"หนังสือสังคมศึกษาเทอมสอง ของเด็กมอห้าทับสิบ"
"เฮ้ย กูขอเธอเป็นแฟนแล้วว่ะ"

คำพูดผมทำเอาเพื่อนชะงัก ก่อนเสียบอลให้ผมแล้วบังคับโรนัลโด้(เหยิน) แหกเข้าไปยิงนำในเกมส์วินนิ่ง อีเลฟเว่น ผมกดสตาร์ทผ่านรัว ๆ เพื่อเขี่ยบอลใหม่

"แล้วไงว่ะ" 
"ไม่รู้ว่ะเขายังไม่ตอบ" 

มือผมกับเพื่อนยังคงจับจอยเกมส์ ตาจ้องทีวีไม่กระพริบ เสียงพากษ์ภาษาญี่ปุ่นดำเนินต่อไป แต่ในหัวผมได้ล่องลอยออกจากเกมส์ที่อยู่ตรงหน้าเรียบร้อย 

ผมค่อย ๆ เปิดหนังสือสังคมศึกษาระดับชั้นมอห้าอ่าน 
ปกสีม่วงเข้มเนื้อหาเน้นหนักไปที่เศรฐศาสตร์ วิชานี้เป็นวิชาปราบเซียน สอนโดยอาจารย์วุฒิชัย นักเรียนส่วนใหญ่จะจบที่เกรดสอง อีกไม่กี่วันจะสอบ ผมจึงต้องเคี่ยวกับมันมากเป็นพิเศษเพื่อเกรดสามหรือสี่ ผมเปล่าขยันเพื่อการเรียนอะไรมากมายหรอกนะครับ เพียงแต่สานต่อสิ่งที่เคยทำมาแค่นั้นเอง 

เทอมที่แล้วผมแอบชอบเพื่อนคนนึงที่เรียนในชั้นเรียน สารภาพรักและอกหักแบบไม่คูล กลับบ้านโดนแม่ปลอบโยนด้วยการไล่ไปล้างจาน ชีวิตขี้แพ้บัดซบ แต่มนุษย์เรียนรู้จะก้าวย่างข้ามมันไป แม้จะไม่อยากลืมตาตื่นในบางเวลา แต่ก็จะโดนกระแสบางอย่างฉุดกระชากให้จำใจต้องเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

ความเปล่าเปลี่ยวกลับมาจูงมือเดินเป็นเพื่อนอีกครั้ง 
ความชมพูของสิ่งรอบข้างค่อย ๆ กลายเป็นสีดำ 
และวันนึงก็กลับเป็นสีเดิมที่พวกมันเคยเป็น 

หนึ่งเทอมผ่านไป ชีวิตของผมกลับเป็นปกติตามที่มันควรจะเป็น แต่สิ่งที่ตกค้างหลงเหลือก็น่าจะเป็นการอ่านหนังสือมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้นแค่นั้นเอง จนกระทั่งวันนึงในวันที่แสนธรรมดาของเด็กธรรมดา


"เฮ้ยมึงยังอยากเล่นป่าวว่ะ กูยิงมึงพรุนแล้วนะเว้ย เย็นนี้มึงจะนอนตะแคงได้ไหมเนี่ย ไส้ไหลนะมึง ฮ่า"
"เอาเหอะ อยากชนะก็ชนะไปเถอะ วันหลังก็เล่นใหม่แค่นั้นเอง"ผมตอบคำถากถางของเพื่อนหลังมันออกนำผม 5 - 1 ในเกมส์ที่เราควบคุมมันอยู่

"ก่อนมาบ้านกู มึงไปไหนมาว่ะ"เพื่อนถามขึ้นอีกครั้ง ในมือกดสามเหลี่ยมค้างให้โกล์ออกมาตัดบอล

"เฮ้อ.อ."ผมถอนหายใจยาว "มึงว่าเขาจะชอบกูบ้างป่าวว่ะ"
"กูว่าเขาก็น่าจะมีอะไรบ้างละ ไม่งั้นก็คงไล่มึงไปนานแล้ว"

"เขาไล่กูนานแล้วแต่กูหน้าด้านเอง ตามอยู่นั่นแหละ หน้าด้านจนขอเขาเป็นแฟนวันนี้แหละ"
"อ้าวเหรอ กูเห็นมึงยิ้มแย้มคิดว่ามึงมองออกว่าเขาชอบมึง "

"อืม"ผมตอบแล้วกดเข้าเมนูวางแผนเพื่อเปลี่ยนตัว
"ห่า กูกะลังจะยิง เปลี่ยนตัวเฉยเลย"มันตบหัวผมแบบเกร็งมือสร้างเสียงกระทบแบบกรอบแน่น

"ว่าแต่กูได้ยินว่ามึงเที่ยวงานกาชาดนิ ไปกี่โมงละ"
 "กูพึ่งมาจากงานนิแหละ"
"อ้าวเหรอ กลับเร็วจัง"
"กูเห็นเธอในงานว่ะ แต่กูไม่กล้าเข้าไปหา" 
ผมกดออกเมนูเข้าเกมส์ทันที แล้วเสียบสกัดบาติสตูต้าของเพื่อนก่อนมันจะกดง้างขายิง มันเอาตีนถีบเบา ๆ กับกลโกงของผม 

"ทำไม ไม่ไปหาเธอละ"

ผมไม่ตอบ 
กดปุ่มวงกลมสาดบอลยาวออกไป

หนังสือถูกเปิดมาบทที่สาม ผมพักสูดหายใจแรง 
ก่อนนึกย้อนกลับไปวันที่รู้สึกว่าเห็นเธอครั้งแรก 
เธอคนที่ทำให้ผมอยากทุ่มเทให้ใครอีกสักครั้ง

วันนั้น 
ในห้องสมุดขณะที่เรียนวิชา บรรณารักษ์ เราอยู่กลุ่มเดียวกัน ผมฉีกปกหนังสือใหม่ออก ก่อนที่จะเย็บเล่ม ติดปกแข็ง เธอจะเอาปกที่ฉีกออกมานั้นไปตัดแต่งให้สวยงามเพื่อที่จะเอามาติดคืนตอนที่เราทำปกแข็งให้หนังสือแล้ว 

เธอยื่นปกที่ตัดแต่งเสร็จแล้วให้ แต่ผมมัวประกอบปกให้เข้าที่ก่อนไม่ทันสังเกต จนเธอเอามือมาจับที่แขน ผมค่อย ๆ หันไป สบตาเธอความรู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนทั้ง ๆ ที่อยู่ห้องเดียวกันมาปีครึ่ง ความรู้สึกราวนิรันดร์ ยังกะใครมากดปุ่มพอสค้างไว้ที่ขยับได้มีเพียงหัวใจที่สั่นไหวอยู่

เธอจ้องตาผม ยิ้มอย่างเขินอาย ผมแปลไม่ออกว่ายิ้มอย่างนี้หมายความอย่างไร แล้วเราก็ช่วยกันทำปกหนังสือตลอดทั้งคาบเรียน

วันนั้นกลับบ้านด้วยอาการเสียศูนย์ ไปไม่เป็น ไปไม่ถูก ยืนล้างจานด้วยรอยยิ้ม จนไม่ทันสังเกตว่าแม่มาจากด้านหลัง  "เทอมก่อน ร้องไห้ไปล้างจานไป วันนี้มึงยิ้มไปล้างจานไป มึงหลงรักจานชฏาแถมผงชูรสเหรอ กูว่ามึงไปหาหมอบ้างก็ดีนะ" แม่ผมกล่าวชื่นชมก่อนเดินจากไป(ผมว่าแม่ผมรู้นะว่าผมเป็นอะไร)

คืนนั้นหลับไป พร้อมกับความตั้งมั่นที่ผุดขึ้นมาในใจของเด็กชายธรรมดา 
"ต้องทำอะไรสักอย่าง"


