"มิตรภาพ" คุณให้ความสำคัญกับคำคำนี้แค่ไหนกันครับ
"มิตรภาพ" คุณให้ความสำคัญกับคำคำนี้แค่ไหนกันครับ

คนบางคนมัวแต่ทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว จนทำให้ตัวเองหลุดวงโคจรของ "เพื่อน" ที่อาจจะมีการนัด reunion กันปีละครั้ง รึไปทำกิจกรรมโยนโบว์ลิ่ง ตีกอล์ฟ และอื่น ๆ ซึ่งการได้พบเจอกันบ้าง ทำให้เราจูนกันติด มีเรื่องที่จะพูดคุยกันได้อย่างไม่เคอะเขิน

เพื่อนไม่เพียงทำให้เราคลายเหงา มีความสุขในการได้อัพเดทชีวิตของแต่ละฝ่าย แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในการต่อยอดธุรกิจหรือ connection ใหม่ ๆ ได้โดยง่าย การเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเวลาที่เราเดือดร้อน เพื่อนมักจะเป็นคนที่เรานึกถึงก่อนเสมอ

แต่เพื่อนก็มีหลายจำพวก ลองหลับตานึกภาพดูนะฮะ ว่า เพื่อนที่อยู่รอบตัวเราเวลาเรามีความสุข มีจำนวนเท่าไหร่ บางคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ก็อาจเป็นหลักสิบ ถ้าคุณค่อนข้างเก็บตัว อาจได้เลขหลักเดียว เรื่องที่สำคัญกว่านั้น คือ เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ คุณ เวลาที่คุณมีความทุกข์ คนที่พร้อมจะทิ้งทุกสิ่งอย่าง เพียงเพื่อมาปลอบโยน มาให้กำลังใจ กอดคุณในยามที่คุณไม่มีใคร คุณจะเห็นว่า จำนวนที่คุณคิดออก จะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ถ้าคุณโชคดี ก็อาจมีซักสองสามคน รึอย่างน้อยมีหนึ่งคน แต่สำหรับบางคน นึกถึงใครไม่ออกเลยแม้แต่คนเดียว ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนี้ ให้ลองพิจารณาวิถีชีวิตของคุณให้ดี ๆ ครับ ว่าสมดุลในสมการชีวิตของคุณ มันมีอะไรที่มันผิดเพี้ยนไปบ้างรึเปล่า คุณให้ความสำคัญกับงานมากเกินไปรึเปล่า เมื่อหาเจอแล้ว ก็จงเปลี่ยนมันเสียใหม่นะครับ เพราะในยามที่คุณล้ม ท้อแท้ ผิดหวัง จมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ "เพื่อนแท้" เท่านั้นที่จะเป็นกำลังใจและดึงคุณขึ้นมาจากหลุมดำอันมืดมนอนธกาลได้

มนุษย์ส่วนใหญ่ย่อมคาดหวังสิ่งที่ได้รับจากสิ่งที่เค้าให้ ถ้ายังไม่ละกิเลสจนถึงขั้น เช่น ถ้าเค้าให้ความหวังดี ความรัก กับคุณ มักจะต้องการสิ่งเหล่านี้จากคุณเป็นการตอบแทน ถ้าเราละเลยหรือไม่ใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวแบบนี้ เพื่อนของคุณคนนั้น อาจเกิดการไม่พอใจ น้อยใจ เสียใจ ซึ่งถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความรู้สึกลบเหล่านี้จะเกิดการสะสมเป็นเท่าทวี กว่าคุณจะรู้สึกตัว เพื่อนของคุณคนนั้นอาจเปลี่ยนท่าทีที่มีกับคุณไปโดยสิ้นเชิง บางครั้งการจะทำให้มิตรภาพกลับมาเหมือนเดิม อาจจะเกือบเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะความรู้สึก "ดี ๆ" ที่เคยมีให้กัน ถูกแทนที่ด้วยข้อเสียของคุณที่จะกลบฝังข้อดีของคุณจนมองแทบไม่เห็นไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่ละความพยายาม ไม่ท้อ ไม่มีอะไรที่ "เป็นไปไม่ได้" ถ้าเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันก็จะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไปเลยจริง ๆ เพราะสมองจะคอยย้ำเตือนให้เราท้อ หมดกำลังใจตามสิ่งที่เราคิด ถ้าเราเชื่อว่า เรื่องนี้เราทำได้ เราก็จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ กับบททดสอบทั้งหลายที่เราต้องฟันฝ่ามันไปให้ได้ เพื่อนำเอาปิยมิตรคนเดิมกลับคืนมา

