายเป็นชีวิตของผมไปด้วย

เธอเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เธอทุ่มเงินกับการซื้อหนังสือมากมาย จนไม่มีเงินเหลือเก็บไว้แต่งตัว เสื้อผ้าหลายๆชิ้นที่เธอใส่ เธอหยิบเอามาจากตู้ของคุณแม่เธอ จนบ่อยครั้งที่เธอทำให้ผมรู้สึกว่ากำลังควงอยู่กับผู้หญิงมีอายุสูงวัยประมาณหนึ่ง

ผมก้าวเข้าไปในร้านหนังสือนั้นอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นร้านของตัวเอง ทุกครั้งที่ผมผลักประตูเข้าไป ความคิดแว่บหนึ่งจะเกิดขึ้นในหัวของผมเสมอ ผมมักจะฝันว่าผมจะได้เจอเธอ กำลังยืนเลือกหนังสือซักเล่ม จากชั้นวางที่เบียดเสียดอัดแน่นเต็มไปด้วยความคิดและจินตนาการของนักเขียนหลายๆคน แต่วันนี้ก็เหมือนทุกวัน เธอไม่ได้มาซื้อหนังสือที่ร้านนี้ เธอไม่รู้จักที่นี่ด้วยซ้ำ

“กินไรมารึยังล่ะ”

เสียงพี่โต้ง ทักทายผมมาจากบาร์กาแฟด้านในสุดของร้าน หนุ่มใหญ่อายุราวๆ 55 ใส่แว่นหนาเตอะ หนวดเครารุงรังราวกับศิลปินรุ่นเก๋าซักคน พี่โต้งเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่แนวมากๆ ที่ กับลุ๊คที่สุดจะ hipster เวลาที่พี่โต้งเดินออกไปหาข้าวกินตอนเย็นๆ คนแถวนี้มักจะคิดว่าพี่โต้งคงเป็นนักร้อง Hip Hop อยู่แถวนี้ ไม่ก็เป็นเจ้าของร้านเหล้ามุมไหนซักมุม พี่โต้งดูไม่มีลุ๊คของคนขายหนังสือเลยทั้งๆที่แกเป็นคนที่รักหนังสือมาก และเป็นนักอ่านตัวยง

วันแรกที่ผมเจอกับพี่โต้ง พี่แกเดินเข้ามาทักผมอย่างใจดี สภาพผมตอนนั้นคงจะเหมือนคนพเนจร เดินโซเซหลงเข้ามาในร้านหนังสือของแกแบบใจลอย ผมยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือที่คิดว่าชั่วทั้งชีวิตนี้คงไม่มีทางสนใจจะอ่าน หนังสือนิทาน วรรณกรรม บทกวี การเมือง นี่มันอีกโลกหนึ่งเลยนะ ผมไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน ชั่วทั้งชีวิตผมเคยอ่านแต่หนังสือ How to กะหนังสือธุรกิจ ผมไม่ได้มาซื้อหนังสือ ผมเข้ามาเพราะคิดถึงเธอ

พี่โต้งเปิดร้านหนังสือนี้ร่วมกับภรรยาที่น่าจะมีอายุอ่อนกว่าราวๆซัก 25 ปี ทั้งสองคนมีลูกตัวน้อยๆที่เพิ่งจะมีอายุได้ 4 เดือน ผมฉงนกับสิ่งที่ผมไม่เคยจะสามารถจินตนาการได้เลยว่า ผู้ชายอายุประมาณนี้ยังสามารถมีเมียเด็กได้ขนาดนี้และแถมยังมีลูกตัวเล็กๆด้วยกัน ส่วนภรรยาของพี่โต้งก็ดูจะหลงรักแกอย่างหัวปักหัวปำ

“พี่ทำได้ไงอ่ะ” ผมอดไม่ได้ที่ต้องยิงคำถามใส่แกในวันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังนั่งเหม่อเขียนบทความซักอย่างอยู่และแกเดินเข้ามาข้างๆพอดี ผมอยากรู้ว่าแกทำสิ่งที่ผมไม่เคยเข้าใจว่าอายุคนสองคนที่ห่างกันมากขนาดนี้แทบจะเรียกว่ารุ่น Baby boomer กระโดดข้ามไปแต่งงานกะ Gen Y โดยไม่ได้สนใจพวก Gen X เลย มันจะไปรอดได้อย่างไร  สำคัญที่สุดคือคุยกันรู้เรื่องได้ยังไงจนถึงกับรักกัน ยอมแต่งงานกันได้

“อายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ความรักคือการยอมรับ และการสื่อสารทำให้มันเป็นไปได้” 
ประโยคสั้นๆแต่อธิบายทุกอย่างได้อย่างครอบคลุม สิ่งแรกเป็นสิ่งที่เรามักจะคิดว่ามันคืออุปสรรค ทำให้เราคิดว่าสิ่งที่สองมันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่การใช้สิ่งที่สามให้เป็นจะสามารถแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมด

คำพูดของพี่โต้งทำให้ผมหวนกลับไปคิดถึงเธอ เธอไม่เคยรังเกียจที่ผมมีอายุมากกว่าเธอ 20 ปี แต่ผมสิ กลับกังวลมากจนสร้างกำแพงมากมายเพื่อจะบอกกับตัวเองว่า มันคงไม่ work หรอก มันคงเป็นไปไม่ได้ และเธอก็คงได้รับสัญญาณที่ผมส่งออกไปตลอดเวลาแบบนั้น  จนในที่สุดเธอก็เดินออกไปจากชีวิตผมจริงๆ

“ไม่มีใครอยากแบกความรักที่หนักอึ้งไว้บนบ่าได้ตลอดไป ความรักเป็นสิ่งสวยงาม และเราควรจะทำให้คนที่เรารักรู้สึกเบาตัว สบายใจจนอยากทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของเรา” พี่โต้งเสริมขึ้นมาเรื่อยๆ

ผมหวนไปนึกถึงความผิดพลาดในอดีต ผมมักจะเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดใส่เธอเสมอเวลาที่ผมรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยใส่ใจผม ความคาดหวังมักจะถูกนำมาเทียบวัดกับปริมาณความรักที่ผมให้ไปเสมอ ผมไม่เคยคาดหวังกับผู้หญิงคนก่อนๆที่ผมเคยคบ ไม่เคยใส่ใจเลยด้วยซ้ำ แต่กับเธอผมกลับทำตัวเหมือนมนุษย์ธรรมดาๆทั่วไป คาดหวังมาก เพราะรักมาก เรียกร้องมากและสุดท้ายทุกอย่างก็พัง

“ผู้หญิงเค้ายังอายุน้อย เค้าเป็นน้ำเย็นตลอดไม่ได้หรอก แต่เราสิ ถ้ารักจะมัดใจเค้าเราต้องใจเย็นกว่า” 
หมัดฮุกอีกหมัดของพี่โต้งส่งเข้าที่กรามข้างขวาผมเต็มๆ มันแรงจนทำให้ผมตื่นขึ้นมาจากความโง่ทั้งปวง น้ำตาใสๆไหลออกมาอีกแล้ว

“ใช่พี่ ผมกลัวตลอดเวลา” ผมสารภาพ “ผมกลัวว่าตัวผมจะแก่ลงทุกวัน และเธอก็จะเติบโตและสวยขึ้นเรื่อยๆ ผมกลัวว่าวันหนึ่งเธอจะเห็นผมเป็นแฟนแก่ๆน่าเกลียดแล้วก็จะทิ้งผมไป”
ผมค่อยๆเผยด้านมืดที่อยู่ในใจผมออกมาเรื่อยๆ ความกังวลของผู้ชายวัยกลางคนทุกคนคงเหมือนกันหมด ใครว่าผู้ชายไม่อ่อนแอ ภายใต้ลุคที่สมารท์สุดคูล ดูมั่นคงนั้น เราพกความเปราะบางติดตัวไปในทุกที่ ความอ่อนแอที่ต้องคอยระวังปกป้องไม่ให้มีคนสังเกตเห็น จนซักวันหนึ่งที่จะมีผู้หญิงจิตใจดีซักคนเข้ามาปลดปล่อยมัน และจูงมือพามันเดินออกมา พร้อมกับคอยปลอบโยนว่าไม่ต้องกลัวนะ ความรักไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เหมือนคุณครูใจดีที่คอยปลอบเด็กชายตัวเล็กๆที่กลัวโรงเรียนอนุบาลวันแรกจนตัวสั่นเทา

“มึงนี่คิดเยอะนะ ห่าเอ๊ย” เราสนิทกันมากซะจนตอนนี้ต่างคนต่างไม่ต้องมีฟอร์มใส่กันอีกต่อไปแล้ว

