Startup
มุมมองของเด็กน้อย.. เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ตอนอายุจะ 25 ศัพท์คำนี้แปลว่าอะไรทำไมไม่เคยเห็นมาก่อน

ใครก็เป็นเจ้าของธุรกิจระดับโลกได้ ขอแค่มี idea
          นี่คือความเข้าใจง่ายของ Startup ให้คนเข็น idea มาคุยกัน แล้วมันต่างอะไรกับ SME ละ นั่นสิ ขนาด SME ยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจเลย เข้าใจแค่คร่าวๆว่า small businesses อะไรประมานนี้ ก็ด้วยความเล็กของมันการซ้ำการแข่งขันก็สูง โดนเจ้าใหญ่บี้ไล่เก็บกันหมด การเข้าถึงแหล่งทุนก็ยากตังก็ควักกันเอง เงินกู้ธนาคารก็ไม่เคยทำความเข้าใจ บริหารก็ไม่เป็น แล้วมันจะค่อยๆโตได้ไง คิดไอเดียมาโดนคนมีเงินเยอะกว่า Copy ได้ง่ายๆ

          เรียนจบมาจะทำอะไรละ ? อยากหุ่นดี ออกกำลังกาย เที่ยว เรียนภาษา แถมเรียนต่อควบไปด้วยน่าจะชิวๆ สบายๆ

1. สมัครงาน
2. เรียนต่อ
3. เที่ยว
4. ทำธุรกิจ
5. อ่านหุ้น

          ก็คิดเรื่องธุรกิจส่วนตัวไว้เรียบร้อยแล้ว SME หรอ ไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจ รู้จักแต่ Marketing รู้จักแต่ Creative รู้จักแต่ Solutions แต่ก็ขี้เกียจทำ คือไม่ได้อยากหาเงิน ไม่ได้อยากจะชวยใครเท่าไรด้วย ชีวิตไม่เคยถูกใครช่วยมีแต่คนจะเอาเปรียบ อยากเที่ยวค้นหาตัวเองต่อไป แต่ก็เจอปัญหา เงินหมด.. ไม่ขอพูดถึงว่าเพราะอะไร ทุกอย่างพักหมดสิ่งที่คิดวางแผนไว้ เละเทะ ต้องคิดใหม่หมด (พูดไปน้ำตาไหลไป)

          คิดใหม่เริ่มจาก 0 ต้องทำไงถึงจะเป็นไปได้ ดูว่าเหลืออะไรอยู่บ้าง สิ่งที่เรามี มีแค่นี้ต้องทำยังไง แล้วใจต้องการอะไร ต้องสมัครงานไหม ? ถ้าสมัครแล้วจะสมัครอะไรเพื่ออะไร มีสิ่งไหนที่เราขาดเรายังไม่รู้แล้วเราต้องใช้ กู้เงินต้องทำยังไง สับสนมากมีหลายเรื่องต้องคิดไปหมด

          ก็เลยคิดเรื่องน้ำในบทก่อน คิดคำนวนหลายแง่มุม เคาะคำนวนตัวเลข เล่าให้ทุกคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย หาคนมาถามว่าไม่ดียังไงๆๆ จนแน่ใจว่ายังไงก็ทำได้แน่ๆ เหลืออีกแค่สองสามปัญหาปลีกย่อย แล้วก็หยุดคิดถามตัวเองอีก จะทำเลยไหม ถ้าทำจะยุ่งมากนะ จะไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ต้องลุยอย่างเดียวยาวๆ โอเคเก็บไว้เป็นแผน 2

          อะไรที่ชัวจะยังไม่ทำ เป็นคนแบบนี้ อะไรที่มันไม่ชัวแต่อยากทำ จะทำก่อน Startup ไงละ ไม่ชัวแต่อยากทำ เท่ดี Uber / Airbnb ก็ไม่เห็นจะเท่าไร เราก็คิดได้มันไม่ได้ใช้หลักการยากอะไรหนิ เราแค่ทำ ไอทีไม่เป็น ไม่มีเงินทุน กะขนาดไม่ได้ ไม่มีทีม แต่ทุกอย่างเรียนรู้กันได้ พื้นฐานเราดีจะตาย 

          Startup เกิดขึ้นจากอะไรละ มีการระดมทุน อะไรคือระดมทุน แล้วนักลงทุนจะได้อะไร กำไรมันอยู่ตรงไหน อะไรคือทรัพยากร ทรัพย์สินคืออะไร แล้วตอนนี้บ้านเรากำลังทำอะไรอยู่ ประเทศไทยงมโข่งกันอยู่ตรงไหนบ้าง

          ทีนี้หละมากันเพียบ ข้อมูลล้นจ้า รัฐบาล การศึกษา Co-working Kbank SCB AIS DTAC TRUE พอๆเยอะไปละ สมัยก่อนเรียนด้านวิศวะ เคยอ่านหนังสือของพี่กระทิง คนไทยคนแรกที่เป็นวิศวะและได้ร่วมงานกับ Google ดูเป็น Idol ด้านนี้ดี แล้วก็ไม่ผิดหวังหนังสือสนุกมากดีมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้อยากเรียนวิศวะมากขึ้นเลย555555

          Fintech ระหว่างทำความเข้าใจ ก็ไปเจอศัพท์ใหม่อีกแล้ว อะไรวะ ฟินเทค เทคโนโลยีที่ทำให้รู้สึกฟินหลอ อ่า ไม่ใช่ละ Financial Technology ไฟเทค เชี่ยยยย ! โลกการเงินอันน่าหลงไหล มาเต็มละที่นี้ ภาษาธนาคาร จีบเด็กบัญชีซะดีไหมเนี่ย เอาที่มันฉลาดๆหน่อยก็คงต้องจุฬาสินะ สวยด้วยยิ่งดี
Intime เมื่อโลกสามารถโพสซื้อขายเวลาได้          ระหว่างนี้คือคิดไอเดียได้แล้ว แล้วก็นึกได้อีกว่ามีเพื่อนเคยสนิทเข้าบัญชีจุฬา ก็ไปตามหามาที่ไหนได้มันไปอยู่ญี่ปุ่น เรียนทำวิจัยด้าน ระบบประสาท AI computer สัตว์ประหลาดชัดๆ nerds โคตร เอาวะ จำได้ว่าเมื่อก่อนมันอยากครองโลก น่าจะคุยกันรู้เรื่อง

          น่าจะมีอีกคนเพื่อนสมัย ม. ต้น จำได้ว่าได้ทุนไปเรียนด้านตัวเลข Maths ที่อังกฤษ Ph. D. จ้าาาา ช็อคแป๊บ กำลังเขียน Algorithm ทำโปรเจคจบ นี่เรามีเพื่อนเป็นสัตว์ประหลาดได้ไง 

          โคตรดีใจมีคนคุยกันรู้เรื่อง เพื่อนที่อังกฤษบอกว่าที่โน้น Fintech บูมมาก มีคนจบไปร่วมงานสตาร์ทเงินเดือน 3แสนอัพ ที่โน้น startup ทำเองหมดเลย ธนาคารล้มไปหลายเจ้า SCB ก็บินมาจัดสัมนาที่นี่หาคนร่วมงาน มันบอกมันเองก็ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เหมือนกัน มันค่อนข้างยุ่งเรื่องเรียน ไว้รอจบแล้วกลับไทยถึงจะได้คุยเป็นเรื่องเป็นราว

          ที่ญี่ปุ่น นักลงทุน รัฐ ธนาคารมีเงินมากแต่เลือกไม่ได้ ที่โน้นค่อนข้างจะ VI เน้นคุณค่ามากกว่า มันก็ติดเรียนโปรเจคจบวุ่นๆเช่นกัน ช่วยอะไรไม่ได้มาก งั้นเราควรไปสมัครงานหาประสบการณ์กับบริษัท startup ในไทยก่อนไหม มีบริษัทที่เราสนใจ มีอยู่สองสามบริษัท แล้วมันจะได้ประสบการณ์ที่เราต้องการไหม สรุปก็ส่งใบสมัครไปนะ แต่ก็ไร้การตอบรับใดๆ การศึกษาที่เราจบมันห่วย มันยิ่งทำให้เราไม่แคร์ เราเรียนเพราะอยากได้ความรู้ด้านนี้จริงๆ เราค่อนข้างเรียนเก่ง แต่ไร้เป้าหมายชีวิต เราเลือกเรียน Advertising เพราะเรารู้สึกว่ามันจำเป็นจริงๆ มีประโยชน์มาก สนุกตรงกับเป้าหมายในอนาคตเรา ถึงจะไม่ค่อยมีประโยชน์กับการสมัครงานเท่าไร

