"ปลุก" ความคิดสร้างสรรค์
คอลัมน์ Design Thinking | หน้า HR & Management | วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559

เมื่อเดือนที่แล้ว เมษ์ไปจัดเวิร์คชอปในหัวข้อเรื่อง “คิดสร้างสรรค์ แบบ People-Centric” ให้กับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ในงาน HA Forum ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
ในงานมีการจัดกิจกรรมพร้อมๆกันหลายหัวข้อ ให้ผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นบุคลกรในวงการสาธารณสุขเลือกเข้าร่วมตามความชอบใจ

ระหว่างที่กำลังรอผู้ร่วมกิจกรรมทยอยกันมาลงทะเบียน มีพี่พยาบาลท่านหนึ่งเดินมาที่หน้าประตูห้องกิจกรรม อ่านชื่อเวิร์คชอป “คิดสร้างสรรค์ แบบ People-Centric” แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า “น่าสนุกจัง แต่พี่ไม่กล้าเข้านะ พี่เป็นคนไม่มีความคิดสร้างสรรค์”

ได้ยินแล้วทำให้เกิดคำถามว่า พวกเรามีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยต่างกันจริงๆหรือ? … และเราเอาอะไรมาตัดสินว่าใครมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าใคร?

Abraham Maslow จิตแพทย์ชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “Creativity is a characteristic given to all human beings at birth.” นั่นคือ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนตั้งแต่วันที่เราลืมตามาดูโลก หากนึกย้อนไปในวันที่เราอายุ 3-4 ขวบ วันที่พวกเราทำอะไรแบบไม่กลัวผิด และตั้งคำถามกับทุกสิ่งรอบตัว เราอาจจะเริ่มมองเห็นว่าเราเองทุกคนต่างก็มี “แวว” เป็นคนคิดสร้างสรรค์กันทุกคน
“แวว” แห่งความสร้างสรรค์นั้นค่อยๆถูกบดบังในทุกๆวันที่เราโตขึ้นและเริ่มใช้สมองตัดสินวิพากษ์วิจารณ์สิ่งรอบตัวเราจะทำอย่างไรให้พวกเราเราสามารถกลับไปเป็นเด็ก 3-4 ขวบคนเดิม? เมษ์เชื่อว่าเราสามารถ “ปลุก” พลังความคิดสร้างสรรค์ในคนแต่ละคนได้ด้วยการ “ออกแบบ” และให้ความสำคัญกับรายละเอียดของสิ่งต่างๆต่อไปนี้
 
บรรยากาศ: เมษ์เคยไปสอนเรื่อง Design Thinking ให้กับสถาบันวิชาการแห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปถึงเห็นห้องที่ต้องจัดกิจกรรมก็หนักใจเพราะว่าบรรยากาศและรูปแบบการจัดห้องนั้น “อึน” มากๆ มีโต๊ะและเก้าอี้หนักๆวางเต็มห้อง แสงเข้าไม่ถึงเพราะมีม่านบังแดด บรรยากาศเหมือนห้องแถลงข่าววิชาการ

พวกเราใช้เวลาเลื่อนโต๊ะออกให้หมด จัดเก้าอี้เป็น U-shape ให้ทุกคนเห็นหน้ากันและกัน เปิดม่านและกระจกทุกบานให้มองออกไปนอกถนนได้ เปิดเพลงสนุกๆ และ เอาขนมมาวางให้คนหยิบกินได้ตามชอบใจ ... ผู้ร่วมกิจกรรมบางคนตกใจเมื่อเข้ามาในห้อง เพราะไม่เคยคิดว่าห้องตึงๆที่เขาคุ้นเคย จะสามารถทำให้ดูต่างจากเดิมได้เช่นนี้

Stanford d. school เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีอาจารย์ท่านหนึ่งใน Stanford d.school เคยบอกว่า การออกแบบบรรยากาศใน Stanford d.school นั้นเน้นหลักการที่ว่า “Context defines content” … นั่นคือ“บรรยากาศ” มีบทบาทอย่างมากต่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เพราะบรรยากาศที่ตึงๆ แน่นๆ แข็งๆ นั้น ต่างล้วนเป็น “กรอบ” ให้กับการคิด

การเปลี่ยนบรรยากาศเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการทุบ “คอก” นั่งทำงานออก ให้ทุกคนเห็นหน้ากัน การหันโต๊ะทำงานเข้าหากันเพื่อให้เกิดการสนทนาแลกเปลี่ยน หรือการยืนระดมสมองเป็นวงกลมแทนการนั่งจมบนเก้าอี้ห้องประชุม ต่างเป็นการออกแบบบรรยากาศเพื่อกำหนดรูปแบบ “การปฏิสัมพันธ์” ระหว่างคนทั้งสิ้น

