.......เด็กหญิง คะนึง......ตอนที่ ๑.......



ฉันเดินโซซัดโซเซ ไปที่โรงเรียนเพื่อไปขอข้าว จากครูกินสักมื้อ แต่เดินไปถึงสนามกีฬา ของโรงเรียนฉันก็ล้มลงไป และไม่ได้สติอีกเลย...

        

    คำว่าเด็กเร่ร่อน คุณๆคงเข้าใจ ไม่มากก็น้อย และใครๆอีกหลายๆคน คงไม่อยากเป็นแน่นอน และไม่อยากให้เกิดกับตนเองแน่นอนค่ะ.....
     วันนี้ ฉันจะมาเล่าถึงชีวิต เด็กคนหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า คะนึง เรามาติตามกันดูนะค่ะว่าชีวิตของเด็กคนนี้จะเป็นอย่างไร




...ชีวิตในวัยเด็ก แทบจะไม่เคยรู้จักเลย เห็นเพื่อนๆ เค้าเล่นสนุกสนาน แต่ชีวิตฉันไม่เคยได้เล่นหรือหัวเราะกับใคร รู้จักแค่ว่าทำงาน และ ทำงาน เด็กทั่วไปมักหวังเสมอว่า การได้เสื้อผ้าใหม่ๆ รองเท้าใหม่ๆ ของเล่นใหม่ๆ คือสิ่งที่มีความสุขที่สุดของเขา

...แต่สำหรับฉันแล้ว ถ้ามีข้าวสักจาน ไม่ต้องมีอาหารที่เลิศรถ ขอแค่มีปลาร้า หรือ น้ำพริก นั่นคือสิ่งที่มีความสุขที่สุดในชีวิตวัยเด็กของฉัน

...ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเดินได้ แต่ก็มีหลายๆคนที่ถามฉันว่า อนาคตมึงจะไปถึงไหน?
เพราะเรียนหนังสือก็ไม่ได้เรียน มึงจะไปทำอะไรกิน?
เรียนได้แค่ ป.2 คงไม่พ้นขายตัวกินหรอกพวกมึง!!

ฉันก็ได้แต่ตอบว่าไม่รู้ เหมือนกัน!!!
เอาแค่ปัจจุบัน ให้มีข้าวกรอกหม้อก่อน ที่จะคิดถึงอนาคต อนาคต ฉันไม่เคยเห็น และไม่เคยคิด คิดแค่ว่าจะทำอย่างไร ให้ตนเองมีกินภายในวันนี้

   ฉันรู้ว่าตนเองจน และเคยอดข้าวมาแล้ว คุณๆคงไม่เคยรู้หรอก ความอดอยาก มันทรมานแค่ไหน ฉันคนหนึ่ง ที่ได้สัมผัส มาด้วยตัวเอง ความเจ็บปวดรวดร้าว ที่ยังคงฝังใจฉันไม่มีวันลืมเลย...



   ฉันมีพี่น้อง 5 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ฉันเป็นลูกคนที่ 2 ของครอบครัว เพราะพี่สาวคนโต เป็นลูกคนละพ่อ และแม่ก็ได้แต่งงานใหม่ และมีลูกอีก 4 คน พ่อมีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก แม่มีอาชีพทำนา ฉันจำได้ไม่มีวันลืม ฉันอายุได้ 6 ขวบ ถูกพ่อตี ตามตัวมีแต่รอยฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว และยายก็มาแย่งเอาตัวไปทายา และก็รับไปดูแล และฉันก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับยายจนโต และได้เข้าโรงเรียนที่โรงเรียน บ้านขะยูง ต.ละลม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ( เมื่อก่อนขึ้นด้วย อ.ขุขันธิ์ ) พอฉันขึ้น ป.1 พ่อก็ถูกยิงเสียชีวิต และแม่ก็ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งหมด 5 ชีวิต แม่ก็มีที่นา ประมาณ 20 ไร่ แม่ก็ขายเพื่อเอามาเลี้ยงดูลูกๆจน ไม่เหลือที่นาไว้ทำกินอีกเลย แม้แต่ที่จะปลูกบ้านก็ไม่มี ต้องอาศัย ขอที่เพื่อนบ้านปลูกบ้านอยู่ชั่วคราว

