ขายงานที่ดี ขายงานที่ผ่าน ขายงานที่ดีให้ผ่าน?
ก่อนจะอ่านไปจนจบ ผมบอกตรงนี้ก่อนเลยว่าผมไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับประเด็นนี้ แต่ผมรู้ว่าอยากจะทำอะไรต่อไปเท่านั้น..

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปนั่ง (ร่วม) เรียน (ช่วงสั้น ๆ เพราะหนีออกมาก่อน ><) ในหลักสูตรเรื่อง UX ของคุณแบงค์ อภิรักษ์ ปนาทกูล ผู้เชี่ยวชาญด้าน UX อันดับต้น ๆ คนหนึ่งของประเทศไทย

ระหว่างเนื้อหาช่วงเริ่มต้นที่ผมได้มีโอกาสร่วมฟังด้วยนั้น มีประเด็นหนึ่งที่ทำผมจุกเอาเล็ก ๆ คือว่า.. (ผมจำคำพูดไม่ได้ทั้งหมดนะครับ ขอยกแนวคิดมาแล้วใช้คำพูดของผมเองละกัน)

เราขายงานที่ดีที่สุดหรือเปล่า? หรือเราแค่ขายงานเพื่อให้ผ่าน?

มันเป็นประเด็นที่ทำให้ผมต้องมานั่งหวนคิดถึงการทำงานของตัวเองจริง ๆ 

ตัวผมเองนั้นผ่านงานมาอยู่หลายด้านพอสมควร เริ่มจากด้าน IT Consult ใน Big 4 แห่งหนึ่ง ทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์ร้านอาหารในเมืองไทยอยู่สองแบรนด์ในช่วงรุ่งโรจน์สุด ๆ ของแบรนด์ทั้งสอง (ปัจจุบันแบรนด์หนึ่งพับฐานไปแล้ว ส่วนอีกแบรนด์หนึ่งก็ลดขนาดลงจนน่าใจหาย) จากนั้นก็กลับมาทำงานด้าน IT อีกครั้งใน Software House ของคนไทย แล้วก็ไปทำมีเดียเอเจนซี่ใหญ่ระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง จนสุดท้ายกลับมาทำ สนพ. อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

จากที่โม้ไปจะเห็นว่าผมโชคดีมีโอกาสได้ทำทั้งองค์กรแบบใหญ่ - เล็ก และแบบ Local - International และมีโอกาสเป็นทั้งผู้สั่งงาน และ ผู้ตรวจรับงาน

มีจุดร่วมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับทุกตำแหน่งงานเหล่านั้น คือผมต้องขายงานให้ผ่านอยู่เสมอ ๆ
ในงานขององค์กรที่เป็นแบรนด์ ผมต้องขายงานให้กับพนักงานที่อยู่ระดับสูงกว่า และหัวหน้างาน
ในงานของเอเจนซี่ และที่ปรึกษาผมต้องขายงานให้กับลูกค้า

จำได้ว่าแรก ๆ ก็อยากขายงานที่คิดว่าดีที่สุดให้กับลูกค้าหรือเจ้านายอยู่เสมอ ๆ 
แต่ยังไงก็ไม่รู้ระหว่างการเดินทางสิบกว่าปีที่ผ่านมา.. อยู่ ๆ ผมก็ชอบที่จะขายงานที่คิดว่ามันจะขายผ่านไปซะแล้ว!!
แม้จะยังตะหงิด ๆ ว่าอยากให้มันดีที่สุดอยู่ด้วยบ้าง แต่ก็อดเผลอที่จะแอบปรับงานให้ตอบรับกับสิ่งที่คาดเดาเอาไว้ว่าจะได้การยอมรับอยู่เรื่อยไป

ซึ่งในแง่มุมของการขายงานมันดีมั้ย ผมคิดว่าดีนะ เพราะมันขายผ่านไวขึ้นมาก มันตอบโจทย์ที่ลูกค้าตั้งมาได้แบบทีละข้อทีละข้อเลย

แต่ถ้าถามว่ามันดีที่สุดสำหรับทุกงานหรือไม่ ผมว่ามันไม่ดีที่สุดละ เพราะหลายครั้งตัวแปรที่จะเกิดงานที่ดีที่สุดมันมีอะไรมาประกอบมากมายเหลือเกิน อย่างเช่นเวลา บางครั้งเพื่อจะขายงานที่ดีที่ดีสุดมันใช้เวลามากมายมหาศาลจนทำให้เราหลับหูหลับตาทำตามที่นายจ้างสั่งไปโดยไม่คิดอะไร (ดูงานราชการซิครับ) ดังนั้นสิ่งที่ออกมามันเลยกลายเป็นอะไรที่อาจจะไม่ใช่ดีที่สุดแน่ ๆ มันแค่เป็นอะไรที่คนตรวจรับงานชอบใจก็แค่นั้นเอง

หลังจากฟังวันนี้มา ผมเลยกลับมานั่งมองตัวเองอีกครั้ง และคิดที่จะปลุกจิตสำนึกตัวเองให้ตื่นเพื่อนำเสนองานที่ดีที่สุด.. ให้ผ่านไปด้วย แน่นอนว่ามันจะต้องใช้เวลามากขึ้น ความพยายามมากขึ้น การลงมือทดสอบมากขึ้น การหาข้อมูลมากขึ้น ..แต่แน่นอน ผมว่าผมจะภูมิใจในตัวเองมากขึ้นนะ

ขอเริ่มไปทดลองก่อนล่ะครับ ><




SHARE
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments