เมื่อฟุตบอลเล่นคนเดียวไม่ได้.. การทำงานก็เช่นกัน
คำสอนหนึ่งที่ผมได้รับมาตอนทำเอเจนซี่ ก็คือเรื่องของการ "เตะบอล"

เจ้านายของผมในเวลานั้นสอนผมเอาไว้ว่า 

การทำงานมันก็เหมือนการเตะบอล มันเป็นเรื่องของการเล่นเป็นทีม

เราเปรียบชิ้นงานเป็นเหมือนกับลูกฟุตบอล
และมองเป้าหมายคือประตูของทีมคู่แข่ง

เราจะทำยังไงที่จะพางานไปสู่เป้าหมายที่สำเร็จลุล่วงได้

บางขั้นตอนเราเลี้ยงบอลอยู่คนเดียวได้ 
แต่ถึงจุดหนึ่งเราก็จำเป็นต้องจ่ายบอล

ทีมงานของเราก็คือเพื่อนร่วมทีม เราช่วยกันพาลูกบอลไปถึงประตูของอีกฝั่งด้วยกัน โดยที่เราแต่ละคนล้วนมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป

เมื่อเริ่มเกม..

เรารับบอลจากเพื่อนร่วมทีมมา เลี้ยงบอลไปสู่จุดที่ดีที่สุดที่เราทำได้ ..แล้วก็เปิดบอลให้กับเพื่อนคนต่อไป ตอนเปิดบอลเราก็ต้องเปิดแบบตั้งใจ ไม่แรง ไม่เบาจนเกินไป เรียกว่าน้ำหนักต้องพอเหมาะ เตะอัดเพื่อนไป บอลก็กระฉอกออกนอกสนาม เตะแรงไปเพื่อนก็วิ่งรับบอลไม่ทัน

เพื่อนร่วมทีมบางคนอาจจะชอบเล่นบอลชายเดี่ยว ตอนแรงดี ๆ ก็อาจจะลากข้ามสนามได้อยู่สองสามรอบ แต่ท้ายที่สุดแรงมันก็ต้องหมด ทีนี้ตอนดันอยากจ่ายบอล เพื่อนร่วมทีมก็พาลหมั่นหน้าไปตั้งแต่เลี้ยงโชว์รอบแรกแล้ว ท้ายสุดทีมก็แพ้อีกเช่นกัน เลยไม่มีใครอยากรับบอลต่อ

เพื่อนร่วมทีมบางประเภทชอบเป็นโค้ช ตัวเองไม่วิ่งไปรับบอล แต่ชี้นิ้วสั่งกับอ้าปากพูดอย่างเดียว พวกนี้ก็เหนื่อยที่จะทำงานด้วย ยิ่งทีมที่ดันมีโค้ชเยอะ ๆ เผลอ ๆ น้ำลายท่วมสนามกันเสียเปล่า ๆ ก่อนงานจะเสร็จ

ซึ่งมองแล้วการเล่นบอลเป็นทีมกับการทำงานเป็นทีมเลยมีอะไรเหมือนกันมากมาย เพียงแต่ในชีวิตจริงบอลที่จ่ายไม่ดี จ่ายแรง จ่ายเบา มันไม่ได้เรียกว่าบอล มันเรียกว่าขี้ พอเราปาขี้กันไป ๆ มา ๆ แม้จะโดนมากโดนน้อย ตัวเราก็เหม็นขี้อยู่ดี..


SHARE
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments