ค่าเงิน คลื่นลมแห่งความแปรปรวน


ค่าเงิน คลื่นลมแห่งความปรวนแปร
 
ไม่ใช่เสียงเตือนของจอร์จ โซรอส เรื่องจีนหรอกที่เป็นเหมือนเสียงระฆังยกแรก

หรือเสียงไซเรนที่เตือนให้ชาวประมงควรระมัดระวังการออกจากฝั่ง

แต่ทันทีที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเมื่อปลายปีที่แล้ว(ค.ศ. 2015)

มันเหมือนสัญญาบอกว่าเศรษฐกิจอเมริกาฟื้นแล้วและในฐานะเรือลำใหญ่ที่สุด (ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับหนึ่งของโลก) พร้อมที่จะหันหัวเรือออกจากฝั่งเพื่อกลับไปไล่ล่าปลาในท้องสมุทรอีกครั้ง

หลังจากที่สหรัฐใช้เวลาเกินกว่าครึ่งทศวรรษ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศตัวเอง

อีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทร คลื่นลมแห่งทุนนิยมและ Globalization ซัดเข้าประเทศจีนไม่หยุด หลังจากที่จีนตัดสินใจเปิดประเทศ ตามมาด้วยเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้เงินจึงไหลเข้าถาโถมเข้าประเทศอย่างไม่หยุด

สร้างเศรษฐีหน้าใหม่เกิดราวดอกเห็ด แถมยังสร้างตำนานครูสอนภาษาจากหางโจว ที่มากับตำราบริหารฉบับใหม่ ผู้สร้างตำนานอาลีบาบาเขย่าโลก

ยิ่งประเทศใหญ่ๆ ทั่วโลกตัดสินใจทำ QE หรือที่เข้าใจง่ายๆ ว่าพิมพ์แบงค์ออกมาโดยไม่อิงกับอะไรเลย (พิมพ์กระดาษออกมาดื้อๆ นั้นแหละ) ทำให้ปริมาณเงินล้นโลก

แต่เงินพวกนี้มันเหมือนกับคู่รักที่ไม่ซื่อสัตย์เท่าไร คือมันพร้อมที่จะวิ่งไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า

เมื่อสมมุติฐานขณะนั้นของโลกเชื่อว่า จีน ยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยังเติบโตไม่หยุด (ทั้งที่ตอนนั้นจริงๆ GDP ก็โตลดลงมาเหลือเฉลี่ยปีละ 7 ต่อปีแล้ว) แบงค์กระดาษที่ชื่อว่า QE เลยวิ่งเข้าจีนไม่หยุด ทำให้ตลาดหุ้นจีนขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ดูจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนจริงๆ ชะลอตัวมานานแล้ว แต่ตลาดหุ้นกับราคาอสังหาริมทรัพย์กลับวิ่งสวนทางขึ้น
 
แต่ค่าเงินก็เหมือนกระแสคลื่นลมบนท้องทะเลนั่นแหละ ยากที่หาความซื่อสัตย์ได้

ถามกองทัพเรือของโจโฉที่ศึกผาแดงน่ารู้ดีสุด สมมุติฐานเดิมของทัพโจโฉคือตั้งอยู่เหนือลม ข้าศึกจะไม่ใช้ไฟเผา เพราะจะทำให้ลมพัดไฟเข้ากองทัพข้าศึกเองได้ ด้วยสมมุติฐานนี้ทำให้โจโฉตายใจ ไม่คิดว่าลมจะเปลี่ยนทิศ แต่ทันทีลมบูรพาพัดมาอย่างกะทันหัน กองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ของโจโฉถึงกับพังพินาศยับเยิน

เช่นกันเมื่ออเมริกาตันสินใจรอบที่ผ่านมาขึ้นดอกเบี้ยในที่สุด สมมุติฐานที่เมื่อไม่นานมานี้ ที่บอกเหมือนว่าดอลล่าร์จะอ่อนไปเหมือนไม่สิ้นสุด ถูกกลับมาตั้งคำถามใหม่ (ดอลล่าร์แข็งขึ้นมารอก่อนขึ้นดอกเบี้ย)

จีนที่ถูกบอกว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในโลกและยากจะถูกทำลายก็ถูกตั้งคำถามขึ้นด้วย เริ่มจากการขายหุ้นออกมาถล่มถลายในปีล่าสุด (พ.ศ.2558 ต่อถึงต้นปี 2559)

จริงๆ แล้วจีนก็เหมือนเด็กคนหนึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะโตเร็วไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด วันหนึ่งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเขาก็ต้องเติบโตในอัตราที่ช้าลง

การขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ของประเทศผู้นำโลกเสรี จึงเป็นเหมือนสมมุติฐานใหม่หรือสัญญาณระฆังยกแรกที่เพิ่งจะเริ่ม

พร้อมกับบรรดานักเก็งค่าเงินที่กำลังเขม็งเกลียวรอทุบค่าเงินจีน พร้อมกับการปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปของมะกันในปีนี้ (พ.ศ.2559)

ซึ่งจีนรู้ดีว่าเป็นการชกแบบนวดไปเรื่อยเพื่อรอจังหวะ Knock out ในวันที่จีนพลาด

ผมเองก็ยังไม่รู้ จีนจะม้วนตัวออกจากสถานการณ์นี้อย่างไร

จีนจะหามาตรการอะไรทยอยงันออกมาเพื่อป้องกันคลื่นลมแห่งเงินตรา

ในวันที่ลมมันเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ 

จากทางทิศตะวันออก เพื่อกลับไปทิศตะวันตกอีกครั้ง


 
SHARE
Writer
Latitude
Blogger
Facebook : Latitude ละติจูด https://www.facebook.com/latitudethai

Comments

imonkey7
3 years ago
^^ หง้ออ
Reply
Latitude
3 years ago
ขอบพระคุณครับ

^_____^