:: อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ::
ผมนั่งพักผ่อนหย่อนใจที่เก้าอี้ไม้โยกของคุณตาอยู่เพลินๆ
อยู่ดีๆ มีผู้ชายคนหนึ่งมาสะกิดที่หลังและยื่นอะไรบางอย่างให้

“เอาไปอ่านให้หน่อย แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยว่า เรื่องเป็นไงบ้าง”

ผมรับหนังสือด้วยความงุนงงระคนสงสัย พี่ชายจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือขนาดนี้เชียวหรือ
ถึงได้ยัดใส่มือให้น้องอ่าน เท้าความก่อนว่า พี่ชายเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาแต่ไหนแต่ไร
ผิดกับตัวผม สมัยก่อนตอนเด็กๆ ติดเล่น ติดซน ใช้ชีวิตไร้แก่นสารไปวันๆ
ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวชีวิต ได้แต่กินและก็นอน จนตัวพี่เองคงเริ่มรู้สึกเป็นห่วง
จึงได้นำหนังสือมาให้อ่าน แต่ถ้าให้พูดกันตามจริง ผมกับหนังสือ
สมัยครั้งเมื่อนานมาแล้ว เป็นอะไรที่ไม่ถูกกันมากๆ ยกเว้น หนังสือเรียน

หนังสือเรียน อ่านเพราะต้องเรียน ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และสอบ
เพื่อให้ได้คะแนนดีๆ แต่หนังสืออ่านเล่นอย่างอื่น นอกจากหนังสืออ่านนอกเวลา
ในวิชาภาษาไทยที่ต้องใช้สอบเก็บคะแนนแล้ว ดูจะไม่ค่อยมีอิทธิพลสำหรับผมสักเท่าไหร่
จนมีเหตุการณ์ครั้งนี้ที่พี่ตัวเองคงมองเห็นว่า ไอ้น้องคนนี้คงจะต้องมีกิจกรรมอะไรทำ
ที่เป็นโล้เป็นพายกับเขาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นในหัวของพี่ชายคิดอะไร
ถึงนำหนังสือมาให้อ่าน เพราะหนังสือถือเป็นสิ่งสุดท้าย ท้ายสุดที่จะอยู่ในความคิดของผม
แต่ในเมื่อพี่ยื่นมาให้ตรงหน้าแล้ว จึงรับไว้ในมือแบบเสียไม่ได้

“หน้าปกน่ากลัวฉิบหาย”

เด็ก ม.3 อย่างผมพินิจพิจารณาหนังสือเล่มนั้นอยู่เป็นนานสองนาน
พลิกแล้วพลิกอีกทั้งปกหน้าและปกหลัง สิ่งที่สะดุดตามากที่สุด เห็นจะเป็น ปกหน้า
ที่มีความขนลุกอยู่ในที เพราะเป็นรูปผู้หญิงเต็มตัวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่
หน้าตาดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ แววตาไม่รู้ว่าบ่งบอกอะไร
แต่โดยรวมเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกชอบกลอยู่ในใบหน้ารูปไข่นั้น
ผมยาวตรงจรดยอดอกช่างขับความน่ากลัวออกมาจากตัวเธอได้เป็นอย่างดี
แถมด้วยชุดขาวบางพลิ้วคล้ายชุดนอน ทำให้ปกนี้ดูไม่มีชีวิตชีวาแต่อย่างใด
อีกทั้งปกยังล้อไปกับชุดของเธอด้วย ยิ่งเน้นความสะพรึงเข้าไปใหญ่

“สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์”

ตัวอักษรสีขาวบนพื้นแดง มีสายระโยงระยางพันรอบร่างกายเธอ ไม่เห็นจะสื่อเลยว่า
นิยายเรื่องนี้จะนำไปสู่อะไร หน้าปกมีคีย์เวิร์ดพอประมาณให้ผมคลำทางได้ว่า จะต้องเจอกับอะไร
นั่นก็คือ อาณาจักรแห่งความกลัว และหนังสือเล่มนี้เป็น ภาคต่อของ เดอะ ริง คำสาปมรณะ

...อ้าว เล่มแรกก็ไม่ใช่ แถมเอาเล่มสองที่เป็นภาคต่อมาให้อ่านอีก
แล้วมันจะรู้เรื่องกันไหม ในใจผมต่อต้านหนังสือเล่มนี้สุดฤทธิ์

