ชีวิตกับการปลูกต้นอะโวคาโด
How long does it take for avocado to yieldนี่คือสิ่งที่ผมพิมพ์ถามกูเกิลเมื่อสัปดาห์ก่อน ใช่ครับ ผมกำลังสงสัยว่าถ้าผมจะปลูกต้นอะโวคาโด ผมต้องรอนานเท่าไหร่ผมถึงจะได้กินผลของมัน ซึ่งคำตอบที่ผมได้รับ ก็ค่อนข้างน่าผิดหวังอยู่เล็กน้อย คืออยู่ที่ 10 ถึง 15 ปี แต่ก่อนที่ช่วงเวลาดังกล่าวจะเริ่มเดิน คุณต้องเอาเมล็ดอะโวคาโดแช่น้ำไว้ครึ่งหนึ่ง (อย่างในภาพปกที่ผมใส่นี่แหละ) แล้วคุณต้องคอยดูไม่ให้น้ำแห้ง (เมล็ดต้องแช่น้ำอยู่ครึ่งหนึ่งเสมอ - แม้จริงๆแล้วอาจจะไม่ต้องครึ่งเป๊ะเสียทีเดียว) น้ำก็ต้องคอยเปลี่ยนเมื่อสกปรก แช่ไว้กว่าแปดสัปดาห์ ต้นอ่อนจึงจะงอกออกมาจากเมล็ด หลังจากนั้นคุณต้องรอให้ต้นอ่อนที่งอกออกมานั้นสูงได้ 6 นิ้ว แล้วคุณก็ตัดลำต้นมันทิ้งให้เหลือสามนิ้ว แล้วก็รอจนมันโตถึงหกนิ้ว แล้วจึงนำลงดินได้ แล้วช่วงเวลา 10 ถึง 15 ปีดังกล่าวจึงจะเริ่มเดิน นี่คือสิ่งที่กูเกิลบอกผมจากการค้นหาเมื่อสัปดาห์ก่อน

วันต่อมาหลังจากผมค้นหาวิธีการปลูกต้นอะโวคาโดในกูเกิล ขณะที่ผมกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำของฟิตเนสที่ผมเพิ่งเริ่มเข้าเป็นสมาชิกเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อยู่ดีๆความคิดหนึ่งก็แว้บเข้ามาในหัวว่า "การเล่นฟิตเนสนี่แม่งเหมือนปลูกต้นอะโวคาโดเลย กูเล่นฟิตเนสมาตั้งแต่ต้นเดือน น้ำหนักก็ลงนิดหน่อย แต่ไม่เห็นผอมลงแม้แต่นิด แถมเดินขึ้นบันไดก็ยังเหนื่อยฉิบหายเหมือนเดิม การปลูกอะโวคาโดก็เหมือนกัน ลำบากลำบนปลูกแทบแย่ แปดอาทิตย์ผ่านไปจะงอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ งอกมาเสร็จแล้วลงดินจะออกลูกไหมก็ยังไม่รู้ ทั้งไอ้ที่เล่นฟิตเนส ทั้งที่ปลูกอะโวคาโดนี่อาจจะเหนื่อยเปล่าก็ได้"

นั่นแหละครับ ผลสรุปก็คือ ทั้งการเข้าฟิตเนส และการปลูกต้นอะโวคาโดมันเหมือนกันอยู่คือ:
1. มันไม่ได้เห็นผลทันที
2. ผลลัพธ์มันไม่แน่นอนมาตั้งแต่แรก

แต่ที่มันแน่นอนก็คือ ถ้าผมไม่เริ่มทำมาตั้งแต่แรก 10 กว่าปีที่ผมจะได้กินอะโวคาโดฟรีจากสวนในบ้านผมเองโดยไม่ต้องไปซื้อจากฟู้ดแลนด์ใบละ 79 บาท ก็จะไม่มีวันเริ่มเดิน และตัวผมที่สุขภาพแข็งแรงกว่า ณ ปัจจุบันนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น

ซึ่งเรื่องนี้มันจริงสำหรับชีวิตในหลายๆเรื่อง เรื่องงานก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมกำลังตัดสินใจว่าจะลาออกจากงาน ซึ่งนึก ๆ ดูแล้วมันก็แปลกดี ที่เมื่อตอนกลับมาจากเรียนเมื่อตอนปลายปี 2017 ผมวิ่งหางานเพื่อให้ได้งานดีๆเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง ซึ่งผมก็เชื่อว่าทุกคนก็หวังทั้งนั้นแหละ ตอนนี้ผมได้งานที่ดี ในบริษัทที่ดี มีเจ้านายที่ดี แต่สิ่งที่ผมต้องการที่สุดในเวลานี้กลับกลายเป็นการหนีออกไปจากที่นี่ ซึ่งสิ่งที่ยากมันก็ไม่ใช่อะไร เห็นจะเป็นการ justify เหตุผลที่ผมจะลาออกนั่นแหละ

ทุกวันนี้ผมไม่มีความสุขในสิ่งที่ผมทำ ไอ้ที่ลำบากตรากตรำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะผมหวังว่าอย่างน้อย ๆ ในอนาคต (ซึ่งก็หวังว่าก่อนผมจะได้กินอะโวคาโดที่ปลูก) ผมจะได้ก้าวหน้า จะได้สบายกว่านี้ หาเลี้ยงพ่อแม่ได้ ฯลฯ ก็ความคาดหวังของมนุษย์เงินเดือนทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ ก็เหมือนกับที่ผมหวังว่าในอีกสิบปีต้นอะโวคาโดของผมจะออกลูกมาให้ผมใส่สลัดกิน

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถึงได้ลงมือปลูกต้นอะโวคาโด ไปฟิตเนส และยังคงทำงานนี้อยู่ ด้วยหวังว่าวันหนึ่งผมจะได้กินผลของมัน ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง และผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังลงมือปลูกต้นอะโวคาโดของตัวเองอยู่เหมือนๆกัน โดยที่ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะมีผลออกมาให้กินหรือไม่

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากไม่ลงมือปลูก เวลาสิบปีของต้นอะโวคาโด ก็จะไม่มีวันเริ่มเดิน
SHARE
Writer
Samplespace
Inspiration Seeker
A 26 years old lawyer from Chiang Mai, Thailand, who is now living in Bangkok, working in a law firm, and living a mundane life.

Comments