ที่อัมสเตอร์ดัมนั้นโถฉี่เป็นที่อยู่อาศัยของแมลงวัน
เครื่องบินของสายการบินเคแอลเอ็มซึ่งออกเดินทางจากสุวรรณภูมิกำลังจะลงจอดที่สนามบินสคิโพล(Schipol)เมืองอัมสเตอร์ดัม ผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังยืดเส้นยืดสายหรือไม่ก็คุยกันในขณะที่บางคนก็เพิ่งจะงัวเงียตื่นขึ้นมา แต่ผมทำได้แค่นั่งตัวแข็งจ้องออกไปนอกหน้าต่างและหวังในใจว่าขอให้ได้เห็นรันเวย์เร็วๆ ความซวยที่ผมกำลังเจออยู่ก็คือผมกะเวลาไปเข้าห้องน้ำผิดและไฟสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดที่สว่างโร่อยู่เหนือหัวทำให้ผมไม่สามารถลุกไปทำธุระได้ ขนน้อยๆบนหลังและท้ายทอยลุกซู่ สมาธิทั้งหมดมุ่งไปยังกล้ามเนื้อหูรูดที่เป็นปราการด่านสุดท้ายระหว่างกระเพาะปัสสาวะของผมกับโลกภายนอก อูย สู้เขานะลูกพ่อ

ทันทีที่เครื่องจอดสนิทและไฟแจ้งรัดเข็มขัดดับลงผมก็รีบลุกขึ้นและหันกลับไปข้างหลังเพื่อหาทางไปเข้าห้องน้ำบนเครื่องทันที อนิจจาที่นั่งที่อยู่ติดหน้าต่างทำให้ผมช้าเกินไป คนนับร้อยที่อยู่ระหว่างผมกับห้องน้ำต่างก็ลุกขึ้นมาหยิบของของตัวเองจนกลายเป็นกำแพงมนุษย์ ถุงของฝากมากมายปิดกั้นหนทางไปห้องน้ำไว้เสียหมด ผมมองกลับไปข้างหน้า เอาวะ เรานั่งอยู่หน้าอย่างน้อยก็น่าจะได้ลงเร็ว

เมื่อเวลาลงเครื่องมาถึงผมยิ้มแห้งๆให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องในขณะที่สองขารีบสับอย่างรวดเร็วไปยังห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด ร่างกายของผมเหมือนขีปนาวุธนำวิถีที่พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย สายตาผมสอดส่ายหาโถฉี่ที่ยังว่างอยู่ มือผมเริ่มรูดซิปตั้งแต่ยังไปไม่ถึง

ผมยอมรับว่าจังหวะนั้ผมมีความสุขมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
 
หลังจากเริ่มตั้งสติได้ผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างอยู่ในโถ อะไรฟะ? แมลงวันนี่หว่า? แมลงวันมาทำอะไรอยู่ในโถฉี่เนี่ย? แล้วผมจะทำยังไงกับมันดีล่ะ?

ก็เล็งใส่มันสิครับจะอะไรซะอีก

นี่เป็นสุดยอดความคิดสร้างสรรค์ที่จากนักเศรษฐศาสตร์ชาวดัทช์ที่ชื่อว่าอาด ไคบุม(Aad Kieboom)ซึ่งเป็นผู้ดูแลการขยายพื้นที่ของสนามบินสคิโพล ปัญหาอย่างหนึ่งที่สนามบินสคิโพลเจอ(จริงๆผมว่าห้องน้ำที่ไหนก็เจอ)ก็คือคุณผู้ชายทั้งหลายไม่ใคร่จะ "แม่น" กันสักเท่าไหร่ จะเป็นเพราะลำกล้องเอียง ขาดสมาธิในการเล็ง ไม่ค่อยเก่งฟิสิกส์ หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ความเป็นจริงก็คือการ "กระเซ็น" กับโถฉี่นั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาแต่นมนาน

จะว่าไปก็น่าเห็นใจคุณผู้ชายนะครับ เขาจะรู้ได้ยังไงว่าฉี่ท่าไหนถึงจะไม่กระฉอกเลย ต้องวัดอัตราเร็วเฉลี่ยของสายน้ำไหม? ต้องวัดมุมตกกระทบด้วยหรือเปล่า? หรือต้องวัดความถ่วงจำเพาะเฉลี่ยของฉี่ตัวเองไหม? ความแข็งของวัสดุที่ใช้ทำโถฉี่ล่ะ? องศาแค่ไหนถึงจะเหมาะสม? บางครั้งเราก็เดาไปตามความรู้สึกว่าอย่างนี้น่าจะโอเค แต่อย่างที่กางเกงและมือของเราเป็นพยานได้ เวลาเราคิดว่ามันน่าจะโอเคมันก็ไม่ได้โอเคจริงๆเสมอไป
 
นักออกแบบที่ชาญฉลาดก็เลยทำเป้าให้ซะเลย ประมาณว่าถ้าเล็งมาที่จุดนี้โอกาสกระเซ็นจะน้อยที่สุด และจะไปวาดเป็นเป้าแบบโต้งๆก็ดูกระไรอยู่ เอาเป็นแมลงที่คนส่วนใหญ่รำคาญอย่างแมลงวันน่าจะดีกว่าคนจะได้อยากฉี่ใส่ ผลจึงออกมาเป็นโถฉี่แมลงวันที่สนามบินสคิโพล

และก็ได้ผลจริงๆ เมื่อใช้โถฉี่แบบนี้นั้น "อัตราการกระเซ็น" ก็ลดลงถึง 80% (ไม่รู้วัดยังไงเหมือนกัน นับจำนวนจุดบนพื้นหรือเปล่า?) เพียงแค่วาดภาพแมลงวันลงไปบนโถก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนทำความสะอาดไปได้มหาศาล

นี่เป็นตัวอย่างของวิธีง่ายๆ ต้นทุนต่ำ และไม่ได้บีบบังคับอะไรกัน แต่มีผลในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนได้อย่างมหาศาล ซึ่งรู้จักกันทั่วๆไปในชื่อว่า "Nudging" (การถองแบบเบาๆ) ซึ่งผมจะพูดถึงอีกในอนาคต

หลังจากฉี่ใส่แมลงวันจนพอใจแล้วผมก็ออกมาจากห้องน้ำ ผ่านการตรวจตม. แล้วก็ออกมาจากสนามบิน ในที่สุดก็ถึงเวลาไปย่านโคมแดง(Red Light District)ซะที

เอ๊ย! ถึงเวลาขึ้นรถไฟไปทำธุระอีกเมืองนึงต่างหากล่ะ

Cover image cropped from original image by Iwan Gabovitch@flickr.com.
SHARE
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments

imonkey7
3 years ago
^^
นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องแพง
Reply
Dhammajakra
3 years ago
ตอนแรกคิดว่ามีแต่ที่ Eindhoven นึกว่า Phillips ประดิษฐ์นวัตกรรมโถส้วมแบบใหม่ ปรากฏว่า มีทุกที่ แม้แต่ที่ Antwerpen หรือ Bruges ก็มีเหมือนกัน เห็นคุณหมอเขียนเรื่องนี้ ตะหงิด ตะหงิดว่านั่งลำเดียวกันหรือเปล่า @^_^@
Reply
Past-Forward
3 years ago
เริ่มต้นที่สคิโพลครับ แต่ตอนนี้ลามไปทั่วยุโรปแล้วมั้ง
Dhammajakra
3 years ago
ห้องน้ำสปอร์สี่ หนูเห็นมีแมงวันสองตัวค่ะ ฮ่าาาาา
Reply