ไม่รู้ว่า ดวงตาแสนพิศวงของหญิงสาวคู่นั้นที่อยู่บนปกสะกดให้ผมต้องมนต์หรือเปล่า
ผมจึงเปิดอ่านไปเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 หน้า จาก 2 หน้าเป็น 5 หน้า
จาก 5 หน้าเป็น 10 หน้า จนเลยเถิดไปถึง 1 บท และกลายเป็นไม่ได้หลับไม่ได้นอน
เหมือนผมเสพติดหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว หนังสือเล่าเรื่องชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อ อันโด มิจิโอะ
นายแพทย์นิติเวช ผู้ชันสูตรศพ ทาคายมะ ริวจิ สหายคนสนิทของผู้ช่วย อาซาคาวา คะสิยูกิ
ที่ไขปมปริศนาวีดิโอคำสาป 7 วันได้สำเร็จ แต่ตัวเองดันแพ้ภัยคำสาปนั้นจนเสียชีวิตไปก่อน

สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์ จึงเป็นเหมือนไม้ผลัดแห่งคำสาปที่ถูกส่งต่อมายัง อันโด มิจิโอะ
เพราะเขาพบเนื้อเยื่อประหลาดบริเวณช่องท้องของริวจิ และก่อนที่ศพริวจิจะมาถึงมือของ
อันโด มิจิโอะ ศพถูกยัดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์จนพองเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายเต็มโดยสมบูรณ์
แต่น่าแปลกตรงที่ว่า หมึกบนกระดาษหนังสือพิมพ์กลับซึมผ่านผิวหนังศพออกมา
แสดงตัวเลขอะไรบางอย่าง อันโดจึงไขรหัสออกมาได้เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว

R I N G

อันโดจึงเริ่มค้นหาเบาะแสปริศนาในครั้งนี้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายริวจิ
จากการเสาะแสวงหานี้เอง มันได้นำพาเขาไปสู่เหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
ที่จะเปลี่ยนแปลงชีิวิตมนุษยชาติไปทั้งหมด ยิ่งเขาค้นลึกมากเท่าไหร่
เขากลับต้องเจอเรื่องเหนือการคาดเดา และโลกใหม่ที่ยากเกินจินตนาการมากขึ้นเท่านั้น
การก้าวล่วงเข้าไปในที่ที่ไม่ควรรู้ ปลายทางคือความตายที่รอเขาอยู่เบื้องหน้า
แต่การตายครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ชีวิตของเขาเป็นเดิมพันเท่านั้น
ลูกเมียของเขาก็อยู่ในเกมเดิมพันชีวิตครั้งนี้ด้วย

เด็ก ม.3 ที่ไม่รู้ประสีประสาอะไร อ่านไปด้วยใจระทึก
อันโดจะเป็นอย่างไร ทำไมถึงเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ แล้ว R I N G คืออะไร
ลูกเมียจะรอดไหม พลิกหน้าต่อหน้า อ่านและลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
ไม่น่าเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้จะมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของผมได้มากถึงเพียงนี้
ผมจำได้เลยว่า สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์ อยู่ข้างกายผมไม่ห่างเลย
ไม่ว่าจะเที่ยว นั่ง กิน เล่น นอน หนังสือเล่มนี้ต้องอยู่ข้างตัวทุกครั้ง 
เพื่อพลิกอ่านต่อได้ในทันทีทันใด

สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์ ทำให้ผมกระหายใคร่รู้ในความจริง
อยากรู้คำตอบให้ได้ว่า เนื้อเรื่องจะไปในทิศทางใด
ผู้เขียนให้บทสรุปความอยากรู้อยากเห็นของตัวละครนี้อย่างไร
และในที่สุด ตัวละครก็ได้รับบทเรียนอย่างสาสมและแสนเจ็บปวด
สำหรับคนเป็นพ่อและสามีคนหนึ่ง
ผู้เขียนพลิกปมหลายตลบจนผมมึนไปตามๆ กัน
เดี๋ยวตัดเข้าสู่เหตุการณ์นี้ นำเข้าสู่เหตุการณ์นั้น หรือบทต่อไปอาจไม่เกี่ยวอะไรกับบทที่ผ่านมา
แต่มาหักจบในตอนท้าย เรียกได้ว่า ลีลานักเขียนผู้นี้ช่างร้ายกาจเหลือรับประทานจริงๆ

“ซูซูกิ โคจิ”


