ช้า-ช้าที่เชียงราย
เขตชุมชน ลดความเร็วนี่คือป้ายคำเตือนให้รถที่่ผ่านไปผ่านมา ขับช้าๆ ลงหน่อย
เพราะเข้าเขตชุมชน : )
แต่ถ้าคุณมาขับรถข้างหลังรถคันนี้ (ที่ใส่ในภาพปก) คุณจะอยากรื้อป้ายนั่นใหม่
แล้วเอาป้ายที่เขียนขึ้นใหม่ว่า "เขตชุมชน ช่วยเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดเถอะ"
พร้อมตัวยิ้มเล็กๆ ข้างล่าง
เพราะเขาขับช้าจริงๆ 
ขับแบบวิ่งจ๊อกกิ้งก็ยังแซง  



เชียงรายเป็นเมืองที่ช้าและน่าอยู่จริงๆ
ตั้งแต่ฉันมาพักที่นี่ ก็ตื่นตีห้ากว่าโดยที่ไม่มีอาการงัวเงีย ง่วงนอน
หรืองอแงใดๆ เลย 
เพราะอากาศเย็นสบายๆ โปร่ง จะพัดเข้ามาในห้องนอนที่เปิดหน้าต่างไว้รอบตัว
อยู่ที่นี่เราไม่ต้องเปิดแอร์ เพราะแค่ออกซิเจนจากต้นไม้
และสวนข้างนอกก็โอบกอดให้เรานอนใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ได้สบายแล้ว
นึกถึงตอนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ฉันอาศัยอยู่ในคอนโดห้องหนึ่ง ใกล้ๆ รถไฟใต้ดินรัชดา
ทุกเช้าที่ตื่นลืมตา จะปวดหัวหรือมึนๆ ทุกครั้งเลย
ออกจากห้อง ก็จะได้ยินเสียงรถที่วิ่ง จนแทบจะเคยชินไปแล้ว
พอมาอยู่ที่นี่ เลยรู้สึกเหมือนเจอเครื่องฟอกหัวใจ ปอด 
ทำให้รู้สึกสดชื่นได้อีกครั้ง  :)

ฉันอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้ว
กิจวัตรประจำวันคือ ตื่นตีห้า ไปอาบน้ำ (เย็นๆ) ก่อนจะออกไปตลาด
ตลาดที่นี่ห่างจากตัวบ้านพักที่ฉันอยู่ราวๆ 5 นาที
ระหว่างทางที่ไป เราจะเห็นทุ่งนาสีเขียวอร่าม ผ่านสวนสับปะรด
บ้านคนและต้นไม้ประปรายๆ
เราจะเห็นลูกเจี๊ยบ แม่ไก่ และสารพัดสัตว์เดินไปมาเป็นเรื่องชินตา
มีแมวนอนอยู่ริมรั้วตามบ้าน
ที่นี่เราจะไม่ค่อยเห็นใครใช้รถยนต์เท่าไรนัก
ต่างจากรถจักรยานยนต์ที่มีให้เห็นอย่างชินตา
เมื่อขับรถไปถึงตลาด เราก็ลงมาซื้อของ 
แผงที่ตลาดมีราวๆ 10 กว่าแผง
ขายเนื้อหมู ผัก เส้นก๋วยเตี๋ยว ผลไม้ ฯลฯ
เป็นตลาดในชุมชนที่เรียบง่าย และไม่วุ่นวายเลย
"ซื้อผักชีหน่อยค่ะ" ฉันถามป้าคนหนึ่งที่กำลังคัดแยกมะนาวออกจากถุง
"ผักชีเหรอหนู" ป้าถามมาเป็นภาษาเหนือ 
ก่อนที่จะรู้ว่าเราฟังไม่ออก เลยเปลี่ยนมาเป็นภาษากลางแทน
"เอาเท่าไร"
"5 บาทพอไหมคะป้า"
"โอ้ยเหลือแหล่" คุณลุงสามีป้าตะโกนบอก แกกำลังนั่งมัดกำผักชีอยู่
"เอาไปแค่นี้แหละหนู เยอะแยะ" ป้าเสริม 
ฉันยิ้ม พลางคิดว่าถ้าเป็นตลาดที่อื่น 5 บาทก็คงไม่พอ
ตอนแรกก็คิดว่านี่อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่พอไปซื้อหมู
แอปเปิล มะนาว หรือไก่ทอด แม่ค้าทั้งตลาดก็เป็นแบบนี้
ซื้อไปแค่นี้ก็พอกินแล้วแหละหนู เหลือแหล่

