เธอวิ่ง ผมวิ่ง
หากเป็นผู้หญิงปกติ ผมคงไม่ได้สนใจแต่เธอมีความไม่ปกติ!

เสื้อยืดคอกลมสีดำกางเกงขาสั้นถูกแทนที่ด้วยชุดกีฬา ผมกระชับเชือกรองเท้าให้แน่น ทาครีมคลายกล้ามเนื้อที่ขาทั้งสอง ขยับวอร์มร่างกายไปมา คล้องสายรัดแขนสอดโทรศัพท์ลงในช่อง กระดกน้ำขึ้นดื่ม ผมกำลังจะออกวิ่ง

ผมชอบมาวิ่งที่สวนลุม สิบกว่าปีก่อนสมัยทำงานที่อาคารสูงย่านนี้ ทุกเย็นผมจะมาวิ่งที่นี่ ไม่ใช่เพราะรักการออกกำลังกายแต่วิ่งเพื่อรอใครบางคนกลับบ้าน ผมทำงานอยู่ย่านนี้ประมาณสองปีครึ่ง มีเหตุให้ต้องย้ายบริษัทฯ จากนั้นมาผมก็ไม่ได้วิ่งอีกเลย

สามเดือนก่อน ผมมีอาการเหนื่อยง่ายร่างกายเหมือนฟ้องว่า "เอ็งควรจะออกกำลังกายเสียบ้าง" ทำให้ผมเริ่มกลับมาวิ่งอีกครั้ง

ผมกดแอพพลิเคชั่น Endomondo ที่โทรศัพท์เป็น App เก็บสถิติการวิ่ง เลือกเพลงของวง Limp Bizkit จากเครื่องเล่นแล้วเริ่มออกวิ่ง

สี่ร้อยเมตรแรก ผมวอร์มกล้ามเนื้อด้วยการเดินเร็วแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนสปีดจากเดินเป็นวิ่ง

ผ่านสองกิโลเมตรเหงื่อเม็ดเล็กพราวผุดขึ้นที่ขมับ ระบบการหายใจเปลี่ยนจากจมูกมาทางปาก เสียงเพลง Take a look around ในหูฟังทำให้ผมไม่สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก

เข้าสู่กิโลเมตรที่สาม สายตาผมสะดุดกับผู้หญิงคนหนึ่ง!

หากเป็นผู้หญิงปกติ ผมคงไม่ได้สนใจแต่เธอมีความ ‘ไม่ปกติ’ คือขาทั้งสองข้างโค้งงอผิดรูปทำให้ท่าวิ่งของเธอดูแตกต่างจากคนอื่น คำนวณด้วยสายตาหยาบ ๆ เธอเป็นผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ ผิวขาว เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบมัดไว้ สวมหมวกแก๊ปสีขาว ใส่ชุดกีฬาสีชมพู และรองเท้าไนกี้สีส้มสะท้อนแสง

ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้เห็นรอยซึมของเหงื่อเป็นวงใหญ่บริเวณหลัง ผมเหลียวมองเธอ เธอจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี ใบหน้าถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ แก้มขวามีสีแดงเรื่อ ๆ เธอไม่ได้มองผม ผมวิ่งผ่านเธอไป

เข้าสู่กิโลเมตรที่สี่ ผมเริ่มชะลอความเร็วรู้สึกคอแห้งผาก บริเวณศีรษะและหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรง ‘อีกกิโลเมตรเดียว’ ผมบอกตัวเองอย่างนั้น ผมรวบรวมกำลัง ไม่คิดถึงระยะทาง ไม่คิดถึงน้ำดื่ม สลัดความเหน็ดเหนื่อยทิ้งและวิ่งต่อไป จนมาเจอเธอในรอบที่สอง!

ผมชะลอฝีเท้าลงวิ่งประคองคู่กับเธอ เธอเหลือบมองผมที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เราสื่อสารกันด้วยรอยยิ้มและหยาดเหงื่อ มันเป็นยิ้มที่บริสุทธิ์ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมวิ่งผ่านเธอไป

เข้าสู่กิโลเมตรที่ห้า ผมหยุดตรงนี้ กดเครื่องจับเวลา ระยะทางที่วิ่งไป 4.98 กิโลเมตร / ระยะเวลา 32.64 นาที / ความเร็วเฉลี่ย 8.22 กิโลเมตรต่อชม. / ฝีเท้าเฉลี่ย 7.12 นาทีต่อกม. / แคลอรีที่เสียไป 292 กิโลแคลอรี / เสียน้ำในร่างกาย 0.15 ลิตร เครื่องแสดงผลเช่นนั้น

ผมทิ้งตัวลงม้านั่งข้างทาง กระดกน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ ท้องฟ้ายามนี้เริ่มมืดเหมือนมีใครเอาผ้าสีดำมาขึงไว้ ไฟทางเดินเริ่มส่องสว่าง ไม่นานนักผู้หญิงคนเดิมค่อย ๆ วิ่งเข้ามา ผมมองเธอด้วยสายตาชื่นชมเกินปกติ ข้อจำกัดทางร่างกายไม่เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งของเธอเลย แม้เธอจะวิ่งได้ช้าแต่เธอไม่เคยหยุดวิ่ง! เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาใกล้ ผมระบายรอยยิ้มในความมืดแต่เธอมองไม่เห็น มุ่งหน้าไปตามเส้นทางของเธอต่อไป

เสื้อยืดคอกลมสีดำกางเกงขาสั้นถูกเปลี่ยนแทนที่ชุดกีฬา ผมคลายเชือกผูกรองเท้าออก ทาครีมคลายกล้ามเนื้อที่ขาทั้งสอง ผมมองเห็นผู้หญิงคนนั้นค่อย ๆ ไกลออกไป กระชับเป้บนบ่า หันหลังให้เธอ ผมกำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางของผมเช่นกัน.
...
มาร่วมเป็นเพื่อนกันที่ www.facebook.com / ปริญ บุญภูพิพัฒน์
หรือ ติดตามงานเขียนได้ที่ https://web.facebook.com/TK-Tonkla-325906607524877/?ref=hl
SHARE

Comments