ผมจำชื่อนี้ได้แม่นมาก เพราะตอนจบชวนเหวอ ทำให้ค้างคาใจว่า เรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไร
คุณเคยเห็นคนใจร้อน อยากอ่านอะไรต่อจนตัวสั่น ใจสั่นได้ไหม
ใช่ ผมเป็นแบบนั้นเลย คล้ายๆ อารมณ์เด็กรอแฮร์รี่ พอตเตอร์ออกเล่มใหม่
แต่เด็ก ม.3 คนนี้เฝ้ารอหนังสือสืบสวนสอบสวน สยองขวัญภาคต่อเล่มนี้ออกมา
ซึ่งมันใช้เวลานานมากทีเดียว ผมจึงรบเร้าพี่ชายตัวเองว่า

“ช่วยหาเล่มแรกให้อ่านหน่อย”

“น่าน...สนุกล่ะสิ”


พี่ชายบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ แต่ผมก็ยอมศิโรราบ เพราะมันสนุกเหมือนที่พี่ชายบอกจริงๆ
สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์ จึงพาผมเข้าไปสู่การอ่านหนังสือเล่มแรกของซีรีส์นี้ในที่สุด
ซึ่ง เดอะ ริง คำสาปมรณะ บรรยากาศหนังสือไม่เหมือนเล่ม 2 ที่ผมเคยอ่านมาเลย
ในเล่มช่างเต็มไปด้วยตำนานปรำปรา ความเย็นชวนขนลุก และความเป็นผี
ในแบบฉบับของญี่ปุ่นที่ประเทศไหนก็ยากที่จะเลียนแบบ

เดอะ ริง คำสาปมรณะ เล่าถึงคำสาปในม้วนวิดีโอที่ใครได้ดูแล้วต้องตายภายใน 7 วัน
คนที่ไม่อยากตายจึงต้องหาวิธีแก้และถอนคำสาปนั้นให้ได้
ส่วน สไปรัล พันธุ์อาถรรพ์ เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์แบบสืบสวนสอบสวน
โครงสร้าง DNA ที่เชื่อมต่อกันพันเป็นเกลียว ผมถึงเข้าใจแล้วว่า
ทำไมถึงออกแบบหน้าปกให้ออกมาเป็นแบบนี้ ถึงแม้หน้าปกจะดูน่ากลัว
แต่เนื้อหาภายในออกมาตรงข้ามหมดเลย เป็นแนวไซ-ไฟที่ดูเท่มาก
ผิดกับเล่มที่ 1 ที่ออกแนวผีโดยสิ้นเชิง

จำได้ว่า ทั้ง เดอะ ริง และ สไปรัล ผมอ่านเอาเป็นเอาตายมาก
มันสนุกและลุ้นบทต่อบท จนถึงหน้าสุดท้าย
แต่มีบางคราวที่ทำให้ผมคิดที่จะล้มเลิกอ่าน สไปรัล กลางคัน
เพราะศัพท์แสงเชิงวิทยาศาสตร์ในเล่มที่มากโขจนชวนคลื่นเหียน
นิยายเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับเด็กวิทย์-คณิตเขาอ่านกัน
อย่างตอนนั้นพี่ชายผมเรียนสายวิทย์-คณิตแล้ว ก็เลยอ่านได้สบายๆ
แต่เด็ก ม.3 อย่างผมต้องใช้เวลาอ่านและทำความเข้าใจพอสมควรเกี่ยวกับ
ชุด DNA โครโมโซม ตัวอักษรที่เชื่อมโยงกัน โปรตีนสายนั้นสายนี้ บลา บลา บลา
ในหัวผมตอนนั้นไม่เข้าใจเลย มันยากมาก แต่ด้วยความที่เนื้อเรื่องสนุก
ผมจึงมองข้ามจุดนั้นไป และอ่านหนังสือเล่มนั้นผ่านมาได้

จากการอ่าน สไปรัล ผมเลยนำชื่อเพลงมาตั้งเป็นบทความ
เพราะผมเชื่อว่า ตอนเด็กคุณต้องมีหนังสือสักเล่มที่อ่านแล้วไม่เข้าใจมันหรอก
ว่ามันสื่ออะไร หรือมีความหมายแอบแฝง นัยยะซ่อนเร้นอย่างไร
แต่พอเวลาผ่านไป เราโตเป็นผู้ใหญ่ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ได้อย่างเฉียบคมขึ้น
เราจะเข้าใจหนังสือเล่มนั้นได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเค้นหรืออ่านให้มันพอผ่านไป

พี่ชายผมก็คงบอกกับผมแบบนั้น อีกหน่อยผมคงเข้าใจเองแหละว่า
เนื้อหาในนั้นคืออะไร สิ่งที่ี่ต้องการบอกคืออะไร และทำไมถึงยื่นหนังสือเล่มนี้ให้


