การศึกษา 2016
รู้ไหม ? มหาลัยการศึกษากลัวอะไร ก็กลัวไม่มีอะไรจะสอนหนะสิ หรือถ้าสอนทุกคนเป็นผู้ประกอบการกันหมด แล้วจะสอนใครเป็นพนักงานหละ องค์กรใหญ่ๆ ก็ลงทุนสร้างมหาลัย ผลิตพนักงานขึ้นมาเองเลย ผมกำลังจะพูดถึงการสร้างคนที่มีคุณภาพ และการเพิ่มความน่าสนใจให้การศึกษา หรือการแตกไลน์ธุรกิจ ให้กับธุรกิจการศึกษา เพราะตัวมหาลัยเองมีระบบทุนการศึกษา และการหาทุนวิจัยเพื่อลงทุนอยู่แล้ว 

          Jobnisit / Adecco / LinkedIN / EF / issuu ทำไมตอนเรียนผมไม่รู้จักเว็ปไซต์พวกนี้นะ หรือทำไมการตลาดเขาไม่สอน CANVAS ให้ผมละ ก็พวกมันเพิ่งจะมีไง มหาลัยเองก็ยังไม่รู้จัก แต่คุณเป็นมหาลัยนะ นี่คือตัวช่วยในการออกแบบการศึกษา เมื่อ Adobe กลายเป็น CC เมื่อข้อมูลถูกโอนย้ายไปสู่รูปแบบ Digital การใช้เครื่องมือ Facebook / Youtube / Pinterest / Google เพื่อเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งมหาวิทยาลัย แล้วมหาลัยจะสอนอะไรเราหละ ? จริงๆแล้ว มหาลัยควรเก่งเรื่อง Storytelling นี่คือจุดแข็ง มหาลัยกำลังหลงทางไปแข่งเรื่องการประเมินผล ถ้าคุณเล่าเรื่องไม่เก่งคุณไม่มีวันเป็นครูที่ดีได้ ไม่มีคนประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่คนไหนเล่าเรื่องไม่เก่ง          วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มีใครจำอะไรที่ผู้ใหญ่พูดในวันนั้นได้บ้างไหม ? ซึ่งไม่น่าจะมี การเริ่มต้นควรต้องสำคัญกว่าตอนจบสิ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับตอนจบ ละครตอนจบต้องดู จบมหาลัยอะไร จบคณะอะไร งั้นตอนจบของชีวิตคืออะไร ความตายสินะ แล้วคนเรายังมีชีวิตจะไปให้ความสำคัญกับตอนตายทำไม ? ตายไป ก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว (ผมลืมไป ตายแล้วไปไหน ไปนรกหรือสวรรค์ ผมเชื่อว่าเรามีชาติเดียวพอแล้วหนะสิ)

          ฉันอยากรู้ตอนจบ ใช่ ฉันก็อยากรู้ แต่ชีวิตเป็นของฉัน ถ้ารู้ตอนจบแล้ว ชีวิตตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร การศึกษามหาลัยบอกว่าเราควรมีอะไรใน 4 ปี จริงหรอ ? อย่าอวดฉลาดกันขนาดนั้นสิ ผมสามารถบอกได้ว่านักศึกษาที่จบตอนนี้ควรมีอะไร แต่ในอีก 4 ปี ข้างหน้าอะไรจะเปลี่ยนไปบ้างนั้นไม่แน่นอน แต่สิ่งที่ควรมีตอนนี้สามารถมีได้เลย แล้วทำไมเราไม่ทำให้นักศึกษาของเรามีมันตอนนี้เลยละ ปัจจุบัน หลายๆมหาลัยบังคับให้เด็กสมัคร Facebook แต่ขณะสอนห้ามนักเรียนเล่นมัน เงียบบบบบ! (อย่าคุยกันในห้อง) บ้านเราเป็นซะแบบนี้มานาน 

          ผมไม่อยากมาพูดเรื่องปลีกย่อยพวกนี้หลอก การแต่งกาย คุยเสียงดัง หลับ อ่านการ์ตูน หรือเล่นโทรศัทพ์ ไปจนถึงเล่นเกม แค่นี้ยังไม่พอหรอที่บอกว่าระบบนี้มันล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมันยากเกินไปที่จะแก้ไข จะดีกว่าไหมถ้าเราจะมาคุยอะไรที่มันได้ประโยชน์ในปัจจุบันทันทีกันเลย (2ย่อหน้าด้านบน)