จบเกมส์ผมโดนเพื่อนถล่มไป 6-2 เป็นสกอร์ที่ไม่น่าเชื่อเพราะผมเป็นต่อในเกมส์นี้อยู่เยอะ เรียกง่าย ๆ ว่าเซียนเลยแหละ 

"จอยมึงไม่ดี"ผมแก้ตัวทันทีที่เสียงนกหวีดดัง
"ไม่ดีพ่อง กูพึ่งซื้อมาใหม่"

"กูไม่ชอบบราซิล"
"แล้วเลือกทำไม"

"กู..."เสียงตกเศร้า
"เออ..."มันมองหน้าผม 
"กูเข้าใจเพื่อน" น้ำเสียงมันเปลี่ยนอย่างอัตโนมัติว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันแล้ว

"ถ้ากูเป็นมึงกูก็คงสับสนว่ะ กูก็ไม่เคยมีแฟนก็ไม่รู้จะพูดอะไร แต่มึงอย่าคิดมาก เคยผ่านมันมาแล้วนิ"
"เออ กูเคยผ่านมาแล้ว อารมณ์แบบนี้ ผู้หญิงเขาไม่มีความสามารถในการปฏิเสธ และเด็กผู้ชายอย่างเราก็คิดไปเองเป็นสันดาน จะเจ็บอีกสักครั้งก็ไม่เป็นไรมั้ง"

"เอาน่า มึงไม่มีแฟนก็ยังมีกูนะโว้ย แต่ถ้ามึงมีแฟนกูไม่มั่นใจว่ามึงจะยังมีกูอยู่ป่าว"
"มีสิ กูว่ายังไงเพื่อนก็สำคัญที่สุด กูไม่รู้ว่าถ้ากูอยู่ห้องอื่นมันจะอบอุ่นเหมือนอยู่กับพวกมึงมั้ย"

"กูว่าเหมือนกันวะ กูก็เห็นห้องอื่นมีความสนุกเหมือนเรานะแหละ อาจจะคนละแบบ แต่ก็ไม่ต่างกันในเรื่องของความรู้สึก"
"เออว่ะ"

"ไปกินเต้าหู้ป่ะ"มันชวนเพื่อลดบรรยากาศอึมครึม
"รถอะโฮ่มึงนะเหรอ ขอผ่านว่ะ กูไม่อยากเปื้อนอีกเดี๋ยวแม่กูประทานพรอีก"

"กูซ่อมแล้วไอ้ห่า"
"ฮ่า ๆ กูกะว่าจะกลับไปอ่านสังคมฯซะหน่อยยังไม่ค่อยเข้าใจเลย อุตส่าห์ตั้งใจเรียนมาทั้งเทอมก็ขอเอาเกรดดี ๆ ปลอบใจหน่อยละกัน"

"แหม๋ ๆๆๆๆ ขยันเชียวนะมึง เออๆ ไปเถอะ เดี๋ยวกูซ้อมอีกสักเกมส์ก่อน อย่าคิดมากนะโว้ย"
"ขอบใจว่ะ"

"เออ อย่าลืมอีกอย่างนะ"   "อะไรว่ะ"

"6-2 ฮ่า"   
"สัส ชนะทีแม่งคุยยันลูกบวช"
"6-2 เลยนะโว้ย ฮ่า ๆ ๆ"

ผมเปิดถึง บทที่ห้า หน้าร้อยสามสิบสี่ 

บทนี้วันนี้ผมกับเธอติวกันเพราะรู้สึกว่ายากมาก อันที่จริงอาจารย์สอนไม่รู้เรื่องต่างหาก(คิดเอาเองตามประสาเด็ก) เราใช้ช่วงบ่ายอยู่ด้วยกัน เพื่อน ๆ ต่างก็เชียร์เลยไม่ค่อยมีคนมายุ่งกับเรามากนัก 

