คุณลุงฮะ
ณ บ้านหลังหนึ่ง ที่ติดกับเมืองใหญ่
เป็นตึกแถวสองชั้น สร้างด้วยไม้
มีสภาพซีดลงมากจากสีไม้ที่ควรเป็น อนุมานได้ว่าสร้างมานานแล้ว
บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นร้านขายของชำเล็กๆ สำหรับคุณลุงคนหนึ่ง
ตั้งอยู่หน้าถนนที่มีรถวิ่งผ่านวันทั้งคืน คุณลุงคนนี้
เป็นคุณลุงอายุมากแล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างจากคุณลุงคนอื่นก็คงจะเป็น 
คุณลุงคนนี้ไม่มีคุณยายอยู่ด้วย คุณลุงเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดีกับเด็ก
ทุกครั้งที่มีเด็กมา คุณลุงก็จะเแถมขนมให้เสมอ ร้านของคุณลุง
เป็นร้านขายของตั้งแต่ขนมลูกอมกรุบกรอบ และน้ำกระเจี๊ยบแก้วน้อยๆ

ร้านนี้มีเจ้าประจำเป็นทั้ง เด็กเล็ก ผู้ใหญ่ แม้แต่รุ่นเดียวกับลุงก็มีมาให้เห็นบ่อยๆ คุณลุงจะยิ้มรับทุกครั้งเมื่อมีคนมา และบอกให้เลือกได้ตามสบาย
ที่ร้านคุณลุง จะมีเก้าอี้กลมๆ ไม่มีพนักพิงตั้งอยู่ 2-3 ตัว ให้สำหรับคนที่มาหาได้นั่ง
เหมือนกับเด็กน้อย 8 ขวบนี้ ชื่อว่า "ปอน"
ปอนชอบมาที่ร้านนี้เป็นประจำเพราะคุณลุงจะแถมขนมให้ทุกครั้งที่มา
ปอนจะมานั่งบนโต๊ะไม้ไร้ที่พิงข้างๆคุณลุงพร้อมถามเรื่องต่างๆมากมาย
คุณลุงก็มักจะตอบเสมอ

"คุณลุงฮะ" ปอนน้อยถาม

"ฮืม"

"คุณลุงอยู่ที่นี่มานานแล้วเหรอฮะ?"

"ก็ ตั้งแต่จำความได้เลยนะ ลุงก็อยู่ที่ตลอดแหละ"

"คุณลุงไม่เบื่อบ้างเหรอฮะ?"

"ก็มีเบื่อบ้างแหละ ตามประสาคนแก่ ไม่มีลูกมีหลานเหมือนกับใครเขา ก็เหงาเป็นธรรมดา"

"งั้นลุงก็คงรู้สิฮะ ว่าที่นี่สมัยก่อนเป็นยังไง?"

"แน่สิ ก็ลุงอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดเลย"

"แล้วสมัยก่อนที่เหมือนกับตอนนี้ไหมฮะ?"

"สมัยก่อนเหรอ... สมัยก่อนกับสมัยนี้แตกต่างกันมากเลยนะ"

"แล้ว สมัยก่อนกับสมัยนี้ สมัยไหนดีกว่าละฮะ?"

"นี่หนูอยากจะรู้ทำไมเยอะแยะเนี่ย?"

"ก็ ผมเห็นคุณพ่อเขาเล่าว่า สมัยก่อนเขาก็มาหาคุณลุงบ่อยๆเหมือนกัน มาเล่นที่หน้าร้านลุงทุกวัน แต่หน้าร้านมีแต่รถวิ่งผ่่านทั้งนั้น ผมก็เลยสงสัยว่าทำไมสมัยก่อนถึงมาวิ่งเล่นหน้าร้านลุงได้ล่ะฮะ"

