(เรื่องสั้นเรื่องแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้ว) โลกไซเบอร์ เธอคนนั้น กับวันวุ่น ๆ ของผม
 ย้อนกลับไปอ่านแล้ว มันช่างป๊อปปี้เลิฟดีจัง แต่งไปได้อย่างไรนะเรา
---  
โลกไซเบอร์… เธอคนนั้น... กับวันวุ่น ๆ ของผม
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ไม่สบายใจอีกแล้วใช่ไหมคะ ดูมีแต่เรื่องเครียด ๆ นะจ๊ะวันนี้
boy wear glasses : ...
boy wear glasses : หลิวนี่เก่งจังเนาะ แค่การสนทนาในเน็ต ก็รู้แล้วว่าผมไม่สบายใจ
boy wear glasses : ไม่อยากจะบอกเลยว่าเป็นเรื่องของเราน่ะ ที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ไม่นานหรอกค่ะ เร็ว ๆ นี้แหละ

ดึกแล้วผมยังไม่กลับบ้าน ยังคงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ของผมเอง ที่เปิดเป็นร้านเล็ก ๆ ย่านธุรกิจมุมหนึ่งใน กทม. หน้าร้านจัดบริการอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ โดยมีออฟฟิศขนาดย่อมอยู่หลังร้าน ที่นี่มีเพียงผมและพนักงานร้านอีกคนหนึ่งเท่านั้น แต่เธอกลับไปนานแล้ว

ขณะนี้ผมกำลังสนทนาอยู่กับผู้หญิงผู้ซึ่งวิเศษและเร้นลับที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา จะกล่าวว่าเคยเจอมาก็ไม่ถูกนัก เพราะผมไม่รู้ว่าหน้าตาเธอเป็นอย่างไร แปลกดีไหมที่ผมรู้จักกับเธอในอินเตอร์เน็ตโดยบังเอิญ พูดคุยกันมานาน 2 ปีได้ ไม่มีสักครั้งที่เธอจะยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แม้แต่รูป ผมก็ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินแม้แต่เสียง แต่เธอรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน บ่อยครั้งที่ผมให้เบอร์โทรศัพท์เธอไปทั้งมือถือและเบอร์ที่ร้าน แต่เธอก็ไม่เคยโทรมาและเธอก็ไม่เคยให้เบอร์ของเธอเลย ยกข้ออ้างเพียงว่า “ยังไม่ถึงเวลา”

แต่ผมก็ยอมรับได้ ขอเพียงเธอยังอยู่และพูดคุยกับผมในเน็ตเท่านี้ก็พอแล้ว แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมอดคลางแคลงสงสัยว่าเธอเป็นใครกัน มีผมเท่านั้นที่คอยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอรับรู้ แต่เธอก็ไม่เคยเล่าเรื่องของเธอเลย รู้แค่เพียงว่าเธอชื่อหลิว ใช้ชื่อ ไซบีเรียน ฮัสกี้ และอยู่ที่ กทม. เหมือนกันกับผมเท่านั้น

ผมหลงรักเธอเข้าให้อย่างจัง รักใครก็ไม่รู้ ไยกามเทพช่างเล่นตลกกับผมนัก ที่ยิงศรมาปักให้ผมไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยพบหน้า แล้วไยเธอผู้นั้นช่างแสนดีอย่างมากมาย ที่คอยพูดคุย ปลอบใจ เป็นเพื่อนที่แสนดีทุกครั้งทุกคราที่ผม connect เข้าอินเตอร์เน็ต ดูเหมือนว่าเธอจะสัมผัสความรู้สึกของผมได้ ว่า ณ ขณะนั้นผมรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร

ตี 2 กว่า ผมต้องกลับแล้ว หลังจากบอกลาเธอในเน็ต ผมก็ขับรถกลับบ้าน เรื่องราวของเธอทำให้ผมครุ่นคิด

“ไม่นานหรอกค่ะ เร็ว ๆ นี้แหละ” 
เร็ว ๆ นี้จริงหรือที่เธอจะยอมให้พบ ผมรีบร้อนไปหรือเปล่า ที่ทึกทักบอกไปว่าอยากเจอเธอสักครั้ง

ถึงบ้านแล้ว ความคิดยิ่งฟุ้งซ่านเลยเถิดไปถึงเรื่องราวเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากที่เรียนจบและทำงานบริษัทได้ 2 ปี ก็ต้องมาตกงาน เพราะวิกฤติการทางเศรษฐกิจ นับจากนั้นคนรอบข้างก็เปลี่ยนไป เพื่อนฝูงสรวญเสเฮฮาแต่ก่อนก็ห่างหาย คนรักก็บอกเลิก นี่ละหนาคนเรา สัมผัสจิตใจกันเพียงผิวนอกเท่านั้น

ผมมาฟื้นตัวได้จากกิจการร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในเวลาต่อมา ด้วยเงินทุนทั้งหมดของผมและบางส่วนของพ่อ นอกจากนี้ผมยังรับเขียนโปรแกรมด้วย ไม่นาน งานก็ไหลมาเทมาไม่หยุด จากที่เคยทำงานตามคำสั่งเจ้านายเหมือนแต่ก่อน ก็กลายมาเป็นเจ้านายเขาแทนซึ่งต้องรับบทบาทมากมายจนแทบไม่มีเวลา และนั่นก็ทำให้ผมเบื่อหน่ายต่อโลกแห่งความเป็นจริง ที่เห็นหน้าตากันอยู่ทุกวัน แต่ไม่หยั่งรู้จิตใจกันได้เลย ผมจึงหันเหตัวเองเข้าหาเน็ต และได้พบกับเธอ .......

ง่วงเหลือเกิน เป็นอย่างนี้มานานแล้วนับตั้งแต่รู้จักกับเธอผมก็นอนดึกแทบทุกวัน มัวแต่นั่งคุยหน้าคอมฯ ในร้านจนลืมเวลา เธอจะเป็นอย่างไรนะ ท่าจะเป็นเอามาก ก่อนหลับก็ยังไม่วายคิดถึง แม่สาวชื่อหลิว นามแฝงว่า “ไซบีเรียน ฮัสกี้” คนนั้น ที่อยู่เคียงข้างผมเสมอมาไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แปลก! เคียงข้างผมหรือนี่ แต่ไฉนผมจึงไม่เห็นตัวเธอ?

ผมตื่นนอนตอน 10 โมงกว่า โอ้! สายมากแล้วหรือนี่ เพราะเมื่อคืนมัวแต่เล่นเน็ตอย่างบ้าคลั่งแน่ ๆ สงสัยคงต้องเพลา ๆ ลงบ้างซะแล้ว ป่านนี้เจ้าจูน พนักงานที่ร้านคงไปเปิดร้านแล้วละ ผมทำธุระส่วนตัวเสร็จก็บึ่งรถไปร้านเหมือนทุก ๆ วัน

คนยังแน่นเต็มร้านเหมือนเดิม ใช่ย่อยเลยนะ ฝีมือเรา ผมเดินผ่านลูกค้าในร้านเข้าไปยังออฟฟิศอย่างอารมณ์ดี กำลังจะเปิดประตูเข้าไปที่โต๊ะทำงาน พลันเสียงของเจ้าจูนก็แจ้ว ๆ เรียกชื่อผม

“พี่เตอร์คะ ๆ มีลูกค้ามาขอให้พี่ช่วยแนะนำเรื่องการเขียน php ค่ะ เค้าต้องทำโปรเจ็คส่งอาจารย์ จูนเลยแนะนำให้มาขอคำปรึกษากับพี่น่ะค่ะ พี่เตอร์พอจะมีเวลาไหมคะ” เจ้าจูนผายมือไปยังหญิงสาวคนหนึ่งแต่งกายในชุดนักศึกษา เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ และยิ้มให้ผม

“อ่า... เรื่องเขียนเว็บพี่ไม่ถนัดนะ แล้วพี่ก็ติดงานโปรเจ็คทำโปรแกรมฐานข้อมูลของลูกค้าอยู่” ผมพูดพลางมองสายตาเธอผู้นั้น ก็พบกับแววตาแห่งความผิดหวังเล็ก ๆ แต่เธอก็ยังยิ้มอย่างมารยาทดี เจ้าจูนนะเจ้าจูน รู้ก็รู้ว่าผมเขียนโปรแกรมอยู่คนเดียวและงานก็เร่งมากด้วย ยังจะหางานมาให้อีก แล้วนี่ก็ตะวันโด่งแล้ว แต่คิดมาคิดไปเราดันมาสายด้วยนี่หว่า จะว่าไปแล้วเธอคงไม่มีที่พึ่งอื่นแหง ๆ ถึงได้มาขอคำแนะนำจากคนที่ไม่รู้จัก ก็คงจะเหมือน ๆ กับผมสมัยเรียนอยู่นั่นแหละ

“งั้น... ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่จะบอกคร่าว ๆ ให้ เอาเป็นว่าชดเชยให้กับความผิด ที่พี่มาสายก็แล้วกัน” ผมหันไปพูดกับจูนเป็นข้อแก้ต่าง มาสายแล้วใครเล่าจะหักเงินผม

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้ผม
“ผมพอจะมีเวลาซัก เอ่อ! 30 นาทีนะ php น่ะไม่ได้ใช้เวลาเข้าใจได้เร็วขนาดนั้นหรอกนะครับ ผมสอนไม่เก่งหรอก เอาเป็นว่าไม่เข้าใจอะไรผมจะอธิบายให้ฟังก็แล้วกันนะครับ”
หลังจากนั้นเธอก็มานั่งตรงหน้าโต๊ะทำงานของผมเพื่อฟังผมอธิบาย

ไม่น่าเชื่อว่าผมจะสอนติดลมจนถึงเที่ยงจนได้เวลาอันควรเธอก็ขอตัวกลับไปด้วยสายตาที่เป็นประกายยินดีผิดกับตอนมา แต่อีกนัยหนึ่ง แววตาของเธอดูแปลก ๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจ

“น่ารักดีแฮะ” ผมชมเธอในใจ พลางให้คิดถึงชีวิตจริงบ้าง ทำไมผมถึงไม่เปิดใจให้กับคนอื่น ๆ เลยนะ คนน่ารักมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องไปคาดหวังกับความรักที่ส่งผ่านมากับสายไฟ สายโทรศัพท์หนอ คนรอบข้างที่พร้อมจะแบ่งปันความรักให้มีอีกตั้งมากตั้งมายนี่นา

แต่แล้วผมก็สลัดความคิดพวกนี้ออกไป งานยังกองสุมอยู่ รอสะสาง

คืนวันนั้นผมยังคงนั่งอยู่ที่ออฟฟิศ ส่วนเจ้าจูนนั้นก็กลับไปนานแล้ว

ผมนั่งทำงานเพื่อฆ่าเวลาไปอย่างนั้น แท้ที่จริงแล้วผมรอหลิวอยู่ จนกระทั่งสี่ทุ่มครึ่ง ชื่อ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ก็ปรากฏสเตตัสสีเขียว แสดงสถานะว่าเธอออนไลน์

ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ไงจ๊ะ พ่อหนุ่มนักคอมพิวเตอร์คนดี (ของใครเอ่ย) ^_^ รอใครอยู่
boy wear glasses : รอหลิวอยู่น่ะ
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : จ้า เบื่อมั้ย
boy wear glasses : หลิวก็น่าจะรู้นะ ว่าผมเบื่อมั้ย น่าจะรู้ว่าผมอยากพบหลิวขนาดไหน 
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : หาเรื่องจัง คนละเรื่องกันแล้ว  ท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ เครียด ๆ อย่างงี้หลิวไม่อยากคุยด้วยเลย ใจคอไม่ค่อยดี
boy wear glasses : ไม่ละหลิว อีก 2 วันก็ถึงวันเกิดคุณแล้ว ผมขออะไรบางอย่างจากหลิวได้รึเปล่า
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : อ๊ะ มีอย่างนี้ด้วย วันเกิดหลิวแทนที่เราจะเป็นคนขอนะ ฮิๆๆๆ
boy wear glasses : ขอให้ผมเป็นคนยื่นของขวัญวันเกิดให้คุณ ด้วยมือของผมเองได้รึเปล่า
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ...............
boy wear glasses : ได้มั้ยหลิว ได้โปรด