“ถึงพวกเราจะดูดีไม่เท่าหนุ่มๆคนอื่นแต่เราก็มีข้อดี ไวน์เก่าๆมักจะมีรสชาติกลมกล่อมกว่าและได้ราคาดีกว่าพวกปีใหม่ๆเสมอ แต่เราต้องใช้สมองในความสัมพันธ์ให้มาก ไม่ใช่อารมณ์ ผู้หญิงไม่ได้อยากมีชีวิตที่ต้องมานั่งทะเลาะกับแฟนตัวเองทุกวันหรอก เธอเหน็ดเหนื่อยมาทุกวันจากการทำงาน เราต้องแข็งแรงไว้ และลงมือทำอาหารเย็นไว้รอเอาใจเธอเวลาเธอกลับมาถึงบ้าน ”

พี่โต้งยังคงพูดสอนผมอีกหลายอย่าง ผมรู้สึกตัวเองเหมือนเป็นเจไดที่มีดาบเลเชอร์อันทรงพลังแต่ฟันเป็นร้อยครั้งก็ไม่โดนเป้าซักที จนต้องให้ยูด้ามาสอนวิธีจัดการทุกอย่างให้จบภายใน 3 ดาบ

“เราทุกคนเคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้น เธอก็เช่นกัน เรื่องเล็กน้อยๆถ้ามองข้ามไปได้ให้มันผ่านไปเถอะ ไม่มีใครเกิดมาดีพร้อมหรอกแม้แต่คนที่สร้างแกมา”

เย็นนี้ ผมกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง สมองคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมดในวันนี้ หนังสือหัดทำอาหารที่ซื้อมาจากร้านพี่โต้งกองอยู่เต็มโต๊ะ ผมเริ่มลงมือปลอกผัก หั่นเนื้อ ตามสูตรในตำรา ผมตั้งใจจะทำอาหารมื้อนี้ให้ดีที่สุด จินตนาการไปว่ากลิ่นอาหารที่ผมปรุงอย่างสุดฝีมือจะพาเธอกลับมา


Cooking is truly an act of love
                                                Jacues Pepin






SHARE
Writer
Imagist
Imagination has no limite
เป็นคนโลกสวย รักทุกคน รักดินร่วน น้ำตกเหวนรก ก้อนเมฆ ดอกหญ้า อ่องซาน คานธี และแมวดำ

Comments

YourLittleMonkey
4 years ago
ถ้าขึ้นชื่อว่าความรักแล้วไม่มีคำว่าแก่ ไม่มีคำว่าอ้วน ไม่มีคำว่าขี้เหร่ ไม่มีคำว่าดำ มีแต่คำว่าคุณค่าของกันและกัน
Reply
Imagist
4 years ago
จริงน้า 😂😂
YourLittleMonkey
4 years ago
จริงค่ะ ถ้าผญคนนึงตกลงจะรักผชคนนั้นแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกและนิสัยไม่มีผลกับความสัมพันธ์
PsychoPlay
4 years ago
แหม ผมต้องเอา Jack Daniel ไปรินระหว่างอ่านหนังสือไหมเนี่ย 555+

แต่ขอบคุณสำหรับหมัดฮุกในบทความนี้ครับ :)
Reply
Imagist
4 years ago
ขอเป็น Johny Blue ได้มั้ยครับ 😄
PsychoPlay
4 years ago
นั่นก็ดีนะครับผม 555+
10Recorder47
4 years ago
โยดาทั่นนั้นลึกล้ำมากครับ

Reply
Imagist
4 years ago
ท่านถึงได้ของดีไงครับ 😄
10Recorder47
4 years ago
โยดาทั่นนั้นลึกล้ำมากครับ

Reply
Imagist
4 years ago
อยากเป็นแบบโยด้า ได้เมียเด็ก ,😅
violetto_l3utpen
4 years ago
ล้ำลึกมาก ทำได้กี่เมนูแล้วคะ
Reply
Imagist
4 years ago
ตอนนี้ได้แซนวิชหลายแบบละ แต่อดีตแฟนเก่งกว่าเยอะ เคยมีร้านเบเกอรี่ที่เชียงใหม่ด้วย คิดถึงจุง 😂😂
violetto_l3utpen
4 years ago
ฮ่าๆ แล้วก็ตกอยู่ในวังวนเช่นเคย ฮ่าๆ