ผมตามเทียวไล้เทียวขื่อตื้อเธอ จากความธรรมดาพัฒนามากขึ้น(ตามความรู้สึกผมเอง) เธอไม่ตอบรับแต่ก็ไม่เคยผลักไส ผมถือกระเป๋าให้ ไปซื้อน้ำซื้อขนมตามที่จะทำได้ เธอก็เขินเมื่อได้รับและหน้าแดงเมื่อเพื่อนแซว ตัวเราติดกันแทบจะตลอดเวลา (อันที่จริงผมตามเธอตลอด) กว่าสามเดือนที่คลุกคลีกัน สนุกทุกครั้งที่ไปโรงเรียน แทบร้องไห้ถ้าวันไหนหยุดยาวหรือเธอไม่มาเรียน 

ชีวิตไม่ต้องคิดอะไรมาก ทุก ๆ วันมีอะไรให้ดีใจเสมอ เป็นความทรงจำที่ยาวนานในชีวิตวัยรุ่นผมคิดว่าเพลง"ขอบใจที่ทิ้งกัน"ถูกสร้างมาให้ผม มันดังมาก ๆ ช่วงนั้น 

"เป็นแฟนเราได้ไหม" ผมถามแทรกท่ามกลางความเงียบหน้าตึกวิทย์ใต้ต้นหูกวางอันร่มรื่น 

เธอหยุดทุกการกระทำเหลือบตามองผม ขณะที่นิ้วยังจิ้มค้างบนหนังสือสังคมฯหน้าร้อยห้าสิบ 

เธอยิ้ม แบบเดียวกับวันแรกที่ผมชอบเธอ 
แล้วก้มหน้าลงอ่านบทที่ห้าต่ออย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

สีหน้าผมค้างเติ่งอยู่กับความครึ่งกลางของความรู้สึก 
มันเป็นอะไรที่อึดอัด กระแสความอยากรู้พัดผ่าน
ความไม่แน่ใจกับความแน่นอนปะทะกัน

ยังไม่มีคำตอบ 
ผมเข้าใจ เราอาจยังเด็กอยู่ อาจยังไม่ถึงเวลา 
หรืออาจจะไม่ใช่ กันและกันยังมาไม่ถึง 

ผมนิ่งมองเธออ่านหนังสือจนจบบทที่ห้า

"เย็นนี้จะไปงานกาชาดไหม วันนี้วันสุดท้าย" 
เธอเงยหน้าถามเปลี่ยนเรื่องคุย 
มือผมเย็นเฉียบ สูดลมหายใจ 
ขมิบปากเป็นเส้นตรง ปลดปลงในโชคชะตา

"ไปมั้ง" ผมตอบ
"อืม ไม่อยากไปเหรอ"
"ไม่รู้สิ อยากให้ไปด้วยไหมละ"

เธอยิ้ม ปิดหนังสือลุกขึ้นแล้วเดินจากไป 

ผมไม่ได้พูดอะไรกับเธออีกตลอดบ่ายนั้น ทำตัวเองไม่ถูก ภาพรากต้นมะขามเทศ**ยกรากเรียกผมลงไปนอนคุยด้วยโผล่มาอีกครั้ง ความสับสนอลม่านก่อเกิดขึ้น กลิ่นความผิดหวังรุนแรงกระแทกใบหน้า 

ตอนเย็นผมเข้าไปงานกาชาด เห็นเธออยู่กับเพื่อน 
ไม่กล้าเข้าไป ในใจคิดไปเรื่อย หลายอย่าง 

จะกวนเธอไหม
เธอจะตอบคำถามเรารึเปล่า
แล้วความสัมพันธ์ของเราจะเป็นเช่นไร 

ผมตัดสินใจไม่ไปหาเธอ วิ่งออกมาตรงไปที่บ้านเพื่อนแทน กดเกมส์สักแมทช์คงดีขึ้น ระบายอะไรสักหน่อยคงช่วยได้



เฮ้อ.อ.อ.อ.
ผมอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ตาค้างที่หน้าสุดท้ายของบทที่ห้า 

