วิปัสสนากรรมฐาน
แอดมินกลับมาแชร์ประสบการณ์ไปปฏิบัติธรรม ที่มูลนิธิวิปัสสนาเชียงใหม่ (วัดห้วยส้ม) ตามสัญญานะครับ

วันที่ไปถึงก็ตื่นเต้นแล้ว เพราะเที่ยวบินที่ไปดีเลย์นิดหน่อยบวกกับกระเป๋าออกมาช้า 9.45 ถึงได้ออกมา น้องที่รู้จักกันมารับ ทั้งที่อยู่ตั้งไกล ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

พยายามรีบไปให้เร็วที่สุด เพราะในเวปไซต์บอกว่า ให้มาถึงไม่เกิน 10 โมง ไม่งั้นจะไม่อนุญาติให้เข้ารับการอบรม แต่ก้อมีคนที่มาสายเหมือนกันหลายคนเหมือนกัน

เริ่มเข้าฟังการปฐมนิเทศ ซึ่งมีกฎระเบียบเยอะมาก แต่ก็เข้าใจว่าต้องวางไว้เพื่อให้ผู้มาปฏิบัติ (โยคี) ได้รับประโยชน์สูงสุด การปิดวาจาและไม่ให้มีเครื่องมือสื่อสารใด ๆ เพื่อให้โยคีกำหนดอยู่ในสติและสมาธิของตนเอง

จากนั้นก็เริ่มการปฏิบัติตอนทานข้าวเที่ยงเลย ด้วยการกำหนดอิริยาบทย่อย คือ ให้สติรับรู้ทุกขั้นตอนของการรับประทานอาหาร ตั้งแต่ตอนเห็น อยากทาน หยิบจับช้อน ตัก ใส่ปาก เคี้ยว กลืน ให้สติจดจำและระลึกรู้ในปัจจุบันขณะ ว่ากำลังทำอะไรอยู่

อาหารทุกมื้อเป็นมังสวิรัตเพื่อตัดความยุ่งยากเรื่องข้อจำกัดในการทานของแต่ละคน

จากนั้นเป็นการเดินจงกรม เพื่อเพิ่มกำลังสติ กับนั่งสมาธิ

มีการออกกำลังกายด้วยหว้ายตันกง ทำวัตรเช้า ขอสมาทานศีล ธรรมบรรยาย ในช่วงเช้าซึ่งเราต้องตื่นเวลาตีสี่ของทุกวัน

ส่วนช่วงเย็น จะมีการทำวัตรเย็น ธรรมบรรยาย และการปฏิบัติ

และเนื่องจากช่วงที่เราปฏิบัติตรงกับวันมาฆบูชาพอดี จึงได้มีการเวียนเทียนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

วิทยากรทั้งสองท่านเป็นฆราวาสที่ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี ประสบการณ์ความรู้ และการติดตามเหตุการณ์ข่าวสารตลอดเวลา ทำให้เนื้อหาที่บรรยาย สนุกน่าติดตาม ทันสมัย ทุกรอบของธรรมบรรยาย

ส่วนตัวค่อนข้างมีปัญหากับการเดินจงกรม เพราะสติไม่ค่อยอยู่กับตัว ทำให้ค่อนข้างลำบากในการเดิน โดยเฉพาะการเดินครั้งแรกของแต่ละวัน เพราะรู้สึกเหมือนยังไม่ตื่น

การนั่งสมาธิ มีภาวะธรรมเกิดขึ้นบ้าง เช่นสภาวะปีติ ซึ่งต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ที่เอามาแชร์ให้ฟังตอนสอบอารมณ์กับวิทยากร เพื่อจะได้รับคำแนะนำ ข้อแก้ไข ในการปฏิบัติต่อ

เวลาส่วนใหญ่ ใช้ไปกับการปฏิบัติ เพราะช่วงวันแรก ๆ คนใหม่จะไม่ค่อยมีสมาธิในการปฏิบัติด้วยตนเอง จึงเน้นการเข้าห้องกรรมฐาน เพื่อให้มีการปฏิบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยในช่วงวันแรก ๆ จะมีอาการทางกาย (เวทนา) ที่เห็นชัดที่สุด

ความรู้สึกต่อต้าน อยากกลับบ้าน จะค่อนข้างรุนแรงใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้นเมื่อเห็นผลดีของการปฏิบัติ โยคีจะเริ่มตั้งใจปฏิบัติกันมากขึ้น

ในคืนวันสุดท้าย มีการออกมาแชร์ประสบการณ์ระหว่างในคอร์ส 7 คืน 8 วันนี้ ซึ่งต่างก็มีเรื่องราวประทับใจ ประหลาดใจ กันแทบทุกคน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับกลับไป และอยากชักชวนคนรอบข้าง ให้ได้มาปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกัน

ลองไปปฏิบัติกันดูครับ เพราะมันคือ "หนึ่งเหตุผล" ในการเกิดมาเป็นมนุษย์ของพวกเราทุกคน

Cr. fanpage "รู้ไว้เพิ่มสุข"


SHARE
Writer
thara
Writer
Fanpage: รู้ไว้เพิ่มสุข, พนารัตน์, backpackerthai, theiconlek lineID: tharap

Comments