หลังจากนั้น ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากเด็กที่ไม่อ่านหนังสือเลย ก็หันมาอ่านหนังสือเล่านี้มากขึ้น
จากวรรณกรรมแปลญี่ปุ่นเชิงสยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ของผู้เขียนนาม ซูซูกิ โคจิ
ก็เริ่มลามมาสู่นักเขียนญี่ปุ่นท่านอื่น ในรูปแบบวรรณกรรมแนวเดียวกัน
หลังจากอ่านของนักเขียนญี่ปุ่น ก็ค่อยๆ ต่อยอดมาสู่นักเขียนไทย และวรรณกรรมไทย
การอ่านของผมจึงคล้องกันเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆ และทำให้ผมกลายเป็นคนรักหนังสือไปโดยปริยาย

ฉะนั้น ผมคงเข้าสู่โลกแห่งการอ่านไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่ชายคอยช่วย
และผมก็ไม่คิดว่า ตัวเองจะเป็นคนรักการอ่านแบบนี้ ถ้าไม่มีพี่ชายคอยชี้ทางสว่างให้
ด้วยการนำ สไปรัล มายื่นต่อหน้า มันเปลี่ยนชีวิตผมไปมากถึงมากที่สุดจริงๆ ครับ

“วันนี้ผมเข้าใจแล้วครับพี่”

ขอบคุณรูปภาพ : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=carousal&date=16-10-2012&group=31&gblog=260
SHARE
Writer
Youthtumz
Princess Producer
เจ้าหญิงแห่งวงการคอนเทนต์

Comments

niji
5 years ago
หนังสือสยองขวัญของญี่ปุ่นนี่คือหลอนจริงๆ ค่ะ เคยอ่านพาราไซต์ อีฟ ไหมคะ เล่มนั้นก็สนุกเนอะ ออกแนววิทยาศาสตร์เช่นกัน
Reply
Youthtumz
5 years ago
พราราไซต์ อีฟก็สนุกครับ ได้ดูหนังด้วย เจ๋งๆ :D
faraway
5 years ago
ถ้าชอบสไปรัล แนะนำว่าต้องอ่าน เอส คำสาบปกลายพันธ์ด้วยอีกเล่มค่ะ ^^
Reply
Youthtumz
5 years ago
อ่านแล้วครับ ดีงาม :D
nightmarish
5 years ago
จริง ๆ ผมชอบเล่มแรกมากกว่านะ เพราะเล่มนี้สำหรับผมมันจบแบบไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าเล่มแรก แต่สิ่งเดียวที่เล่มนี้กินขาดจริง ๆ ก็คือบรรยากาศสยอง แล้วก็การผูกเรื่อง

ปล. ซูซูกิ โคจิ ก็เป็นคนที่ทำให้ผมหลงรักนวนิยายสยองขวัญของญี่ปุ่นเช่นกันครับ
Reply
Youthtumz
5 years ago
จริงครับ เรื่องขนหัวลุก ญี่ปุ่นทำได้ดีมาก
Silencewaltz
5 years ago
โอ้ๆๆ ช่วงประมาณม. 3 - ม. 5 ของเราก็ชอบอ่านแนวนี้เหมือนกันค่ะ ในงานหนังสือนี่ JBOOK ของ Bliss นี่ต้องไปแวะไปตลอดๆ Loop, Spiral, Ring ... แต่ที่ชอบมากๆแบบมากที่สุดของเราต้องโอตซึอิจิ เราเริ่มอ่านโทรศัพท์สลับมิติก่อน แล้วก็เลยอยากอ่านหนังสือของเค้าเพิ่ม แล้วเลยมารุ้จัก GOTH กับ ZOO

ต้องบอกว่าชอบบบบบบบบมากกกกกกกกกก ยกให้เป็นนิยายดาร์คหักมุมอันดับหนึ่งในใจเราตลอดกาลเลยค่ะ 555 ทุกวันนี้ก็ยังหาเรื่องไหนมาแทนไม่ได้เลย > - < ได้อ่านเหมือนกันรึป่าวคะ
Reply
Youthtumz
5 years ago
ชอบโอตซึ อิจิเหมือนกันครับ โดยเฉพาะเรื่อง ZOO นี่เลิฟมาก :)
Silencewaltz
5 years ago
ว่าแล้วๆ ;)
EmptyHead
5 years ago
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เคยอ่านแล้วหลอนไปหลายวัน 555
Reply
Youthtumz
5 years ago
:)