ผมอ้อนวอนแกมตัดพ้อกับเธออย่างมีความหวัง เธอจะรู้สึกอึดอัดมากมั้ย ที่ผมทำเช่นนี้ แต่ผมก็ต้องทำนะ เพราะอยากพบเธอเหลือเกิน

ไซบีเรียน ฮัสกี้ : แล้วหลังจากนั้นล่ะ จะเป็นอย่างไร เราจะเป็นอย่างไรต่อไปล่ะเตอร์
boy wear glasses : เป็นไงเป็นกัน
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ...
เธอไม่ตอบคำถามผมอยู่นาน จนกระทั่ง...
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ตกลงค่ะ ถ้าเตอร์ต้องการแบบนั้น แต่บอกไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่ต้องหวังอะไรมากหรอกนะคะ หลิวอาจจะไม่ไปพบคุณก็ได้ แล้วอย่ามาโทษกันทีหลังล่ะ

หัวใจผมพองโต กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจกับข้อความบรรทัดนี้ เธอบอกเวลาและสถานที่นัดพบ แล้วก็ออฟไลน์ออกไปเลย คงจะไม่ค่อยพอใจผมเท่าไหร่ อยากบอกเธอเหลือเกินว่าผมไม่ได้ต้องการทำแบบนี้เลย เหมือนกับบังคับเธอยังไรก็ไม่รู้ ผมแค่อยากจะเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ระหว่างเรา ด้วยโอกาสพิเศษและขอคบกับเธออย่างจริง ๆ จัง ๆ เท่านั้น ขอโทษนะ

“มันไม่เลวร้ายอย่างที่คิดหรอก” ผมปลอบใจตัวเอง
และแล้ว วันเกิดเธอก็มาถึง

ผมใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตามที่บอกกับหลิวไว้ในเน็ต การแต่งกายแลดูพิถีพิถันกว่าทุกวัน ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะมาตามนัดหรือไม่ กล่องของขวัญและช่อดอกไม้อยู่ในมือผม ดูมันเชย ๆ แปลก ๆ สำหรับชายหนุ่มใส่แว่นตาหน้าตี๋ ๆ ยืนถือช่อดอกไม้และกล่องของขวัญ อ๊ะ! ไม่สิ น่ารักดีต่างหาก ผมคุยกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีขณะเดินไปที่รถแล้วขับออกไป

ก่อนเวลานัด 15 นาที ผมก็มาถึงสถานที่นัดพบซึ่งอยู่คนละฝั่งเมืองเลยทีเดียว ที่แห่งนี้เป็นร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ชื่อ “argosy” ซึ่งอยู่ในซอยไม่ไกลจากถนนมากนัก หน้าร้านประดับด้วยผ้าดิบสีขาวที่ขึงไว้จนตึงกับเชือกในแนวขวางคล้ายใบเรือ ผนังด้านในและอุปกรณ์ในร้านตกแต่งด้วยภาพโทนสีน้ำทะเลเป็นส่วนใหญ่ กลางโต๊ะนั่งมีเสายื่นอยู่ตรงกลางลักษณะคล้ายกระโดงเรือ หลิวเข้าใจเลือกร้านแฮะ ได้บรรยากาศเหมือนชื่อร้านดีจัง

หน้าเค้าท์เตอร์มีผู้หญิงผมยาวเพียงคนเดียวเป็นคนขาย เธอยิ้มหวานให้ขณะที่ผมเดินเข้าไป 
“รับอะไรดีคะ”

