มนุษย์ 'ล่องหน'
การล่องหนท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก เป็นสิ่งเดียวที่ หัวใจ....ของผมปราถนา ในเวลาที่ผมกำลังรู้สึกเจ็บปวด สิ้นหวัง หรือท้อแท้ หากมันทำได้...สิ่งเดียวที่ผมอยากจะเป็นมากที่สุดในตอนนี้...นั่นก็คือ มนุษย์ล่องหน..มนุษย์ล่องหน คำที่ใครๆก็รู้จักความหมายของมันดีมันหมายถึง การไม่มีตัวตนในชั่วขณะ  เลือนลางและจางหายไปจากสายตาของผู้คนรอบข้าง หายไปแบบไม่คงเหลืออะไรอยู่ให้เป็นที่จดจำ ให้เป็นที่รู้สึกถึง...ตามสถานะการณ์ต่างๆที่เราพบเจอ 

เวลาเจอกับปัญหาระยะแรกๆ คนเรามักอยากจะหาพื้นที่เงียบๆอยู่คนเดียวเพื่อซ่อนตัวและหนีให้พ้นจากสายตาของคนรอบข้าง เพราะคงไม่มีใครอยากให้คนอื่นเห็นตัวตนของเราในวันที่อ่อนแอที่สุด....คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นเห็นน้ำตา เห็นสีหน้าของความเศร้า หรือแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดหรอกจริงมั้ย....กับบางสถานะการณ์ถ้าเลือกได้ เราก็อยากจะเลือกเก็บมันเอาไว้คนเดียว รับความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ที่เราคนเดียวไม่อยากเล่าหรือพูดอะไรให้ใครฟัง...

ผมเชื่อว่า คนเราไม่สามารถเล่าทุกอย่างที่อยู่ในใจ ออกมาให้คนอื่นรับฟังได้ทั้งหมดหรอก ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน ก็ต้องมีบางเรื่องที่เราอยากจะเก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด อยู่ภายในใจรอเวลาที่มันจะจางหายไป แม้จะเจ็บปวด อึดอัด หรือท้อแท้มากแค่ไหนก็ตาม

เหมือนกับความรู้สึกของผมในตอนนี้ ผมอยากจะล่องหนหายไปจากตรงนี้ตรงที่ๆผมกำลังยืนอยู่ หากผมทำได้ผมอยากจะหายไปสักพัก...หายไปจากสายตาของผู้คน ผมไม่อยากรับรู้หรือได้ยินเสียงของอะไรทั้งนั้น...

ไม่ใช่เพราะผมอยากจะปิดกั้นตัวเองออกจากคนอื่นหลอกนะ แต่กับบางเรื่องที่ผมเจอมันก็ยากเกินกว่าจะยืนสู้และรับมันไหวจริงๆ...

ผมรู้ดีคงไม่มีใครเข้าใจถึงความรู้สึกที่ผมเป็นอยู่ในตอนนี้ คงไม่มีใครรู้และสัมผัสถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอม ที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองได้หรอก...

ผมจึงเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้และไม่พูดทุกเรื่องที่ผมคิด ไม่พูดทุกสิ่งที่ผมรู้สึกออกไปทั้งหมด ผมเลือกที่จะหยุดความรู้สึกทุกๆอย่างเอาไว้ที่ตัวผมเพียงคนเดียว...ผมเป็นคนสนุกสนานเฮฮานะผมใช้ชีวิตของผมไปเรื่อยๆ อะไรที่คิดว่าสนุกผมทำ อะไรที่คิดว่าผมชอบผมทำ ผมใช้ร่างกายเรียนและทำงานอย่างหนักหามรุ่งหามค่ำ ประหนึ่งผมไม่เคยได้ใช้มันมาก่อน ผมรับฟังมากกว่าพูด ผมแบกความรู้สึกของคนอื่นเอาไว้ โดยที่ไม่เคยหันมามองความรู้สึกของผมเองเลย...ไม่เคยเลย

จนวันหนึ่งชีวิตของผมเริ่มหักเห หลายๆเรื่องพุ่งเข้ามาหาผมซึ่งผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน ผมยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำกับสิ่งที่เกิดขึ้น...จนผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมวะ ทำไมโลกถึงไม่เคยยุติธรรมกับผมบ้างเลย ผมทำอะไรผิดทำไมต้องเป็นผมตลอดเลย คำถามมากมายผุดขึ้นมาในสมองของผมซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างงั้น 
.......แต่ผมไม่เคยหา คำตอบ ได้เลย!!

คุณเคยเป็นมั้ย มันจะมีบางช่วงที่ความรู้สึก อยากล่องหนหายไป เริ่มเกิดขึ้นมาในสมอง ตอนที่เรากำลังเจอกับปัญหามากมายรุมล้อม...อย่างเช่น

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรจะคิดอะไรก็ดูยากไปหมดทั้งที่คุณพยายามและตั้งใจเต็มที่แล้วแต่ผลลัพธ์ออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ไม่ว่าคุณจะพยายามวิ่งหนีสิ่งที่ทำให้คุณเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่คุณกลับไม่เคยหนีสิ่งเหล่านั้นได้เลย เพราะสิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำของคุณไม่เคยจางหายไป

ไม่ว่าคุณจะพยายามมอบความรักให้คนที่คุณรักมากเท่าไร ใส่ใจแค่ไหน แต่คุณกลับเป็นได้มากสุดก็แค่ น้องสาว พี่ชาย เพื่อน (ที่แสนดี) หรือบางคนที่มีคนรักอยู่แล้วแต่กลับเป็นได้แค่ผู้รอ เป็นได้แค่ฝ่ายตามมีอยู่แต่รู้สึกเหมือนไม่มีแต่เพราะรักมากจึงทนอยู่ต่อไปหรือเดินจากมาโดยแบกความรู้สึกเอาไว้คนเดียว