"อ่อ..." คุณลุงพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ "นี่สงสัย คุณพ่อของหนูเนี่ย คงเป็นขาประจำร้านลุงเลยนะ" คุณถอนหายใจยาวๆพร้อมกับสูดลมกลับไป "คงได้สัก 20-30 ปีแล้วล่ะ พ่อของหนูก็คงอายุได้เท่าหนูเนี่ยแหละ หน้าบ้านของลุง ก็เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กๆ สมัยก่อน รถรายังน้อย ขนาดรถเครื่องยังไม่ค่อยมีเลย"

"รถเครื่องคืออะไรฮะ ผมไม่รู้จัก"

"ก็ไอ้นั่นไง" คุณลุงพูดพร้อมชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซต์

"ไอ้นั่นของคุณลุงมันคืออมอเตอร์ไซต์ไม่ใช่เหรอฮะ"

"ก็นั่นแหละ สมัยลุงเขาเรียนรถเครื่องกัน"

"อ่อ...."

"ลุงเล่าต่อละนะ..." คุณลุงซูดหายใจเข้าออกอีกครั้ง "หน้าบ้านลุงนะ ไม่มีถนนแบบนี้หรอก ยังเป็นดินโคนดินทรายอยู่เลย สมัยนั้นโทรทัศน์ที่บ้านลุงยังไม่มีเลย แต่ลุงไม่ค่อยประสีประสาอะไรนักหรอก แต่เด็กเล็กๆอย่างพ่อหนูเนี่ย ต้องวิ่งไปนั่งดูโทรทัศน์ที่ร้านสมุนไพรจีนตรงข้ามร้านลุงกันทุกวันเลย"

"แล้วไหนร้านสมุนไพรจีนล่ะฮ?ะ" ปอนน้อยถามคุณลุงพร้อมมองไปที่เซเว่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"คงย้ายไปที่ไหนซักที่แล้วล่ะหนูเอ้ย"

"หน้าตามันเป็นยังไงเหรอฮะ?"

"ก็.. เป็นบ้านไม้อย่างบ้านลุงเนี่ยเหละ แต่มีตู้ไม้เล็กเยอะแยะไปหมดเลย ในนัั้นก็มีสมุนไพรเยอะแยะไปหมดเลยนะ เวลาพ่อของหนูป่วย ก็มีร้านสมุนไพรจีนเนี่ยแหละที่ช่วยพ่อหนู โรงพยาบาลที่ใกล้เดินทางเกือบครึ่งค่อนวันแหนะ กว่าจะไปถึง"

"โฮ..." ปอนน้อยตะโกนขึ้นมา "ไกลขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"แน่นอนสิ แถมเดินทางก็ลำบาก ไม่เหมือนสมัยนี้หรอก ขับรถไปไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว"

"งั้นแสดงว่าสมัยนี้ ก็สบายมากกว่ามากเลยดิครับ"

"ใช่แล้ว สมัยนี้อะไรๆก็ง่่ายขึ้นมาก ลุงน่ะยังอิจฉารุ่นหนูเลยที่ได้เกินมาในยุดที่สบายขนาดนี้เนี่ย" ลุงอมยิ้มอยู่ในปาก "แล้วหนูมีอะไรจะถามอีกไหม?"

"จบแล้วเหรอครับลุง"

"เรื่องที่ลุงจำได้ ก็คงมีแค่นี้แหละหนู"

ปอน ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ พร้อมกับขอบคุณคุณลุงแล้วสั่งนี้กระเจี๊ยบแก้วเล็กๆ เด็กหนุ่มร่างใหญ่ ได้เดินออกไปที่ร้านแล้วหันหลังกลับ

"ขอบคุณลุงมากเลยนะครับ คุณลุงเล่าให้ผมฟังหลายครั้งแล้ว ยังสนุกเหมือนเดิมเลยนะครับ"

"บ้าหรือเปล่าหนู นี่ลุงเล่าให้ฟังคนแรกเลยนะ"

"ผมก็รู้แหละครับว่าลุงจะพูดอย่างนี้" ปอนเดินออกไป "แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับมานะครับ"

