ความเสี่ยง ?

เราเพิ่งมานึกถึงความคิดที่ตลกของตัวเอง ตอนโดนบอกเลิก(คุย)อย่างนึงออก  มันตลกตรงที่ว่าเราคิดอยากจะพูดประโยคพวกนี้ในช่วงเวลาก่อน แต่ในเวลานี้ มันกลับเป็นประโยคที่ทำให้เราหัวเราะและรู้สึกดีที่ไม่ได้พูดมันออกไป ความจริงเราว่าทุกคนมันก็เคยมีนะ 

เราโดนบอกเลิก(คุย)จากคนๆนึง...
อาจจะเพราะช่วงนั้นมันใกล้ๆกับช่วงสอบละมั้ง เราว้าวุ่นอยู่ไม่น้อยเลยกับการอ่านหนังสือ กับการทำรายงานมากมาย ที่เราคิดว่ามันเยอะแยะวุ่นวายไม่น้อย แต่เรื่อง "หัวใจ" ของเรากับว้าวุ่นกว่า 

เช้าหลังจากวันโดนทำร้ายความรู้สึกไป เราลุกขึ้นมาอาบน้ำด้วยตาช้ำๆของตัวเองนี่แหละ
มองกระจกแล้วก็ตลก ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นเราหงุดหงิดที่ตามันบวมเป่งขนาดนั้น จนต้องไปหยิบช้อนไปแช่ช่องฟรีซแล้วเอามาทาบ เพราะว่ามีนัดอ่านหนังสือกับเพื่อนในกลุ่ม


พอเห็นช้อนเย็นๆ แล้วเราก็คิดขึ้นมาได้ว่า "ถ้าไม่มีตู้เย็น" เราจะเอาอีช้อนเย็นๆนี่มาจากไหน
"ต้นทุนการทำช้อนเย็นๆเหมือนออกจากฟรีซ จะเท่าไหร่วะ" เอออ ผีบ้าดี !
แล้วก็คิดมาถึง... เรื่องการลงทุนในเรื่องความรักของตัวเอง ?



ระหว่างอาบน้ำ ประโยคเยอะแยะมันก็ไหลเข้ามาในหัว
มันเป็นประโยคที่เรารู้สึกว่า ตอนนั้นเราจะสิ้นหวังมากขนาดไหนวะ ถึงคิดแบบนั้นได้ มันเป็นประโยคโง่ๆที่เปรียบเทียบความรักกับการลงทุนที่เราอยากพูดกับคนที่เลิกรากันไป

เราอยากเสี่ยงความรู้สึกของเราทั้งหมดกับเธออีก...
ประโยคมันดูงี่เง่า แต่สิ่งที่เราคิดไว้ตอนนั้น มันมีต่อยาวอีกเป็นกิโล จำคร่าวๆได้ ก็คง..
"เรามาวางเดิมพันกันไหม ไม่ว่าเธอจะลงครั้งนี้เท่าไหร่ เราจะลงทั้งหมดที่เรามี"

ตอนนั้นเราไม่คิดด้วยซ้ำว่าถ้า "ปฏิเสธ" ร่วมการลงทุนในครั้งนั้น หน้าจะหดเหลือเท่าไหร่ และพอมาคิดถึงมันในตอนนี้ ก็รู้สึกว่าดีใจตลอดเลยที่ไม่ได้พูดประโยคงี่เง่าๆนั้นออกไป

อันที่จริงมันก็มีต่ออีกนิดหน่อยนะ... มันเป็นสิ่งที่ไหลมาในหัวตอนกำลังเขียนคิ้วอยู่นี่แหละ
"จะลงทุนและรับความเสี่ยงทั้งหมดจากการสูญเสียเลย ถ้ากลับไปคุยอีกครั้งอาจจะต้องเสียใจหนักว่าเดิม ร้องไห้ หรือว่าเหนื่อย เราก็อยากจะเสี่ยงทั้งหมดอีกครั้ง... เธอจะพยายามรักเราได้ป่ะ"

ไปกันใหญ่แล้ว... ดีละ ที่ไม่ได้พูด มันไม่มีคุณค่าเอาเสียเลยประโยคพวกนั้นอ่ะ
คงเพราะคิดได้ละมั้ง  ประโยคก่อนการจากลาของเราในฐานะ "คนรั้งความรักในอดีต" ก็เลยกลายเป็นประโยคเบสิคของนางเอกพระเอกที่ไม่สมหวังในความรักเอาซะเลย แต่ก็นั่นละ เราคงทำดีที่สุดเพื่อตัวเองในวันนั้นแล้วละ 


ขอบคุณที่ช่วงนึงเคยหลงรักกันนะ..
ถึงการลงทุนครั้งนี้จะล้มเหลว และเสียเงินทุนไปมหาศาลแล้วก็ตาม..
ขอเวลาสะสมเงินทุนก้อนใหม่ เพื่อลงทุนในธุรกิจครั้งต่อไปก่อนนะ

ลงชื่อ ผู้จัดการหัวใจ อาดะโด๋ :)
SHARE
Written in this book
dayss
O memories
Writer
Aonandon
ฉันผู้อยากจะมีความหวังเสมอ.
ฉันผู้เขียนความผิดหวังเป็นตัวหนังสือ.

Comments

K_Chom
5 years ago
^^///
Reply
Aonandon
5 years ago
55555555 มันน่าเขินหรอคะ