“ขอชามะนาวครับผม” ผมกล่าวเสียงนุ่มอย่างอารมณ์ดี จะไม่ดีได้อย่างไร ก็คนที่ผมอยากเจอมานานกำลังจะมาพบผมในอีกไม่นานนี้ เธอยิ้มรับและแนะนำไอศกรีมอีกอย่างสองอย่าง แต่ผมบอกไปว่ามารอเพื่อนเจอกันแล้วค่อยสั่ง ว่าแล้วก็เดินมานั่งตรงมุมกระจกหน้าร้านเพื่อให้สังเกตง่าย ๆ

เลยเวลานัดออกไปแล้ว 10 นาทีผมชักใจไม่ดี ยังไม่มีวี่แววของหลิวเลย ผมใช้หลอดดูดชามะนาวในแก้วที่เหลือแต่น้ำแข็งแต่สายตากลับชะเง้อมองหาผู้คนตรงทางเดินเข้าประตู คาดคะเนไปต่าง ๆ นานา ว่าไหนล่ะหลิว เธอจะจำผมจากรูปที่เคยส่งให้ดูได้ไหม คิด ๆ แล้วก็ไม่แฟร์เลยนะ มีแต่ผมเท่านั้นที่ส่งรูปให้ไป ไม่ยักจะได้รับรูปของเธอบ้าง

ขณะที่คิดอยู่นั้น สายตาผมก็หันไปเห็นผู้หญิงชุดขาวผมยาวสลวยคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เธอเข้าไปคุยกับคนขายไอศกรีมซึ่งรับโทรศัพท์อยู่ คนขายไอศกรีมวางสาย แล้วคุยกันกับเธอคนนั้นสักครู่เธอก็มองมาที่ผมแล้วเดินเข้ามาหา ผมใจเต้นรัวเป็นกลองเพล แต่เอะ! หน้าตาคุ้น ๆ แฮะ

“สวัสดีค่ะ คุณเตอร์ใช่ไหมคะ จำได้มั้ยว่าใคร” ผมตาโตหัวใจเต้นตูมตามด้วยความงงงัน
โอ้! อะไรกัน หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้... ผมจำเธอได้ เธอคือสาวหน้าแฉล้มคนที่ผมเพิ่งสอนโปรแกรม php ไป เมื่อวันก่อนนี่นา อะไรกัน โลกแคบจริง ๆ นะ แต่งตัวในชุดปกติ สวยขึ้นจนจำแทบไม่ได้เลย

“ขอบคุณนะคะ ที่วันนั้นช่วยสอน php ให้เปิ้ล”
“เปิ้ล” ผมเอ่ยชื่อที่เธอใช้เรียกตัวเธอเองอย่างงง ๆ
“ค่ะ บังเอิญหรือเปล่านี่ที่พบคุณ มารอใครเหรอคะ” เธอพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรเหมือนเดิม จริงสินะ เมื่อวันนั้นผมก็ไม่ได้ถามเธอเลยว่าชื่ออะไร
“แฮ่ะ ๆ พอดีผมนัดเพื่อนในอินเตอร์เน็ตน่ะครับ เค้ายังไม่มาเลย และผมก็ไม่เคยเห็นหน้าด้วย” 
“โห! อะไรนะคะ มีแบบนี้ด้วยเหรอ”
"แล้วคุณมาหาใครเหรอครับ"
“เปิ้ลมาหาเพื่อนค่ะ มาคุยเรื่องจัดงานวันเกิดวันนี้” เธอผายมือไปที่คนขายไอศกรีมบอกให้รู้ว่านั่นคือเพื่อนของเธอ

ดูมันบังเอิญเกินไปเสียแล้ว ทั้งเวลานัดหมาย ทั้งวันเกิด มีเรื่องอย่างงี้เกิดขึ้นกับผมด้วยหรือนี่ “เปิ้ล” นี่เป็นชื่อเล่นจริง ๆ ของเธอหรือเธอโกหกผมกันแน่นะ เธอคือหลิวใช่มั้ย หรือหลิวเป็นนามแฝงที่ใช้ในเน็ต แต่ถ้าเธอเป็นหลิวจริง ๆ ทำไมถึงไม่เฉลยให้ผมทราบ แล้วเธอจะทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ผมหยิบช่อดอกไม้และกล่องของขวัญมาวางไว้บนโต๊ะรอดูท่าทีของเธอ