ปอนเดินผ่านหน้าร้านออกไป สีหน้าของเปลี่ยนไป ปอนรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณลุงหรือปู่ของปอนคืออะไร คุณปู่เป็นโรคความจำเสื่อม ปู่ของปอนจะจำได้เพียงแค่ว่าปอนชอบมาหาปู่เป็นประจำ พ่อ ย่า ปู่จำไม่ได้เลยซักคน ปู่จำได้แต่ปอน ปอนเลยมักจะขอให้คุณปู่เล่าเรื่องราวเก่าองปู่ให้ปอนฟัง 

หลายปีต่อมา พ่อของปอนได้ซื้อเพิ่มสองหลังติดกับตึกแถวไม้เก่าๆหลังนี้ ตั้งแต่แด่เด็กจนโต ไม่ว่าพ่อ แม่ หรือ คุณย่า ก็พยายามเล่าเรื่องราว สิ่งทีเกิดขึ้นต่างๆ ให้ทุกครั้ง พยายามพามาที่บ้านหลังใหม่ คุณปู่ก็มักไปนั่งที่เดิมเสมอ ทุกวันๆ จนวันหนึ่ง พ่อกับแม่ก็เริ่มจนปัญญา ก็ให้คุณปู่อยู่ที่เดิมต่อไป แต่คุณปู่ของปอนก็ไม่เคยเหงาเลยซักนิด เพราะจะมีเพื่อนๆ ญาติๆแวะเวียนมาหาเป็นประจำ แต่วันไหนที่ไม่มีใครมา ทั้งพ่อ แม่และปอน ก็จะผลัดกันไปอยู่ด้วยตั้งที่คุณย่าเสีย

ปอนรู้ดีว่ายังไงความทรงจำของปู่คงไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว ปอนเคยสงสัยว่าเขาจะเศร้าไหมเวลานึกอะไรไม่ออก สมัยเด็กปอนเคยถามคุณย่าหลายครั้ง แต่คุณย่าก็ตอบไม่เคยตรงคำถามเลยสักครั้ง ปอนก็เริ่มสงสัยมากขึ้นไปอีก ปอนเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ จนวันหนึ่ง ปอนเริ่มรู้จักความรัก เริ่มมีแฟน เริ่มเข้าใจกับการดูแลใครสักคนมากขึ้น 

ครั้งหนึ่งเราเคยเข้าใจว่าการสร้างความทรงจำที่ดีกับใครสักคน คงเป็นเรื่องที่น่าจนจำมากที่สุด สำหรับครั้งหนึ่งที่เคยได้รักกัน แต่เมื่อ มีสิ่่งหนึ่งทำให้เราต้องจากกันไป สิ่งที่ทรมานที่สุดคือ ความทรงจำที่เหลืออยู่ มันสามารถกลับมาเป็นเดิมได้ ทุกคนคงอยากจะลืมมันเป็นอย่างที่สุด 

กับคู่รักคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานและจะคู่ไปจนแก่เฒ่า ทุกอย่างคงดูสวยงามที่สุด แต่เมื่อมีคนหนึ่งเกิดความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ จำสิ่งที่เคยทำด้วยกันไม่ได้ จำความสุขที่เคยมีด้วยกันไม่ได้ สิ่งที่อีกทำได้คงเป็นแค่อยู่ด้วยกันต่อไป แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คนที่ทรมานที่สุด คือคนที่อยู่ด้วยกันตลอด ด้วยอยู่อย่างคนรู้จักทั้งๆที่เป็นคู่รัก ต้องอยู่อย่างที่บอกว่าที่รักไม่ได้ และต้องอยู่โดยต้องดูแลเขาตลอดเวลา

ผมเชื่อแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่จะอยู่ยั่งยืน แม้แต่ความทรงจำของเรา ทุกอย่าง ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งมันก็ต้องจากไป ดังนั้น เมื่อทุกอย่างต้องหายไปอยู่แล้ว การทำให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุดในตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำก่อนเขาจะจากไปแล้วกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://m.pantip.com/topic/33191831
SHARE

Comments