"ชีวิตคือหนังตลกที่เขียนบทโดยนักเขียนซาดิสม์"
---เปิดเผยเนื้อเรื่องและคำหยาบคายเยอะเพื่ออรรถรส---
.
เนื้อเรื่องหลักเล่าเรื่องในยุคแจ๊ส 1930's เพลงเพราะสถาปัตยกรรมสวย
หนังพูดถึงพ่อหนุ่ม Bobby (Jesse Eisenberg) ที่อยากมาใช้ชีวิตการงานในเมืองแสงสีอย่างฮอลลีวู้ด จนเขาได้พบกับ Vonnie (Kristen Stewart) เลขาสาวคนสวยของน้าชาย ซึ่งสวยมาก ผู้ชายคนไหนเห็นก็ตายหว่ะจังหว่ะนั้น ไวท์บาลานซ์ที่ดูอุ่นๆของหนังยังเทียบแววตาของเธอไม่ได้เลย เป็นผู้หญิงที่โคตรน่าเดทด้วยและควรจบลงที่เตียงอย่างเดียวอย่าได้หลงรักเธอเด็ดขาด
.
สุดท้ายห้ามได้หรอ มีเสน่ห์ขนาดนั้น ฉลาด ร่าเริง ไม่หัวสูง ชอบดิ หลงหัวปักหัวป่ำ สำหรับผู้ชายซื่อๆการได้พบกับผู้หญิงทรงนี้ แพ้ตั้งแต่ส่วนโค้งที่มุมปากของเธอแล้ว มีชีวิตชีวาโคตรน่าตื่นเต้น คาดเดาไม่ได้
.
เงื่อนไขของรักครั้งนี้คือเธอนั้นล่อหลอมความรักอยู่กับผู้ชายอีกคนมาเสมอมา ซึ่งตัว Bobby เองก็รับรู้และ ถ้าพูดภาษาบ้านๆคือคิดว่าความดีจะชนะใจเธอไง ถถถถ ถุ้ยยยย เน่าสุดๆๆ แต่ไม่ใช่ว่าความทุ่มเทของ Bobby มันไม่ใช่ไม่ได้ผลนะ มันได้ผล ผลลัพธ์มันดีอยู่ชั่วขณะนึงด้วยนะ คือเออรักแต่ไม่ได้แปลว่าจะ ร่วมหัวจมท้ายด้วยไง
.
รอไรหล่ะจังหวะนี้แยกย้ายสิครับ อกหักแล้วพ่อหนุ่มชาวยิวคนดีคนเดิม ม้วนเสื้อกลับบ้านพร้อมความผิดหวังทั้งงานและความรัก แต่ก็นั้นหล่ะการกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาเติบโตขึ้นมีไหวพริบมากยิ่งขึ้น เพราคอนเนคชั่นของ Bobby มีโมเดลลิ่งอยู่เลยนำผญสวยๆมาจับโยนอยู่ในไนท์คลับ กิจการเฟื่องฟูสุดๆ และได้พบกับความรักครั้งใหม่ ซึ่งเป็นฉลาด มีไหวพริบ มีอารมณ์และสวย ชอบช่วงนี้ของหนังมาก ชอบการจีบของ Bobby เท่สัสเก๋าขึ้นเยอะ
.
บรรยากาศทุกวันท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สนุ่มกำลังดีนั้น และค่ำวันนึงอดีตก็มาเยือน Vonnie เธอเเวะมาที่ไนท์คลับ พร้อมมาทำให้ชายหนุ่มคนดีคนเดิมอ่อนไหวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การอ่อนไหวแต่ผู้เยาว์แต่มันเป็นความเป็นความอ่อนไหวแบบผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกมากขึ้น? แต่การเข้าใจโลกมันทำงานกับแค่สมองหรือเปล่าว่ะใจมันยังหวั้นไหวอยู่เบาๆ บทสนทนาท้ายที่ทั้งสองได้กลับมาคุยกันนั้นบ่งบอกได้เลย เออยังรักอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวใหม่ไปแล้วไง ถ้าถามว่าจะไปอยู่กับเธอไหมก็คงไม่ไป แต่ถามว่ารักไหมยังรักอยู่ ไม่ใช่แค่ยังรักสิ แต่รักเสมอมาเผลอๆอาจรักตลอดไปด้วยซ้ำ.
.
ชอบการแสดงของ Jesse มึงดราฟร่างลุง woody มาเลยนี้หว่าท่ายืนเท้าเอวหลังค่อมๆและแพล่มมากๆ
.
หนังลุง woody allen คือคงเส้นคงวาความขี้บ่น
ชอบจังเลยแดกดันปัญญาชนแขวะบ่อยชิบหาย (อันนี้ชมชอบ)
.
แล้วก็พล็อตรองเรื่องครอบครัวนี้ก็กวนตีนดีสนุกด้วย
ครอบครัวยิวอันธพาลตัวป่วน
.
ชอบบทพูดที่ Phil Stern (Steve Carell)
"ฉันไม่ได้ลุ่มหลงไปกับของสวยราคาถูกหรอก
ฉันให้คุณค่าของเนื้อแท้และนิสัย"
.
และคำพูดพ่อของ Bobby ที่ว่า
"เสน่ห์มีค่ามากกว่าความงามนะ"
#CaféSociety. #พูดคุยเรื่องหนัง
SHARE

Comments