Day 25 – ขอบคุณที่เราได้มาเจอกัน My Happy Team #my365happydays
หกโมงกว่าเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว ฉันกับเพื่อนร่วมทีมอีก 4 คนและหัวหน้าอีก 1 คนยังคงนั่งสถิตย์มั่นอยู่ในห้องประชุมสี่เหลี่ยมเล็กในที่ทำงาน ทุกสายตากำลังจ้องไปที่ข้อมูลที่ฉายขึ้นจอแอลซีดีบนผนัง พลางฟังสิ่งที่ใครคนหนึ่งในห้องกำลังตั้งใจอธิบาย

แสงจากภายนอกที่ทะลุผ่านกำแพงกระจกเพียงด้านเดียวของห้องประชุมเปลี่ยนจากแสงสว่างจ้าที่เกิดจากแสงแดดที่ส่องลงพื้นปูนหน้าตึกกลายเป็นแสงสว่างนวลจากหลอดไฟนีออนหลายๆ ดวงที่เปิดอยู่ใกล้กันเพื่อช่วยกันส่องไม่ให้พื้นที่หน้าตึกต้องมีจุดใดจุดหนึ่งที่มืดไป

รู้สึกขอบคุณใครก็ตามที่ออกแบบห้องประชุมนี้ให้ยังเหลือกำแพงด้านหนึ่งเป็นกระจกใส เพื่ออนุญาตให้ใครก็ตามอีกหลายคนที่ต้องมาสถิตย์อยู่ในห้องนี้เหมือนกับฉันตอนนี้ ได้เห็นความเป็นไปที่อยู่ภายนอกได้บ้าง ไม่ต้องทนอุดอู้กับผนังปูนสีขาวที่ล้อมอยู่เกือบจะทุกด้าน

สภาพสมองตอนนี้บอกเลยว่ารู้สึกล้าอย่างจริงจังจากการที่ต้องตั้งใจฟังเพื่อนร่วมทีมพูดถึงงานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบคนละไม่ต่ำกว่า 3 งานหลัก ซึ่งรายละเอียดแต่ละงานก็ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว 

หนักหน่อยก็อาจต้องฟังการอัพเดทงานของบางคนที่ต้องดูแลมากถึง 7 อย่าง รวมกันทุกคนแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 20 งานกันเลยทีเดียว

หากฟังเฉยๆ ปล่อยให้สิ่งที่เพื่อนพูดออกมาผ่านเข้าหูข้างหนึ่งและปล่อยให้ทะลุออกจากหูอีกด้านหนึ่ง แล้วก็ให้มันลอยหายไปในอากาศเฉยๆ ก็คงไม่ได้ทำให้รู้สึกล้าได้ขนาดนี้

แต่เมื่อต้องใช้งานสมองเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่ได้ยินและคิดตามไปด้วยตลอดระยะเวลาการประชุม มันก็ทำให้สมองต้องทำงานหนักไม่ใช่น้อย

การประชุมที่ยาวนาน ปริมาณงานที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบ ถ้าใครเป็นพนักงานออฟฟิศคงรู้สึกว่านี่คือเรื่องที่สุดแสนจะธรรมดามาก แต่ขณะเดียวกันมันก็ดูดพลังชีวิตไปได้มากเช่นกัน

แอบมหัศจรรย์อยู่ในใจว่าหัวหน้าของฉันรับมือกับงานที่ต้องดูแลคนในทีมขนาดนี้ไหวได้ยังไงนะ

เล่ามาทั้งหมดนี้ ฟังดูน่าเบื่อและน่าเหนื่อยไม่ใช่เล่น แต่ถ้าถามใจฉันลึกๆ แล้ว ภายใต้ความล้านี้ ฉันแอบรู้สึกมีความสุขมาก

เปล่านะ ฉันไม่ใช่พวกชอบความซาดิสม์

การรวมตัวมาอยู่ในที่เดียวกัน มันทำให้เราทุกคนรู้ถึงความเป็นไปของเพื่อนร่วมทีม เห็นปัญหาที่เพื่อนจะต้องเจอ

ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันเสนอ ช่วยกันแนะนำจากมุมมองที่ต่างกันออกไป ได้ช่วยกันอธิบายเมื่อมีใครไม่เข้าใจ

และได้เข้าใจถึงเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เพื่อนไม่สามารถทำงานให้เราได้ทันใจทุกครั้งหรือเป็นไปอย่างที่เราต้องการทุกครั้ง

ทุกครั้งที่เราได้มารวมตัวกัน ฉันรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของทีมเวิร์คที่เหนียวแน่นขึ้น จากปกติที่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของพวกเราก็ดูจะเหนียวแน่นอยู่มากแล้วจนคนนอกทีมบางคนอาจจะแอบสงสัยว่าเพราะอะไรกัน

เรากินข้าวด้วยกัน เราพูดคุยกันจนเลยไปไกลมากกว่าแค่เรื่องงาน

ตั้งแต่เรื่องที่แทบจะหาสาระไม่ได้อย่างเรื่องดารา จนมาเรื่องที่มีสาระขึ้นมาอีกหน่อยอย่างเรื่องเที่ยว ไปจนถึงความเป็นไปของชีวิตส่วนตัว และเลยไปถึงปัญหาชีวิตหนักหน่วงที่ต้องการคำปรึกษา

และด้วยเทคโนโลยีของไลน์ทำให้การพูดคุยกันไม่ได้หยุดอยู่แค่วันจันทร์ถึงศุกร์แต่ยังเลยไปถึงวันหยุดจนบางทีก็แอบนึกขำๆ ว่าเราคงรักกันมากเกินไปแล้วหรือเปล่า

บ่อยครั้งเรากันเองเคยสงสัยกันเองว่าอะไรนะที่ทำให้เราสามารถทำงานอยู่ที่นึงได้ยาวนานโดยที่ยังไม่คิดที่จะลาออกไปที่ไหน

แล้วก็ได้คำตอบร่วมกันว่าเพื่อนร่วมทีมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดไม่แพ้เนื้องานที่ต้องรับผิดชอบและหัวหน้า เพราะนั่นทำให้ฉันยังยินดีที่จะตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางมาทำงานในที่ที่ทำให้สุขใจได้เรื่อยๆ

(แอบสบายใจที่ฉันไม่ได้คิดไปเองว่าพวกเราทุกคนมีความสุข)

ถ้าการเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง การมีเพื่อนร่วมทีมดีก็ทำให้มีใจเกินกว่าครึ่งไปอีกหลายเท่าตัว และสามารถที่จะพร้อมใจกันนำพาทีมไปสู่ชัยชนะเช่นกัน

อยากขอบคุณทุกวันที่เราได้มาเจอกัน #my365happydays ในวันนี้คือวันที่ฉัน happy มากจริงๆ

SHARE
Written in this book
My 365 Happy Days
Writer
I_Am_Nida_A
writer
เพราะทุกวันมีเรื่องราวให้เราได้บันทึก

Comments

nenetty
3 years ago
เรื่องนี้น่ารัก น่าแชร์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อ่าน อ่านแล้วก็คิดถึงมิตรภาพในการทำงานและช่วงเวลาดูดวิญญานแบบนั้นจังเลย #ฉันชอบความซาดิสม์
Reply
I_Am_Nida_A
3 years ago
มีบางคนได้อ่านแล้วเหมือนกันล่ะ กลับมาๆ มาร่วมโดนดูดวิญญาณร่วมกัน 5555