          มหาลัยไม่เคยสนตารางเวลางานของเรา พวกเขาคิดว่าเราไม่ควรต้องทำงาน พอๆกับที่พวกเขาไม่สนว่าเราควรเที่ยว อาจารย์คือเจ้านาย มหาลัยคือองค์กรที่กอบโกยผลประโยชน์สูง จนต้องแข่งขันกันแย่งนักศึกษา เด็กก็อยู่ในสนามแข่ง มันไม่ใช่สังคมแห่งการเรียนรู้เอาซะเลย ก็ยังมีข้อดีนะ คือความหลากหลาย ที่ไหนมีการแข่งขันสูงที่นั่นเต็มไปด้วยความหลากหลาย เราปลูกฝังสังคมแบบนั้นให้แก่เด็กๆ ประเทศไทยจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย ด้วยสังคมที่หลากหลาย

          ไม่ดีหรอ ? ไม่ครับ โดยภาพรวมแล้วมันไม่ดีเท่าไร เรากำลังหลงทางกับคำว่าชื่อเสียง ชื่อเสียงที่ไม่ได้มาพร้อมประสิทธิภาพ เราไปหาความหลากหลายจากประเทศอื่นก็ได้ หมายถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย แต่ความหลากหลายในบ้านเรากำลังแบ่งแยกผู้คน ทำไมไม่เข้าใจกันนะเราเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน หลากหลายความเชื่อ หลากหลายความชอบ หลากหลายความคิด โดยพื้นฐานแล้วเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ต้องกิน ต้องนอน ต้องมีความรัก 

          สรุปก็คือ การศึกษาบ้านเราเป็นสภาพแวดล้อมในการฝึกเอาตัวรอด เอาตัวรอดจากคลื่นแห่งความเหงา คลื่นแห่งความเกลียดชัง คลื่นแห่งความอิจฉา ไม่ใช่สภาพแวดล้อมในการศึกษาที่ดีเท่าไร
Storytelling
ผมอยากสอนน้องๆ เล่าเรื่อง และบอกว่าสิ่งไหนจำเป็นจริงๆ
สมัคร LinkedIN
สมัคร Adecco เข้าไปทำแบบสอบถาม หางาน
สมัคร Jobnisit ลองส่งใบสมัครงาน หรือหาที่ฝึกงาน
สมัคร EF (Education First) ทดสอบภาษาอังกฤษ 
สมัคร Fastwork หรือ Skilllane ลองทำงานฟรีแลนซ์
สมัคร issuu ถ้าต้องการหาเรื่องราวแรงบันดารใจ idol ข้อมูลหนังสือ
สมัคร Pinterest ไว้หาแบบอย่างที่น่าสนใจ
สมัครหรือรวมกลุ่มกันเล่าเรื่องราวที่คุณสนใจผ่าน Facebook / Youtube

          จงพยามอธิบายกระบวนการขั้นตอนการทำงาน ให้เข้าใจง่ายที่สุด อย่างระเอียดที่สุด ฝึกการเป็นผู้ให้ก่อน และทดลองอ่านด้วยตัวเองว่ามันมีความน่าสนใจพอหรือไม่ ปรับปรุงแก้ไขมันจนคุณพอใจ ( แล้วจะมาอธิบาย Storytelling การเล่าเรื่องเพิ่ม )

          ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องเลิกบ่นแบบผม ช่างเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเอาซะเลย แต่ถ้าอยากสร้างความเปลี่ยนแปลงก็ลองๆบ่นดู ( เฉพาะกับตัวเอง ) หรือหาที่เหมาะๆแห่งการบ่นอย่าง Storylog ^^


ชี้นำ
          ท่านสามารถอ่านแนวคิดการแกปัญหาการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาในหัวข้อถัดไป

SHARE
Writer
TAHM
Developer Experience
เรียนจบตกงาน หางานได้ ไม่ได้เท่ขนาดนั้นหรอก นักการตลาดหนุ่มไฟแรงแหกโค้งรถพัง

Comments