นอกจากจะช้าแล้ว ยังรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ไม่ต้องการอะไรมากดี
กินหมูก็ได้ กินปลาก็ดี 
ไม่ต้องกินซูชิบ่อยๆ ก็ได้
ไม่เดือดร้อนอะไร :)

กว่า 10 กว่าปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ในใจกลางเมือง
ตัดสินใจอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้า เพื่อซื้อความสะดวกสบาย
เคยนั่งอยู่บนเตียงในห้อง 
แล้วพึมพำกับตัวเองว่า เรานี่เหมือนอยู่ในกล่องเลยเนอะ
ถัดจากเตียงก็มีตู้ ถัดจากตู้ก็มีโต๊ะทำงานที่มีกองหนังสือสารพัด
กลับมาจากที่ทำงานที เปิดประตู ถอดรองเท้า 
เดินแค่ห้าก้าวก็ถึงเตียงนอนแล้ว
นี่ไม่นับกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่รู้สึกไม่พอ
อยากกินนั่นนี่ อยากเดินห้าง อยากถือกระเป๋าสวยๆ
อยากชอปปิ้งเสื้อผ้าใหม่ๆ
อยากไปหมดเลย  :)
ฉันคิด มันไม่แปลกหรอกที่เราจะใช้ชีวิตแบบนั้น
ตราบใดที่เงินในกระเป๋าและปัจจัยในชีวิตเราจะอำนวย
แค่เบื่อความไว ความเร่งรีบเกินไปต่างหาก
ความเร่งรีบ ที่หมายความว่า "เธอเดินช้าเกินไปแล้ว"
ฉันเบื่อที่ต้องต่อสู้กับความอยากหลายรูปแบบ
ความอยากมี อยากได้ หรือ อยากเป็นเหมือนคนอื่น


เชียงรายทำให้ฉันนึกถึงอะนิเมชั่นเรื่อง The Illusionist (2010)
เรื่องราวของชายแก่นักมายากลที่กำลังจะตกงาน 
เพราะมายากลของเขา ไม่เป็นที่สนใจของคนแถบนั้นอีกต่อไป
เขาตัดสินใจเดินทางไปยังสก็อตแลนด์ เพื่อตามหาคนที่ยังเห็นคุณค่าในอาชีพของเขาอยู่
ที่นั่น เขาพบสาวน้อยคนหนึ่ง ก่อนที่สาวน้อยคนนั้น
จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล

สาวน้อยผู้ไม่เคยใส่รองเท้าคัทชูสีสวย
ไม่เคยสัมผัสเนื้อผ้าอันอ่อนนุ่มและอบอุ่นของเสื้อโค้ทตัวหนา
เธอตามชายแก่เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง
ก่อนที่จะได้รองเท้าสีแดงสวยคู่หนึ่ง
รองเท้าที่ทำให้สาวน้อยพบเงาสะท้อนของตัวเองในหญิงสาวคนอื่นๆ 
จากนั้นมาเธอเลยอยากได้รองเท้าส้นสูงสีขาว เสื้อโค้ทใหม่
และความต้องการสารพัดอย่างที่มาพร้อมกับคำว่า "คนอื่นเขาก็มีกัน"

