"มันคงถึงเวลาแล้ว หนังสือเล่มนี้เลยมาเยี่ยม"
"มันคงได้เวลาที่เหมาะสมของมันนั่นแหละ หนังสือเล่มนี้เลยมาหาเรา" รุ่นพี่ที่ผมเคารพมากคนหนึ่งกล่าวขณะที่ผมถือหนังสือเล่มที่ผมจะไม่ลืมไปตลอดชีวิตเอาไว้ในมือข้างขวา สายตานั้นราวลูกแกะหลงทางที่มองเด็กเลี้ยงแกะ
Energy Bus "รถบัสพลังชีวิต" โดย Jon Gordon
หนังสือปกแข็งสีน้ำเงินกับรูปรถบัสน่ารัก 1 คันที่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนอยู่ตรงกลางปกกับความหนา 200 หน้านิดหน่อยกับราคาสองร้อยกว่าบาทคือองค์ประกอบของหนังสือเล่มนี้

ที่เป็นอีก 1 ใน 30 เล่มที่พาผมมาถึงที่นี่

"อ่านเสร็จแล้วเรามาคุยกันต่อนะ" แล้วรุ่นพี่คนนี้ก็ทิ้งผมไว้กับหนังสือเล่มนี้ที่เหมือนตัวแทนที่จะพูดคุยกับผมเป็นระยะเวลา 12 ชั่วโมงที่เปลี่ยนความคิดทั้งหมดไปตลอดกาล

จุดเริ่มต้นที่เกี่ยวพันกันของชายที่กำหนังสือ กับชายผู้เป็นพระเอกของหนังสือนั้นช่างคล้ายคลึงราวแกะแม่พิมพ์ออกมาจากบล็อคเดียวกัน

ทั้งขี้หงุดหงิด
โทษสิ่งรอบตัวและโยนความผิด
จิตตกเมื่อเจอสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

นั่นคือสิ่งที่ผมกับพระเอกหนังสือคนนี้มีเหมือนกัน และเรากำลังจะเดินทางไปด้วยกันเป็นระยะเวลา 2XX หน้ากระดาษต่อจากนี้จนกระทั่งถึงหน้าสุดท้าย เหมือนกับเราเองก็เป็นพระเอกของหนังสือเล่มนี้แล้วนั่งรถไปพร้อม ๆ กัน เราได้พูดคุยกับคนในรถไปพร้อม ๆ กันกับ "จอร์จ" ตัวเอกของรถบัส

จากนั้นภายใน 12 ชั่วโมงต่อมาที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบกับแนวคิดใหม่ที่เปลี่ยนไปสิ้นเชิงพร้อม ๆ กับ "จอร์จ" ที่จากเราไปพร้อมกับหน้าสุดท้ายของหนังสือแต่ทิ้งความรู้สึกสำคัญไว้พร้อมกับลายเซ็นของรุ่นพี่ที่น่าเคารพคนนั้น

คำว่า "ค่อย ๆ ตีกอล์ฟทีละช็อต" กับการคิดว่าเราควรมองสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น มันเป็นเรื่องแปลกที่ผมได้เจอกับตัวเองที่เมื่อตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ใหม่ ๆ ก็ยังเข้าใจแบบหนึ่ง แต่พอมาตอนนี้สิ่งที่บอกว่า "กอล์ฟทีละช็อต" เปลี่ยนรูปร่างไปอีกครั้ง

จากการ "ใส่ใจสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น" เป็น "ใส่ใจจะสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในวันนั้น" เพราะว่าสิ่งดี ๆ ก็เกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นได้ด้วยตัวมันเอง แต่มันจะดีกว่าเดิมเมื่อเราทำหน้าที่เป็นคน "ให้" สิ่งดี ๆ จากการสร้างของเราไปสู่คนอื่น
อาจจะเป็นกำลังใจเล็กน้อยอย่างน้ำสักขวดให้ศิลปินเปิดหมวกหรือเงินสักเล็กน้อยที่เราไม่ลำบากตัวเอง นั่นสำคัญมากเพราะการที่เขาจะมายืนตรงนี้ได้ มันก็ใช้ความพยายามมากเหมือนกัน

ภาพของศิลปินที่ยืนเล่นดนตรีเปิดหมวกก็เหมือนกับเด็กที่ประถมที่ต้องมายืนนำเสนอรายงานอยู่ตรงหน้าชั้นเป็นครั้งแรกนั่นแหละ

การ "คุมรถบัสของตัวเอง" ก็เหมือนกัน เพราะชีวิตของเรากับทางเลือกมันเกิดขึ้นบ่อย ๆ เหมือนที่ผมเคยพูดถึงใน "การพบพานและ Butterfly Effect" เป็นเหมือนกันคือถ้าเรามีโอกาสจะเจออะไรสักครั้งหนึ่งขึ้นมาได้ เราเลือกจะทำได้เมื่อมีสติพร้อมดีก็เลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่กันและกันจะดีกว่า

แค่ 2 อย่างนี้ก็พอ แค่สองอย่างนี้ที่ผมได้เจอในหนังสือเล่มนี้ก็ดึงสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตได้ง่าย ๆ เพราะชีวิตเราก็เหมือนคำโปรยที่อยู่ด้านหลังปกของหนังสือเล่มนี้นั่นแหละครับ

"ในปั๊มน้ำมันจะมีหัวเชื้อเพลิงอยู่สองชนิด ได้แก่ พลังเชิงบวกและพลังเชิงลบ คนเดียวที่จะเลือกเติมพลังขนิดไหนให้กับรถบัสชีวิตของเราได้ก็คือตัวเราเอง..."
SHARE
Written in this book
Just think
คิดอะไรได้ก็เขียน เท่านั้นเอง
Writer
PsychoPlay
psychopath
A psychopath who dress in a ordinary people skin.

Comments

อยากอ่านด้วยเลยค่ะ :)
Reply
PsychoPlay
5 years ago
ไปร้านหนังสือได้เลยครับ :D งานหนังสือก็กำลังจะเริ่มต้นแล้วด้วยอย่าลืมไปเที่ยวนะคร้าบ
imonkey7
5 years ago
ยืม
scorpion_a
5 years ago
Good inspiration ,thank  
Reply
PsychoPlay
5 years ago
That's ok :)
MsJ
5 years ago
เป็นหนังสือที่ดีมากเลยค่ะ ต้องซื้อเป็นสมบัติส่วนตัวสักเล่มแล้ว^^ ขอบคุณที่มาแบ่งปันนะคะ
Reply
PsychoPlay
5 years ago
แนะนำมาก ๆ ครับ :)
imonkey7
5 years ago
ยืม
fabiorambo
4 years ago
อยากอ่านขึ้นมาเลยครับ
Reply
PsychoPlay
4 years ago
ลองหาอ่านดูนะครับ