"เพราะฉันพึ่งบอกรักไป และเธอก็รับฟังทุกอย่าง ทุกถ้อยคำ เหมือนความฝันแต่ฉันเองก็ไม่อาจ แน่ใจ ว่าพรุ่งนี้เขากันฉัน นั่นจะเป็นยังไง" เพลง"ดาว"น้ำเสียงของ โจ้ พอส ดังก้องในหัว สลัดยังไงก็ไม่หลุด ฉุดอารมณ์ผมให้ไปกันใหญ่

ผมกับเธอจะเป็นยังไงต่อไปหนอ ถอนหายใจ 

มือพลิกหน้าต่อไป เป็นโน้ตท้ายบทเรียน 
มีตัวหนังสือลายมือเธอเขียนไว้เล็ก ๆ

เห็นตั้งใจอ่านหนังสือ เลยไม่กล้าชวนไปงานกาชาด อยากให้ไปด้วยมาก ๆ 

"คิดถึงนะ"

ผมปิดหนังสือสังคมฯ ลืมทุกเนื้อหา 
กระโดดลงจากชั้นสองของบ้าน
จับมอร์'ไซค์ควบออกไปย่างไม่ลังเล

"กูมานั่งอ่านอะไรอยู่ในห้องตอนนี้ว่ะเนี่ย!!!"

#หนังสือเปลี่ยนชีวิต
#สังคมศึกษาของลิงที่แสนโง่เขลา


** 
อ้างอิงเรื่อง อ่าน
รักครั้งแรก คราบน้ำมัน ซันไลท์ล้างจาน  https://goo.gl/74Gqzu เพื่ออรรถรส

และเธอในเรื่องนี้คือคนเดียวกับเรื่อง 
ความเงียบของความหลัง และเรื่องราวบางอย่างที่นำพามา ณ จุดนี้ https://goo.gl/Ls49mu

โอยชีวิตกูซับซ้อนนัก


ลิง 
30.3.16
14.30


SHARE
Writer
imonkey7
ขี้เกียจ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

ดีดีดี
ไม่มีอะไรต้องบรรยายอีก
Reply
imonkey7
3 years ago
อาไรของมัน....
-ขอบใจที่มาเม้น-
ก็ พี่แชมป์เขียนดีไง
เลยไม่มีอะไรจะต้องบ่นเวิ่นเว้อไง
imonkey7
3 years ago
แอร๊ยยยยยย
^^
Thegoodman
3 years ago
นึกว่าอ่านมูราคามิ 55555
#ชอบน่ะคร้าบ
Reply
imonkey7
3 years ago
ดีๆๆ
ไปอ่านย้อนหลังให้ครบทุกเรื่องนะๆๆๆ
Silencewaltz
3 years ago
นั่นไงๆๆๆ หนูอ่านๆไปก็ว่าแล้วต้องเป็นตอนซันไลต์แน่ๆ 555 แต่หนูยังไม่เคยอ่านอีกตอนแหะ เดี๋ยวตามไปอ่านก่อนน
Reply
Silencewaltz
3 years ago
หนูให้ที่อยู่ไข่คุงไปล้าวววววว ~

ตอนแรกไข่คุงบอกว่าจะส่งมาให้ที่เมกาด้วย หนูเลยบอกว่าประทับใจ storylog มาก ลงทุนมาก 555 แต่เดี๋ยวก็ต้องแบกกลับไทยอยู่ดี ส่งที่ไทยเลยดีกว่า งุงิ
imonkey7
3 years ago
ชิส์
แล้วกลับไทยตอนไหนนิ
Silencewaltz
3 years ago
ตอบไปล้าววว
NONENTITY
3 years ago
ซึ้งตรึงใจ ชีวิตผมก็แนวนี้ ไหงมันตรงกันข้ามวะ 5555
Reply
imonkey7
3 years ago
~^^~
Fynxivv
2 years ago
น่ารักมากเลย
Reply
imonkey7
2 years ago
^^