"การดูหนัง อย่าไปฟังคนอื่นวิจารณ์ ว่าน่าไปดู หรือไม่น่าไปดู"
นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ตอกย้ำความเชื่อส่วนตัวของผมว่า
.
"การดูหนัง อย่าไปฟังคนอื่นวิจารณ์ ว่าน่าไปดู หรือไม่น่าไปดู"
และอีกเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการดูหนังของผม การสปอยล์หนังใส่ผม ไม่กระเทือนความรู้สึกผมเวลาไปดูครับ ไม่รู้ทำไม ยังหาเหตุผลไม่ได้ ไม่ถือว่าโชคดีหรือไม่ดีนะ ถือเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล" ไม่มีดี ไม่มีร้าย มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง
.
เพราะหนังทุกเรื่อง มันมองแล้วคล้ายประสบการณ์ชีวิต
แต่ละคนมีเป็นส่วนตัว
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเราพบกับเรื่อง/เหตุการณ์ อย่างเดียวกัน
• บางคนไม่พอใจ บางคนเฉยๆ บางคนเป็นบวก กับสิ่งเหล่านั้น
วกกลับมาที่หนังเรื่อง Steve Jobs Version Aston Kutcher ouh
ไม่ได้ไปดูในโรง เพราะเสียงกระแสที่บอกว่า งั้นๆ ไม่คุ้มค่าที่จะไปในโรง
วันนี้นั่งดู...ดีใจปนแอบเสียดาย(ไม่ถึงกับเสียใจ)
.
หนังบางเรื่องคนก็ว่าดีซะเหลือเกิน
หนังบางเรื่องคนก็ว่างั้นๆ
.
เรื่องนี้สำหรับผม ผมว่าดี
หนังไม่แสดงความก้าวร้าวของ jobs ในทางลบ แต่เลือกใช้การแสดงอารมณ์รุนแรง แล้วเน้นคำพูดที่แสดงออกถึงอารมณ์รุนแรงเพราะเขามี Vision ที่ไกลมาก มากเสียจนแม้แต่ทีมทำงานด้วยกันยังมองไม่เห็นในตอนนั้น
• การไล่ต่อว่าเพื่อนๆ ที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่ยุคในโรงรถ ว่าทำงานเหมือนคนไม่มี passion
• การแสดงอารมณ์ในฉากที่ Jobs ต้องถูกคนที่จ้างมาจาก Pepsi เป็นคนเสนอให้ถอด jobs ออกจาก CEO
• การไล่พนักงานที่มีความสามารถสูงออกเพราะเขาเชื่อว่า Typography คือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
.
แต่หนังก็พยายามแทรกความละเอียดอ่อนในใจ ซึ้งจนนำ้ตาซึม
ไม่ว่าจะเป็น
• ฉากที่ไล่ลิซ่ากับลูก(ในท้อง) ออกไปในตอนที่บริษัทกำลังจะเติบใหญ่
• ความละเอียดอ่อนในตอนที่ investor คนแรกของ apple ไม่ยกมือสนับสนุนให้ jobs อยู่ต่อ
•ฉากที่ Steve Wozniak มาบอกลาว่าจะไม่อยู่กับ Apple แล้ว เพราะ Jobs เปลี่ยนไป และการทำงานด้วยกันมันไม่สนุกเหมือนสมัยแรกๆ แล้ว
.
ผมเองไม่รู้ว่าคนส่วนมากอยากจะจดจำ Steve Jobs ในแบบไหน
แต่ลองนึกดูนะครับว่า ขนาดที่ความห่างไกลของประเทศที่เราอยู่
กับความ impact ของผลงานของ jobs มีมาถึงเราได้ขนาดนี้
แล้วคิดดูว่าคนที่อยู่ประเทศเดียวกันกับ jobs จะรู้สึกผูกพันธ์ เคารพ ให้เกียรติ ชื่นชม ฯลฯ jobs ขนาดไหน
.
หนังทุกเรื่องที่เป็นชีวประวัติ ด้วยข้อจำกัดจึงมักทำได้แค่นำเสนอบางส่วน ของทีมงานผู้สร้าง ที่อยากให้ทุกคนนึกถึงและจดจำ jobs ในแบบที่ทีมงานสร้างเขารู้สึก
.
และเราเมื่อเป็นความรู้สึกจากจิตใจของคนแล้ว เราไม่สามารถตีค่ามันออกมาเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเข้าใจ และเคารพในความรู้สึกเหล่านั้น
ว่ามันมีคุณค่ากับเขาอย่างไร
.
อย่าตีค่าของสิ่งที่เห็นด้วยประสบการณ์ที่เรามีไม่เท่าเขา
สิ่งเดียวที่ควรทำคือรู้สึกขอบคุณที่แบ่งปันความรู้สึกในใจของเขา ให้เราซึ่งเป็นคนอื่นได้ร่วมรู้สึก
.
ขอบคุณทีมงาน และ เหนืออื่นใด ขอบคุณ Steve Jobs และผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ jobs แล้วผลักดันความเชื่อของ jobs ให้ยิ่งใหญ่ออกมาอย่างทุกวันนี้
SHARE
Writer
Sahutsa
Unknow creature
Life is series of choices you make.™ "We are not what we can do, but we are thing we do."

Comments