จากสาวน้อยผู้หลงรักดอกไม้ในป่ายิ่งกว่าสิ่งใด
กลับเปลี่ยนแปลงไปเป็นหญิงสาวผู้หลงรักรองเท้าคู่สวย
ที่ตั้งในตู้โชว์ภายในห้างสรรพสินค้า
หญิงสาวเริ่มหลงลืมอะไรหลายๆ อย่าง
ลืมวันแรกๆ ที่ได้ก้าวเข้ามาสู่เมือง พร้อมกับชายแก่นักมายากล
ลืมความงดงามของแสงแดดยามเช้า เพราะมัวแต่จ้องมองหน้าของตัวเองในกระจก
วันเวลาได้พราก และใส่บางสิ่งเข้ามาแทนที่ชีวิตของสาวน้อย
ทำให้เธอกลายเป็นคนอีกคน
ต่างจากคนแรกที่เคยเป็น

ไม่แปลกที่เราจะเปลี่ยนไป
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ไม่แปลกที่เราจะเป็นนักปีนภูเขา ที่อยากปีนไปยืนบนยอดเขา
แล้วตามหาภูเขาลูกต่อไป ลูกแล้วลูกเล่า
แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเปรียบเทียบ
เมื่อใดก็ตามที่เรามองว่าคนอื่นมีดีกว่าเรา
เมื่อใดก็ตามที่เราไม่เคยหยุดมองหัวใจตัวเอง
เมื่อนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับหนูที่วิ่งปั่นจักรในกรง
เมื่อใดที่เรายังไม่เลิกมองว่า "ภูเขา" ของเขาสูงและดีกว่าภูเขาที่เราอยู่
เมื่อนั้นความสุขคงอยู่ห่างไกลเราเกินไป

"ความสุขคืออะไรคะป้า"
ฉันนึกถึงบทสนทนาที่เคยคุยกับป้าแม่บ้านคนหนึ่ง
ที่ต้องย้ายถิ่นฐานจากแดนอีสานมาอยู่ในเมือง
"คือการพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และไม่เปรียบเทียบกับคนอื่นมั้ง"
แกยิ้ม 

และวันนั้นฉันก็นึกถึงถึงคำๆ นั้น
คำที่ทำให้ฉันนั่งมองรถกระป้อที่ค่อยๆ ขับไปข้างหน้าอย่างไม่ร้อนใจ
และไม่รีบร้อนอะไร  :)


ขอบคุณ. ทริปเชียงราย

SHARE
Writer
Looksorn
Editor
MARS

Comments

mypatc
11 months ago
พิมพ์ยังไงแบบยาวๆ ได้คะ มันไม่เด้งไปมาๆ เหรอคะ
ปล. เค้าก็เป็นคนเชียงราย อิอิ
Reply
ELThanaphat
11 months ago
หวัดดี คนเจียงฮาย ปล.ทักคนบ้านเดียวกัน 55+
Looksorn
11 months ago
ศรเขียนในคอมพ์ตลอดเลยค่า ลองในคอมหรือยังคะ
ปล. สวัสดีค่าคนเชียงฮาย  ;)
mypatc
9 months ago
อ่อค่ะ แหะๆ กะลังเข้ามา
Lamaai
11 months ago
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ชีวิตต้ะตอนยอน จ้าวว
Reply
Looksorn
11 months ago
น้ำเงี้ยวอร่อย  :DDDD
TheNickyWitt
11 months ago
ว้าวววว ... 😁
Reply
Looksorn
11 months ago
^_________-^
sopons
11 months ago
บอกแล้วให้ไปเชียงรายยยยย :-)
Reply
Looksorn
11 months ago
มาแล้วชอบมากๆ เลยพี่โสภณ  :)
Gratenne
11 months ago
เค้ามีบ้านอยู่เชียงรายนะ แต่เค้าขับรถไม่เป็น และไม่รู้ว่านั่งรถประจำทางยังไง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกในกรงเลย สุดท้ายก็ไปได้แค่2ขาพาไป แต่ก็สนุกดีนะ
Reply
ELThanaphat
11 months ago
อันนี้สโลวไลฟ์ฟุดๆ อยากเดินมั้ง เจียงฮายบ้านเฮา 55+
 
Looksorn
11 months ago
: ) อยากลองนั่งรถโดยสารกะเค้ามั่งงง