          ไม่เป็นไรเราจะทำ เราไม่ได้คิดจะ Pitch perfect ระดมทุนให้ได้มากๆซะหน่อย เราแค่อยากพิสูจน์ว่าระบบที่เราคิดมันได้ผล เติบโตมีกำไรขยายได้แน่นอน ธนาคารจะต้องหนาว โลกจะต้องเปลี่ยน ถ้าความพร้อมพื้นฐานสูงขึ้นมากพอมันต้องมาทิศทางนี้ เราบ้าเศรษฐศาสตร์ทั้งที่ไม่เคยเรียน เคยอ่านหนังสือแค่เล่มเดียว Revolution of Wealth

           พอดีที่บ้านทำบุญบ้าน อยู่ๆพี่ชายที่เป็นลูกป้าคือพี่สาวแม่ก็มาถามว่าช่วงนี้ทำอะไรอยู่ก็เลยเล่าให้เขาฟัง พี่เราเป็น IT ให้ Kbank บังเอิญจริงๆ ก็นั่งเถียงกันซักพักเขาชอบ คิดว่าทำได้แนะนำให้ไปลองไปติดต่อที่สาขาราษฎร์บูรณะดูอีกที เราเคยไปถามที่สาขาเมืองทองแล้วเพราะใกล้บ้าน แต่ก็ไม่ได้อะไร พวกเขาดูเน้นไปที่การจัดงานประกวดค้นหาเสียมากกว่า (ความรู้กับแหล่งทุนไปกระจุกรวมกันอีกละ) รถเข้าอู่อยู่จะเข้าไปดูงานในเมือง ก็ค่อนข้างไปไหนลำบาก ที่ตลกกว่าคือบ้านเราไม่มี internet wifi เข้าไม่ถึง ทุกวันนี้ก็ใช้ 4G อย่างเดียว

          เรากำลังทำอะไร เราไล่หาตลาด ข้อมูลพื้นฐานความต้องการ คู่แข่ง อยู่ๆเราก็เจอ Application ที่เข้าตาเรา ที่จริงเราตั้งใจจะคุยกับธนาคารก่อน แต่ด้วยความไม่พร้อมของธนาคารเองก็ช่วยอะไรไม่ได้
          ช่วงนี้เราค่อนข้างจะถังแตกด้วย (ถังแตกแปลว่าไม่มีเงินสดไม่มีเงินเย็นในการลงทุน มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกเหมือนถังที่แตกมีน้ำรั่ว) แต่ไม่ได้ลำบากอะไรที่จะคุยไอเดีย เราเข้าไปสังเกตุ และคุยกับทีมงานที่ทำ App เราขายไอเดียไปนิดหน่อยเขาสนใจมาก อยากให้เราไปคุยกับนายทุนที่สิงคโปร์ เราว่าเรายังไม่พร้อม ยังขาดๆเกินๆ

          เราขาดอะไรบ้าง ? ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ เราได้อะไรเพิ่มเยอะมากเจอจุดต่างๆมากมายที่เราขาด อันที่จริงแล้วสิ่งที่เราคิดไม่ใช่สิ่งใหม่ซะทั้งหมด แต่มันเป็นปัญหาช่องว่าง ที่ขาดไปมารวมๆกัน มีคนคิดคล้ายๆเราเยอะ แต่มีบางสิ่งที่พวกเขาขาดไปและไม่เข้าใจ และตลาดส่วนใหญ่มีคนครอบครองหมดแล้ว ^^
แต่ผมรู้ ว่าพวกเขาขาดอะไรเพราะอะไร
ผมรู้ตัวดีเรากำลังทำอะไร โคตรตื่นเต้น
ทุกคนต้องได้กำไรเราถึงจะได้
😂บายยยยยยย



SHARE
Writer
TAHM
Developer Experience
เรียนจบตกงาน หางานได้ ไม่ได้เท่ขนาดนั้นหรอก นักการตลาดหนุ่มไฟแรงแหกโค้งรถพัง

Comments