พื้นที่ปลอดภัย: พวกเราหลายคนเติบโตมาในสังคมที่วัดและตัดสินคนจาก “ความสำเร็จ” ... ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบผลการเรียนในวัยเรียนหรือการเปรียบเทียบความก้าวหน้าหรือจำนวนเงินเดือนในวัยทำงาน ... เราทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างมี “แบบแผน” และมีบรรทัดฐานของสังคมเป็นกรอบของชีวิต

ความคิดสร้างสรรค์คือความคิดที่ “แหวกแนว” ออกจาก “Status Quo” หรือสิ่งที่เป็นอยู่ในสังคม จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรากล้าที่จะออกจากกรอบที่ทั้งตัวเราเองและสังคมกำหนดขึ้นมา
บางครั้งคนเราเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ “ไม่กล้า” แสดงความคิดสร้างสรรค์นั้นๆออกมาเพราะรู้สีก “ไม่ปลอดภัย”

การสร้างพื้นที่ปลอดภัยคือการเปิดโอกาสให้คนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และเรียนรู้ที่จะไม่ “ตัดสิน” ทั้งความคิดของตัวเองและความคิดของคนอื่น ... นั่นอาจหมายถึงการปรับทัศนคติในการทำงาน มองการลองผิดลองถูกเป็นการเรียนรู้ และไม่วัดหรือตัดสินคนจาก “ความสำเร็จ” เพียงอย่างเดียว

เพื่อนร่วมสร้างสรรค์: สมัยเรียนที่แสตนฟอร์ด เมษ์จะอยู่ใน mailing list ของวิชาต่างๆใน Stanford d.school วันดีคืนดีก็จะได้รับอีเมลเป็นครั้งคราวจากเพื่อนร่วมชั้นให้ไปช่วย “ระดมสมอง” ในโปรเจคที่เขากำลังทำอยู่

ประโยชน์ของการเอาคนหลากหลายมาร่วมระดมสมองนั้น คือการขยายขอบเขตของไอเดียดีๆ การระดมสมองเป็นการต่อยอดความคิดจากประสบการณ์ทั้งของตัวเองและของคนอื่น ยิ่งคนหลากหลายเราก็สร้างจุด และต่อจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากการเก็บเสบียงความรู้และประสบการณ์ ดังนั้น การ “ปลุก” ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีอีกทางคือ “การคิดสร้างสรรค์ร่วมกันเป็นทีม” เพื่อให้เกิดการโยนและการต่อยอดไอเดียจากประสบการณ์ของคนที่หลากหลาย

นอกจากนี้ การเอา “คนนอก” มาร่วมคิดสร้างสรรค์ มักทำให้เรามองเห็นปัญหาในมุมใหม่ๆ เพราะ “คนใน” อาจอยู่ใกล้และทำงานคลุกคลีกับปัญหานั้นๆ จนสร้าง “กรอบ” มาล้อมรอบตัว

รูปแบบการทำงานที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ “ออกแบบได้” ไม่ว่าจะโดยการออกแบบบรรยากาศในการทำงานเพื่อเอื้อต่อการคิดอะไรใหม่ๆ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อส่งเสริมให้คนกล้าคิดแปลกแหวกแนว หรือการออกแบบทีมงานให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย

ใครๆก็มีความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะเราทุกคนต่างก็เคยเป็นเด็ก และต่างก็มี “แวว” เป็นนักคิดสร้างสรรค์กันอยู่แล้วทุกคน
เราอาจจะลืมไปเท่านั้นเอง

-------------
แนวความคิดของ DESIGN “Thinking”
DESIGN “Thinking” เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องกระบวนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม เขียนจากประสบการณ์การจัดตั้ง Start-up ด้านการพัฒนาการศึกษาและการสอนด้านออกแบบนวัตกรรมของผู้เขียน

เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด เป็นนักเรียนนำสอนกระบวนการ Design Thinking (D.Leader) ที่ Stanford d.school และได้รับการอบรมด้าน Executive Coaching จาก Berkeley, Executive Coaching Institute

SHARE
Writer
MaySripata
Design Thinker
Co-Founder of Asian Leadership Academy and LUKKID www.asianleadershipacademy.com / www.lukkidgroup.com

Comments

kokoyadi
3 years ago
สถานที่ อึนๆ ที่บรรยายเหมือนห้องชั้นสองเลยยยยย 5555
Reply
kokoyadi
3 years ago
ป.ล. ชอบที่เขียนอีกแล้วนะ 555
Reply
MaySripata
3 years ago
555 ไม่ได้พูดว่าที่ไหนนะคะ :3
Reply