กลับบ้านไหม ? พ่อถาม

กลับบ้านไหม ?  พ่อถาม...( แต่แม่เป็นคนถามเราทางโทรศัพท์ )
ทุกครั้งที่กลับบ้านต่างหวัด ฉันมักจะมีอะไรให้ทำมากมาย ตั้งแต่เช้าจนค่ำ
จนลืมสังเกตว่า บ้านแสนสุขของเรา ได้เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยอย่างเงียบๆ

สีระเบียงที่เคยเลอะเทอะ  พ่อก็จัดการให้ช่างมาทาสีเสียใหม่  
จนแทบไม่รู้เลยว่า  มันเคยผ่านการเก่ามาแล้ว 
  
ตู้เลี้ยงกุ้งของแม่ ก็ถูกเก็บไปจากโต๊ะตัวยาวในครัว เพราะกุ้งยักษ์ที่แม่เลี้ยงมานาน
มันขอลาไปมีชีวิตใหม่ ณ ที่ใดสักแห่ง
 
ของใช้บางอย่างของพี่ชายและน้องชาย ก็ถูกเก็บเข้าตู้ 
รอวันที่เจ้าของจะกลับมารื้อ  แล้วอาจบังเอิญ จำได้ว่า มีของเก่าๆบางอย่าง ที่หายไป

ความเปลี่ยนแปลงทีละน้อย  มักทำให้ เราไม่รู้ตัว 
ว่า ทุกปีที่เราโตขึ้น มันได้เพิ่มความเหงาให้กับบ้านหลังใหญ่ของเราได้มากแค่ไหน
ถึงแม้ พ่อ แม่ จะคอยดูแลบ้านให้สะอาด และแข็งแรงอยู่ตลอด
แต่ ถ้าตั้งใจมองให้ละเอียด เราก็จะเห็น ความเก่า
ที่เล็ดลอดออกมา  ได้ไม่ยาก

ทุกความก้าวหน้าในชีวิต มักพาให้เราห่างจาก บ้าน เราอาจอยากสร้างบ้านใหม่ กับใครสักคน
หรือเราอาจ อยากได้บ้านใหม่ ที่ดีกว่าเดิม

และหากว่าเรา หันไปมองดีๆ เราก็จะเห็นว่า
บ้านหลังใหญ่ของเราเอง  ก็ได้ ทยอยขนข้าวของที่เคย กองเกลื่อนให้ไปนอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของ 
เพราะ มีประโยชน์อะไร ที่จะวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับ
ต่างคน ก็ต่างต้องใช้ชีวิตพ่อ แม่ ก็ได้แต่หวังว่าลูกๆ ที่อยู่ไกล จะอยู่ สุข สบายดี

ถ้าชีวิตมันหนักนัก ก็กลับบ้านเรานะ  
ถ้าอยากพัก  ก็กลับบ้านเรานะ

แม่เคยเล่าว่า  แม่นั่งคอยโทรศัพท์ และบ่นกับพ่อว่า
ทำไมลูกไม่เห็นโทรมาหา
พ่อบอกว่า ถ้าไม่มีปัญหาลูกคงไม่โทรมา
ก็ดีแล้วนิ แสดงว่าตอนนี้ ลูกสบายดี   แต่กระนั้น..... แม่ก็เห็นว่า พ่อเองก็คอยโทรศัพท์

ครั้งหนึ่ง ฉันกลับบ้านด้วยความท้อใจ 
พอเจอหน้าพ่อ
พ่อรีบเล่าว่า ได้เค้กอย่างดีมาจากกรุงเทพ เขาว่า เป็นร้านดังที่ต้องต่อคิวยาวเหยียด
ว่าแล้วก็จูงมือฉันไปที่ตู้เย็น 
บอกให้เปิดกล่องขนมในตู้เย็นดูสิ หน้าตามันน่ากินมากเลยนะ
แล้วก็ยืนลุ้นตาไม่กระพริบว่า ลูกจะถูกใจหรือไม่

ฉันเปิดกล่องอย่างตั้งใจ แล้วก็พบ ว่า เค้กสวยๆนี้ มีรอยแหว่งไปหนึ่งคำโหน่ากินจัง แต่ทำไมมันแหว่งอะพ่อ 
พ่อยิ้มอย่างภูมิใจ พ่อเองแหละ 
ตอนแรกพ่อไม่แน่ใจว่ามันอร่อยรึเปล่า ก็เลยชิมดู 
ปรากฎว่า มันอร่อยจริงๆ เลยเก็บไว้ให้ลูกกินน่ะ

เค้กขนาด 2 ปอนด์ พ่อชิมไปคำเดียว 
แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นอย่างนั้นอีกสามวันรอลูกกลับบ้าน 
แม้แต่แม่ พ่อก็ยับยั้งไว้ ให้รอลูกก่อน 
เพราะ  ลูกบอก   ว่า จะกลับบ้าน 

ความตั้งใจของพ่อ กับ เค้กกล่องนี้   ไม่ต้องชิมก็รู้แล้วล่ะพ่อ ว่ามันอร่อยแค่ไหน
 
ความอ่อนแอในหัวใจที่สะสมมา
ได้ถูกเติมเต็มแล้วด้วย เค้กที่พ่อชิมไปหนึ่งคำ
ดีใจเหลือเกิน ที่ได้รู้ว่า บ้านหลังเก่า ยังยินดีต้อนรับ ผู้เคยอาศัย อยู่เสมอ 
มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า เด็กๆเกิดมาเพื่อจากไป มีชีวิตและบ้านใหม่ของตัวเอง  แต่   มันก็เป็นเรื่องจริง ที่บ้านเเสนสุขหลังเดิมของเราเมื่อตอนเด็ก
ยังคอยเรากลับไปอยู่เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง

เรายังคง เป็นปัจจุบัน 
ไม่ใช่แค่  ความทรงจำของบ้าน

เรายังคงเป็นผู้อาศัยแบบ VIP
ไม่ใช่แค่ คนเคยอยู่

กลับบ้านกันบ้างนะ ^^


SHARE

Comments

Rainboww
5 years ago
คิดถึงบ้านมากเลยคะ 😭
Reply
Ploychatara
5 years ago
คนที่บ้านต้องดีใจมากเลยค่ะ ถ้าได้ยินแบบนี้ ^^
aomchom
5 years ago
ขนาดได้อยู่บ้านกับพ่อแม่ พอได้อ่านยังแอบปาดน้ำตาเบาๆ (มีความจับใจอยู่ในตัวอักษร :)
Reply
Ploychatara
5 years ago
ดีใจที่ได้รู้ความรู้สึกตอนอ่านจบของคุณ ดีใจมากๆ และขอบคุณมากๆค่ะ
Kantamail
5 years ago
ร้องไห้เลยค่ะ เหมือนอ่านเรื่องราวของตัวเอง ทำให้ความคิดที่จะไปทำงานไกลบ้านต้องคิดทบทวนอีกครั้ง #ขอบคุณที่เขียนบทความนี้นะคะ
Reply
Ploychatara
5 years ago
ขอบคุณเช่นกันนะคะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจกัน ^^ สู้ๆนะคะ
Pratchawitdax
5 years ago
อ่านแล้วคิดถึงบ้านจัง
Reply
Ploychatara
5 years ago
^^

Pratchawitdax
5 years ago
รบกวนช่วยคอมเม้นงานเขียนผมหน่อยครับ
mucupyai
4 years ago
ร้องไห้เลยค่ะ นี่อ่านรอบที่2 หลังจากกด แฟบไว้ในทวิตแล้วกลับมาดูอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆนะคะ
Reply
Ploychatara
4 years ago
ขอบคุณมากๆค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