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ที่ทำงาน เงิน เพื่อน ความรัก หรืออะไรก็แล้วแต่

ถ้ามันเข้ามาทีละเรื่องมันก็คงไม่เกิดปัญหาอะไรมากหรอก อย่างน้อยมันก็อาจจะยังพอรับมือกับปัญหาพวกนั้นได้บ้าง แต่ถ้ามันดันเข้ามาหาเราพร้อมกันมากๆเข้า ผมคิดว่ามันคงเหมือนกับเรากำลังขับรถอยู่ดีๆแล้วเจอทางตัน หาทางออกไม่ได้ สุดท้ายเมื่อเราโทษใครไม่ได้เราก็จะเริ่มโทษตัวเอง เริ่มโยนความผิดทุกอย่างให้กับตัวเองทั้งๆที่ตัวเราอาจจะไม่ได้เป็นคนผิดทั้งหมดก็ได้...คงเป็นเพราะเราทำอะไรไม่ได้การโทษตัวเองเลยถูกดึงมาใช้มากที่สุด เพื่อลดคำถามที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ

สำหรับผมน่ะผมกำลังยืนอยู่ในจุดนั้น จุดที่ผมทำอะไรไม่ได้ ทำได้ดีสุดก็แค่ยืนมองตัวเองถูกลูกศรปักตรงมาที่หัวใจทีละดอก ทีละดอก โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากอดทน และคิดว่าถ้าผมล่องหนหายไปก็คงจะดีลูกศรจะได้เลิกพุ่งตรงมาปักที่หัวใจของผมสักที...
บางครั้งเราก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากยืนดูและคิดว่ามันคงดีอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...ซึ่งความจริงแล้วเราเองก็ไม่รู้ซะด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นแบบนั้นรึเปล่า
มนุษย์ล่องหนไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายที่ถูกลืมจากสังคมหมู่มากอย่างเดียว เพราะบางทีเราก็อยากล่องหนหายไปจากสังคมหมู่มากหายไปอยู่คนเดียวสักพักได้เหมือนกัน

แล้วคุณล่ะเคยรู้สึกอยากเป็น มนุษย์ล่องหน บ้างรึเปล่า?

The story of my life.
JIRA.

SHARE
Written in this book
The story of my life.
แรงบัลดาลใจจากเรื่องราวแง่มุมด้านลบของชีวิต ที่จะทำให้ได้รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
Writer
JIRA_365
Writer
นักเล่าเรื่องเศร้าแง่มุมด้านลบของชีวิต :) ถ้าไม่มีใครอยู่ข้างๆคุณ งานเขียนของฉันจะคอยอยู่ข้างๆคุณเอง The story of my life #JIRA ฝากเพจด้วยนะคะ https://www.facebook.com/JIRA365/

Comments

Nana_Paweena
3 years ago
สู้ๆนะคะ อ่านแล้วโดนใจมาก น้ำตาไหลเลย เราเคยผ่านจุดที่มีทุกเรื่องเข้ามาในชีวิตมาครั้งที่2แล้วค่ะ ครั้งแรกแทบอยากจะตาย แต่คิดซะว่าเด่วมันก็ผ่านไปค่ะ แล้วมันก็ผ่านไปจริงๆ วันนี้มีมรสุมมารอบที่2 เครียดนะคะ แต่พยายามทำบุญ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมค่ะ  คิดว่าชีวิตเราต้องดีขึ้นแน่ค่ะ ผู้เขียนลองล่องหนแล้วไปเที่ยว ไปทำบุญ ไปทำสิ่งดีๆดูนะคะ แต่ทุกสิ่งที่ทำ ต้องรักตัวเองก่อนค่ะ ล่องหนได้แต่อย่าทำร้ายตัวเองค่ะ สู้ต่อไปนะคะ ครั้งหน้าอาจจะเป็นเรื่องของความสำเร็จแทนก็ได้ค่ะ จะรออ่านนะคะ
Reply
JIRA_365
3 years ago
ขอบคุนนะคะ ที่ชอบบทความที่เขียน จะลองดุนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำด้วยนะคะ สุ้ๆเหมือนกันนะคะอ่านละมีกำลังใจมากเลย :D
Freedom_Life
3 years ago
อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ยู่คนเดียวบนโลก คงมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนเรา
Reply
JIRA_365
3 years ago
ใช่ค่ะ เราก้อเปน1ในนั้นนะและอิกหลายคนที่อ่านบทความนี้คุณไม่ได้อยุ่คนเดียวหรอกค่ะ ^^
Thegoodman
3 years ago
ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความทุกข์ สำหรับเราๆ มันจะเข้ามาเรื่อย ไม่ต่างกับคลื่นในทะเลเรย มีหนักมีเบาปนๆกันไป fight too.
Reply
JIRA_365
3 years ago
นั่นสินะคะ ยังไงเราก็ต้องเจออยู่แล้วขอบคุณสำหรับแง่คิดนะคะ สุ้ๆค่ะ ☺️
vyqur
3 years ago
คุณเลือกที่จะเก็บเราเลือกที่จะพูด สุดท้ายแล้วเราไม่เหลืออะไรเลย
แม้แต่ความทรงจำดี ๆ
Reply
JIRA_365
3 years ago
สุ้ๆพยายามเข้าค่ะมันอาจจะเหลือบ้างแหละมั้ง
SM_I
3 years ago
ไม่มีคำบรรยายเลยค่ากับการเขียนนี้ โดนเต็มๆกับตัว
Reply
JIRA_365
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบนะคะ ^^