“งั้นเปิ้ลขอตัวก่อนนะคะ พอดีต้องไปซื้อของมาเตรียมงานน่ะค่ะ” 
“ครับผม แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับ” 
“แหม อยากเป็นคนที่คุณคอยจัง หรือว่าจะเป็นดีเอ่ย” นั่นปะไร ประโยคเด็ด เธอหันมาค้อนแล้วยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย สายตาเธอจ้องมองไปที่ช่อดอกไม้กับกล่องของขวัญแต่ก็ไม่พูดอะไร แล้วก็เดินไปคุยกับคนขายไอศกรีม 2-3 คำ เหมือนกับส่งซิกอะไรสักอย่าง สักพักก็ผลักประตูออกนอกร้านไป ปล่อยให้ผมนั่งงงเป็นไก่ตาแตก

เวลาผ่านไปพอสมควร ผมยังคงนั่งครุ่นคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เธอมาไม้ไหนล่ะเนี่ย ๆ ของขวัญก็ไม่เอา เฮ้อ! ฟอร์มเยอะจริง ๆ นะแม่คุณ 
ระหว่างที่กำลังทำอะไรไม่ถูกโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น 
“ว่าไงจูน” เบอร์ที่ร้านผมโชว์ขึ้นที่เครื่อง
“พี่เตอร์คะ เมื่อตะกี้มีใครก็ไม่รู้โทรมาฝากข้อความว่าให้พี่เอาช่อดอกไม้กับของขวัญไปฝากไว้ที่หน้าเค้าท์เตอร์ร้าน เอ่อ! ร้าน “argosy” น่ะค่ะ แล้วก็วางหูไปเลย จูนงงน่ะค่ะ เค้าบอกแค่นี้”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ว่าแล้ว นี่ละน้าคนเรา ทำมาเป็นฟอร์มเยอะ โอย! ขำ” ผมหัวเราะลั่นกรอกสายโทรศัพท์ไป เจ้าจูนคงจะงงเข้าไปอีก แหม! เธอเข้าใจเล่นจริง ๆ นะ บอกว่าไม่แน่ ๆ ที่จะมาพบ แต่แล้วก็ทนไม่ได้ ซ้ำยังแอบไปหาที่ร้านเน็ตทำเป็นว่าให้ผมช่วยสอนเขียนเว็บอีก เชื่อเขาเลย เฮ้อ!...

ผมกดวางสายขณะที่เดินมาจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์แล้วเอาของขวัญและช่อดอกไม้ไปฝากไว้ที่แม่สาวหน้ามนคนขายไอศกรีม เธอรับไว้แล้วยิ้มให้ แต่ก็ไม่ถามผมซักคำว่าเอาให้ใครเหมือนกับรู้ดีว่าควรทำอย่างไรกับของนี่

“แหม เตี๊ยมกันมาดีจังนะ เพื่อนของคุณนี่ร้ายเหลือเกิน” ผมแซว แต่เธอไม่ตอบอะไร ได้แต่หัวเราะเบา ๆ

ผมกลับมาที่ร้านอย่างอารมณ์ดี นึกแล้วยังขำไม่หายคนอะไรฟอร์มร้ายจริง ๆ นะ เจ้าจูนกำลังหัวปั่นอยู่กับผู้คนในร้าน ผมเข้าไปช่วยอย่างมีความสุข