   ชีวิตต้องเปลี่ยนไปหลายๆอย่าง จากที่เคยมีบ้าน จากที่เคยมีที่ทำกิน แต่ตอนนี้ต้องมาเร่ร่อน แม่ต้องพาลูกๆเดินเร่ร่อนขอทานไปเรื่อยๆ คำไหนนอนนั่นชีวิตในตอนนั้น คิดแค่เพียงว่า ขอแค่มีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอน ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว แม้ฉันจะไส่เสื้อผ้าขาดๆเก่าๆรองเท้าไม่เคยได้ไส่ เดินเท้าเปล่าผ่านทุกตำบลทุกๆอำเภอมาก็ตาม แต่ชีวิตไม่เคยอายที่จะต้องขอทานเขากิน ตื่นเช้ามาก็กินข้าวก้นบาตร และเดินทางต่อไปเพื่อไปขอข้าวตามหมู่บ้านต่างๆ พอได้ข้าวพอสมควร ก็พากันแบกกลับมาบ้าน เพื่อเอาไว้กินได้อีกหลายเดือน



   ฉันก็ได้กลับมาเรียนต่ออีกครั้ง คือเข้า ป.2 พอฉันเรียนจบ ป.2 ฉันก็ต้องออกจากโรงเรียนอีกครั้ง ชีวิตของฉันเหมือนถูกสวรรค์แกล้ง ก็ต้องหยุดเรียนเพื่อมาดูแลน้อง และให้น้องๆได้เรียน ส่วนตัวฉันก็อยู่ช่วยแม่ทำงานทุกอย่างเท่าที่เด็กอายุ 9ขวบจะทำได้ เริ่มจากเก็บผักขาย รับจ้างเก็บถั่วลิสง ปี๊บละ 5 บาท และเมื่อหมดงานเก็บถั่วลิสง ก็ไปรับจ้างเก็บถั่วเขียว หมดหน้ารับจ้างว่างๆก็เข้าป่า เก็บเศษถ่านที่ชาวบ้านเขาเผาและเก็บแล้ว ก็ยังมีเศษเล็กเศษน้อยหลงเหลืออยู่ ฉันก็ไปเก็บเพื่อเอาไปขายหาเงินช่วยแม่ และหาจับปลาจับปูขาย ชีวิตมีแต่ทำงานมาโดยตลอด

   พอฉันอายุได้ 10 ขวบ ก็ต้องระหกระเหิน ออกจากบ้านแม่พาไปฝากงานเป็นลูกจ้างขายเสื้อผ้าในตัวเมืองอำเภอขุขันธ์ ในตอนนั้น ฉันได้เงินเดือน เดือนละ 300 บาท แม่ก็เบิกล่วงหน้าไป 2 เดือน งานที่ทำงานอยู่คือขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด มีตลาดนัดที่ไหน ก็ไปที่นั้น ไปทุกจังหวัด พอทำงานนี้ได้สักพักแม่ก็มาเบิกเงินล่วงหน้าตลอด ครั้งละ 3-4 เดือน ฉันทำงานหนักมากแต่ไม่เคยเห็นเงินเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ก็ไม่เคยท้อใจ เพราะฉันคิดเสมอว่า ฉันทำเพื่อครอบครัว ฉันคือช้างเท้าหน้าของครอบครัว

   และแล้ววันหนึ่งก็มาถึง แม่ก็มาเบิกเงินล่วงหน้า แต่เถ้าแก่ไม่ให้ เพราะเงินเก่าเบิกไปได้ แค่ 3 อาทิตย์ แม่ก็ใช้หมดไปและจะมาขอเบิกล่วงหน้าเพิ่มอีก 2 เดือน เถ้าแก่เลยบอกว่า ให้ฉันทำงานให้ครบ 4 เดือน ที่เบิกล่วงหน้าไป ก็จะให้ออกแล้ว และฉันก็ทำงานจนเกือบจะครบกำหนด แม่ก็มาโวยวาย จะเบิกเงินให้ได้ เถ้าแก่โกรธมากที่มาด่าเขาเสียๆหายๆ พอแม่ด่าเสร็จก็กลับบ้านไป เถ้าแก่ก็มาลงอารมณ์ที่ฉัน ตบตีฉันเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธเถ้าแก่เลย เพราะเค้ามีบุญคุณต่อฉัน ดูแลซื้อเสื้อผ้าให้ไส่ เพราะเค้าสงสาร ที่เห็นฉันไส่เสื้อผ้าขาดๆเก่าๆ มาทำงานด้วย เขาเมตตาฉันตลอด


   วันที่ถูกเลิกจ้างงานก็มาถึง แม่ก็ไปรับ พาไปหางานใหม่ให้แต่ก็หางานไม่ได้ ก็ต้องพากันกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง มาถึงตอนนี้ ชีวิตฉันย่ำแย่กว่าที่คิด ข้าวก็ไม่มีกิน แม่ก็ต้องหาของไปแลกข้าวเดินไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขอแลกข้าวเอามาเลี้ยงลูก ฉันก็มีหน้าที่ดูแลน้องๆอีก 3 คน ส่วนพี่สาวคนโต ก็แยกตัวไปอยู่กับยาย



   ชีวิตของฉันเหมือนถูกสาป ที่ต้องให้เกิดมาแบบนี้ ต้องเป็นแบบนี้ดั่งเช่นที่เขาสาปไว้
แม่ที่เอาของไปแลกข้าว ก็หายสาบสูญไป จาก 1 เดือน ก็กลายเป็น 3-4 เดือน แม่ไม่มาหาเลย ฉันก็ต้องเลี้ยงน้องตามเวรตามกรรมเท่าที่จะดูแลได้
   แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ชีวิตก็ต้องเจ็บปวดที่แสนสาหัส เท่าไหร่นั้น ฉันตอบไม่ได้ วันนั้นทั้งวัน เรา 4 คนพี่น้องไม่ได้กินข้าวมาเลย 3 วันเพราะเงินที่ฉันไปรับจ้างก็หมดลง ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ก็ไดบอกน้องๆว่าเดี๋ยวไปหาขุดมันมาต้มให้กินนะ ให้น้องๆหาฟืนมาก่อไฟรอ
   ฉันหยิบเสียมและเดินเข้าป่าไป ไปขุดมันเทียนมาได้ประมาณ 20 หัว และได้เดินผ่านเล้าเป็ดที่อยู่ข้างๆคลองในหมู่บ้าน ฉันก็แอบส่องดู เห็นไข่เป็ดเยอะแยะไปหมด เห็นแล้วก็ได้แต่นึกถ้าเราได้ไข่เป็ดสัก 4 ฟองคงจะดีไม่น้อยเอาไปต้มแบ่งน้องๆคนละฟอง คงพอได้ต่อชีวิตไปอีกวัน แต่ความคิดตอนนั้น ไม่ได้คิดว่าการขโมยไข่เป็ดคือสิ่งที่แย่ที่สุดในชีวิต 
   ฉันก็เดินไปเปิดเล้าเป็ด หยิบมาแค่ 4 ฟองเท่าที่ต้องการ ส่วนที่เหลืออีกมากมายไม่เอา ฉันจะเอาแค่จำกัดคนในบ้าน พอได้ไข่มา 4 ฟองฉันก็จัดการต้มไข่ ต้มไปได้สักพัก เจ้าของไข่เป็ดก็เดินมาทวงไข่เป็ดคืน เขายกหม้อเทลงพื้น และด่าสารพัดที่จะด่าได้
เขาด่าเสร็จ เขาก็หยิบไข่เป็ดไส่ถังเดินกลับบ้านไป ฉันและน้องๆก็ได้แต่ร้องไห้ และมองตามไข่เป็ด ที่เจ้าของเขามาทวงคืน ฉันก็ปลอบใจน้องๆทั้งน้ำตาว่าไม่เป็นไรนะ พี่ยังมีมันเทียนที่ขุดมา เดี๋ยวพี่เอาไปล้าง และเอามาต้มให้กินนะ อย่าร้องนะ
  ถึงฉันจะปลอบใจน้องจนหยุดร้องไห้ แล้วก็ตาม แต่ตัวฉันยังคงร้องไห้อยู่ มือก็ล้างมันเทียนไปด้วยร้องไห้น้ำตาก็ไหลไปด้วยเช่นกัน รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีอาหาร อร่อยๆให้น้องกิน และวันนั้นฉันก็ต้มมันเทียนเสร็จก็ยกให้น้องๆกิน ตัวเองก็ได้แต่นั่งมองน้องๆกิน น้องๆกินจนอิ่ม เหลือมันเทียน 1 หัวทิ้งไว้ให้ ฉันก็กินแค่นั้น และดื่มน้ำเยอะๆเพื่อที่จะได้อิ่มท้อง จะได้ไม่หิว 
   และก็พาน้องๆไปส่งที่โรงเรียน ส่วนตัวฉันก็เดินเข้าป่าไปหาหน่อไม้ มาแลกข้าวเอาไว้หุงให้น้องๆกินตอนเย็น ก็ได้หน่อไม้มาพอสมควร ฉันก็เดินแลกข้าวชาวบ้าน ได้ข้าวมาประมาณ 2 กิโลน่าจะได้ ฉันก็ต้องประหยัด โดยการต้มข้าว 2 กำมือ ไส่น้ำเยอะๆจะได้พอกินและจะได้อิ่มกันทุกคน
   การกินอยู่ของฉันและน้องๆ คือต้มข้าวเปล่าๆ ไม่ไส่เหลือ เพราะไม่มีเกลือ ไม่มีน้ำปลา แม้แต่พริกยังไม่มีเลย เครื่องครัวที่จำเป็น ดั่งเช่นเกลือ หัวหอม กระเทียม หรือแม้แต่พริกเราก็ไม่มี เพราะไม่มีเงินซื้อ เพราะในใจตอนนั้น ขอแค่มีข้าว ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกับข้าว เพราะกับข้าวคงไม่มีปัญญาไปหาซื้อได้ แค่เกลือยังไม่มีปัญญาซื้อเลย คิดแค่ว่าอะไรก็ได้ ขอแค่ให้อิ่มท้องเป็นพอ



   วันหนึ่งหน้าแล้งก็เข้ามา หาผักไม่ได้ หาปูหาปลาก็ไม่ได้ ตอนนี้เราจะเอาอะไรกินหล่ะ?
แค่คิดก็ปวดใจเหลือเกิน ทรมานเหลือเกิน ข้าวที่หามาก็หมดลง แล้วต่อไปจะทำยังไงความคิดมืดไปแปดด้าน ข้าวยังไม่ตกถึงท้องมา 3 วันแล้ว จะทำยังไงดี ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำ กินแต่น้ำทั้งวัน ความคิดตอนนั้นจะไปตามหาแม่ที่ไหน นึกไปน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมา
ฉันก็ได้แต่เพ้อหาแม่ แม่จ้า แม่อยู่ไหน? แม่ยังมีชีวิตอยู่ไหม? ทำไม่แม่ไม่มาหาลูก ลูกหิวข้าวเหลือเกินแม่จ้า ลูกคิดถึงแม่เหลือเกิน ลูกไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว ทำไม่แม่หายไปแบบนี้ แล้วลูกกับน้องๆจะอยู่ยังไง?
  คิดไปก็ร้องไห้ไป แล้วฉันก็เดินโซซัดโซเซ ไปที่โรงเรียนเพื่อไปขอข้าว จากครูกินสักมื้อ แต่เดินไปถึงสนามกีฬา ของโรงเรียนฉันก็ล้มลงไป และไม่ได้สติอีกเลย และมารู้สึกตัวอีกทีว่าตนเองอยู่ในห้องพยาบาล ของโรงเรียน อาจารย์ ฉลวย ถามฉันว่า คะนึง เธอเป็นอะไร? ทำไม่ถึงมาเป็นลมที่สนามได้?
   ฉันก็ตอบครู ทั้งน้ำตาว่า คุณครู หนูหิวข้าว หนูไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว อาจารย์ ฉลวยก็จูงแขนไปในโรงครัว ของโรงเรียน หาข้าวและกับข้าวมาให้กิน ฉันกินเหมือนคนไม่เคยพบไม่เคยเจอกินจนจุก และอาจารย์ ฉลวย ยังคงนั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน ถามฉันว่า คะนึง เธอไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน แล้วน้องๆกินอะไรกัน? และแม่เธอไปไหนทำไม่ถึงเป็นแบบนี้หล่ะ?
ฉันได้แต่น้ำตาไหล พูดทั้งน้ำตาออกไปว่าแม่เอาของไปหาแลกข้าว และไม่กลับมาอีกเลย
อาจารย์ ฉลวย ถามต่อว่า แล้วแม่ไปนานหรือยัง?
ฉันก็ตอบกลับไป ว่าแม่ได้หายไปได้ 4 เดือนแล้วยังไม่กลับมาเลย และติดต่อไม่ได้ ฉันก็ได้แต่รอ ให้แม่กลับมา . . . .




 *เรื่ิองนี้ เป็นเรื่องจริงของพี่คนหนึ่งซึ่งพี่เค้าอยากจะถ่ายทอดให้ได้อ่านกัน อ่านแล้วก็คอมเม้นท์
และแนะนำกันด้วยนะครับ ตอน ๒ จะมาในเร็วๆนี้*
 


SHARE

Comments

Sammysonya
2 years ago
😭
Reply