“คนจอมอำเอ้ย” ผมพูดกับตัวเองเบา ๆ เจ้าจูนได้ยินทำหน้างง ๆ อีกตามเคย
“จูนไม่ได้อำนะคะ มีคนโทรมาหาพี่เตอร์จริง ๆ นะ” เจ้าจูนปฏิเสธหน้าตื่นผมเห็นแล้วขำ 
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกไม่ได้ว่าอะไรเธอ พี่พูดของพี่คนเดียวน่ะ ว่าแต่ว่าจำเสียงได้ไหม ว่าเป็นคนเดียวกับคนที่พี่สอน php ไปวันนั้นหรือเปล่า” 
“ไม่แน่ใจค่ะ เค้าพูดแค่ที่จูนบอกพี่ไป พอจูนจะบอกเบอร์มือถือของพี่เตอร์แก่เค้า เค้าก็วางสายไปแล้วค่ะ” 
“ว่าแต่ว่าเรื่องอะไรกันหรือคะ จูนงง”
ผมไม่ตอบได้แต่ยิ้ม ๆ แล้วเดินเข้าออฟฟิศมา ปล่อยให้เจ้าจูนอยู่ในโลกแห่งความงวยงงของเธอต่อไป ผมได้ยินแต่เสียงอุบอิบตามหลัง “ขี้โกง ๆ ถามอะไรไปก็ยิ้ม ๆ ๆ เชอะ”

และแล้ว เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง หลังจากทำงานเสร็จก็ล่วงเลยมาจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง พอ connect เข้าเน็ตก็พบกับเธอ แม่สาวไซบีเรียน ฮัสกี้ คนดี คราวนี้มาก่อนผมเลยแฮะ เดี๋ยวเถอะ จะดูซิว่าจะมาลูกไม้ไหนอีก

Boy wear glasses : มารอผมเหรอครับ แม่สาวฟอร์มร้าย นามเปิ้ล เอ้ย! หรือหลิวดีเอ่ย ดีใจที่ได้พบกับตัวจริงของคุณนะ 
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ^____^ เช่นกันค่ะ ตอนนี้หลิวอยู่ที่ร้าน “argosy” น่ะค่ะ กำลังเลี้ยงวันเกิดอยู่ ยัยเปิ้ลก็อยู่นะ มามั้ยคะเตอร์ มาพบกันอีก
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : เตอร์น่ารักสมคำล่ำลืออย่างที่ยัยเปิ้ลบอกเลยนะคะ ตาหยี ๆ ตี๋ ๆ ใส่แว่น สเป็คเลย 
Boy wear glasses : โธ่ เปิ้ลผมรู้ตั้งนานแล้วละว่าคุณเป็นใคร จะอำกันไปถึงไหน เอาอย่างนี้ละกัน ผมจะเรียกคุณว่าหลิวเหมือนเดิมดีมั้ยเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ 
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : อึม! ขอบคุณค่ะ ว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้ เกิดการเข้าใจผิดอย่างมโหฬารแล้วละค่ะ ลืมแล้วหรือคะ ที่เตอร์บอกไว้ว่า ขอให้คุณเป็นคนยื่นของขวัญวันเกิดให้หลิว ด้วยมือของคุณเอง จำได้ไหม และคุณก็ได้ทำอย่างนั้นแล้วไงคะ นั่นแหละค่ะ ความจริง หลิวไม่ได้ล้อคุณเล่นนะ

Boy wear glasses : หลิวนี่แปลกนะ จะอำอะไรอีก คุณกำลังจะบอกว่าคุณไม่ใช่เปิ้ลงั้นสิ
ผมจับต้นชนปลายคิดตามเรื่องราวไม่ถูก

ไซบีเรียน ฮัสกี้ : คิดดูดี ๆ สิว่าใครกันที่ได้รับของขวัญจากเตอร์ด้วยด้วยมือของเตอร์เอง เข้าใจไหมเนี่ย หลิวทำตามที่คุณบอกทุกอย่างนะ 
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ไม่มีใครโกหกคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความจริงหมด สิ่งที่ยัยเปิ้ลคุยกับคุณก็ไม่ใช่เรื่องโกหกนะ ยัยเปิ้ลไม่ได้บอกซะหน่อยว่าวันนี้วันเกิดของหล่อน ที่หล่อนพูดว่า มาคุยเรื่องจัดงานวันเกิดวันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นวันเกิดหล่อนนี่

Boy wear glasses : แล้วเรื่องสอน php เรื่องโทรศัพท์ที่โทรมาร้านผมล่ะ 
ผมค่อย ๆ นึกเรื่องตามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

ไซบีเรียน ฮัสกี้ : หลิวเล่าเรื่องของคุณให้ยัยเปิ้ลฟังและเอารูปในเมลให้ดู ยัยเปิ้ลมันขอไปดูตัวจริงของคุณแทนหลิวน่ะค่ะ ว่าเหมือนกับในรูปมั้ย หลิวคงไม่กล้าไปหรอก ประจวบเหมาะกับที่ยัยเปิ้ลกำลังทำโปรเจ็คอะไรของหล่อนที่ ม. หลิวก็เลยแนะนำให้ยัยเปิ้ลไปหาคุณ ส่วนเรื่องโทรศัพท์เตอร์ลองคิดดี ๆ สิคะ 
Boy wear glasses : งั้นคุณก็คือ...

ผมเริ่มจับเค้าได้แล้ว มันทำให้ผมขนลุกซู่ในสิ่งที่ผมเข้าใจเมื่อเทียบกับความเป็นจริง
ไซบีเรียน ฮัสกี้ : ใช่แล้วค่ะ เป็นอย่างที่คุณกำลังคิดอยู่ตอนนี้น่ะแหละ ^___^
Boy wear glasses : ...

แทบช็อคกับเรื่องราว ผมแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รอช้ารีบออกจากเน็ตแล้วขับรถไปร้าน “argosy” แห่งนั้นอีกครั้ง เหยียบคันเร่งจนมิดอย่างไม่คิดชีวิต หวังว่างานวันเกิดคงยังไม่เลิกนะ ผมไม่รู้ว่าผมจะไปทำไมเหมือนกัน แต่มันค้างใจยังไงก็ไม่รู้ ในสมองตอนนี้แทบระเบิด ลำดับเรื่องราวไม่ถูกแล้ว มโนภาพตอนหนึ่งที่เธอคุยโทรศัพท์ แล้วคนชื่อเปิ้ลเปิดประตูร้านเข้ามาคุยกับเธอ ไหลผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเธอเองหรือนี่ ที่โทรมาบอกเจ้าจูนว่าให้ผมเอาดอกไม้และของขวัญไปฝากไว้ที่หน้าเค้าท์เตอร์ 
ขอให้ผมเป็นคนยื่นของขวัญวันเกิดให้คุณ ด้วยมือของผมเองได้รึเปล่า...

จริงสินะ... 
ผมยิ้มแล้วเหยียบคันเร่งพารถคันเก่งทะยานไปข้างหน้า...
จบ... 
SHARE
Writer
Octory
เพ้อเจ้อ(ร์)
สมจ๊อดเอง

Comments

imonkey7
4 years ago
นึกว่าจะหายไปสะแล้ว ^^
Reply
Octory
4 years ago
ขอบคุณคุณ imonkey7 มากครับที่ถามไถ่ ยังไม่หายไปไหนครับ ขออภัยมาก ๆ ที่แทบไม่ได้เข้ามาในนี้เลย เล่ม 3 ทำพิษหนักมาก T___T 
Deux
4 years ago
ระวังขับรถเร็วมันอันตรายนะครับ ^_^
Reply
Octory
4 years ago
ขอบคุณคุณ deux มากครับ เข้ามาอ่านให้ตลอดเลย แต่ผมสิ กลับไม่ค่อยได้เข้ามาตอบเลย รู้สึกผิด T___T สัญญาว่าถ้าทำเล่ม 3 จบจะเข้ามาทยอยอ่านเรื่องของเพื่อน ๆ ในนี้ให้ครบหมดเลยละครับ ตอนนี้ขออนุญาตไปปั่นงานเขียนต่อละครับผม
Deux
4 years ago
ครับ ตามสบายครับ เอาที่สะดวกเราครับ
scorpion_a
4 years ago
เหมือนได้ย้อนกลับไปเป็น วัยรุ่นอีกครั้งเลย 
Reply
scorpion_a
4 years ago
อ๋อ นานเหมือนกันนะครับ งั้นแสดงว่า เราน่าจะอายุพอๆกัน 23-24 ตอนนี้ 55555555

imonkey7
4 years ago
หึๆ
scorpion_a
4 years ago
หึๆ mister boxer