Soulmate เป็นเพื่อนที่คุณควรรักษาไว้เช่นกัน คนที่อาจรู้จักกันไม่นาน แต่สามารถเพียงแค่มองตาก็รู้ใจอีกฝ่ายได้ เข้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูด บางครั้งเข้าใจคุณมากกว่าตัวคุณเองเสียอีก บางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิต แต่หา soulmate ไม่เจอเลยก็ได้ รักษา "มิตรแท้" กับ " Soulmate" ของคุณไว้มากกว่าสิ่งจอมปลอมภายนอก อย่าง เงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์ หัวโขนทั้งหลายที่เราสวมใส่เข้าหากันในสังคม เพื่อนเหล่านี้มีค่าเกินกว่าที่คุณจะละเลยไปสนใจสิ่งไร้ค่าเหล่านั้น

บางทีความสนิทสนมกันมากเกินไป จนความรู้สึกของฝ่ายหนึ่งพัฒนาไปเป็นความรัก ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใช้การสังเกตและการตัดไฟแต่ต้นลม การไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีที่คุณมีต่ออีกฝ่าย ทั้งที่รับรู้ความรู้สึก อาจทำให้เค้าแปลความหมายไปว่า คุณเองก็มีใจให้เค้าเช่นกัน ถ้ามาถึงจุดนี้ แล้วเกิดการขัดแย้งกันขึ้นมา อาจเป็นเหตุให้มิตรภาพที่มีต่อกันมายาวนาน ต้องจบลงอย่างน่าเสียดาย

หลายคนคาดหวังอยากได้เพื่อนที่หวังดี จริงใจ เป็นคนเฮฮาสนุกสนาน แต่เคยคิดกันมั้ยครับ ว่าเราเป็นคนแบบนั้นแล้วรึยัง ตามกฎแห่งแรงดึงดูด เราจะดึงดูดสิ่งที่เรา "เป็น" นั่นคือเราเป็นคนแบบไหน คนที่รายล้อมตัวเราก็จะมีลักษณะนิสัยที่คล้าย ๆ กัน ถ้าคุณต้องการเพื่อนที่สนุกสนานเฮฮา แต่ตัวคุณเองไม่พยายามที่จะมีความร่าเริงสดใส ไม่นานเพื่อนที่มีนิสัยแบบที่คุณ "อยาก" จะเป็น ก็จะเริ่มออกจากวงโคจรชีวิตของคุณไปเรื่อย ๆ

โดยส่วนตัวผมเอง ทำ Soulmate และ "เพื่อนแท้" หล่นหายไปตามจังหวะของชีวิต ที่มีทั้งสุขและทุกข์สลับกันไป กว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปครึ่งค่อนชีวิตแล้ว ถึงคราวที่ผมจะดึงพวกเค้าเหล่านั้นกลับมาอยู่ในชีวิตของผมอีกครั้ง คุณผู้อ่านทุกคนก็เช่นกันนะฮะ ทุกอย่างไม่มีอะไรสายเกินแก้ ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เราเคยทำในอดีต เราย่อมสามารถแก้ไขทุกสิ่งอย่างได้เสมอ ผมบอกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่เกินความสามารถของพวกเราแน่ครับ
SHARE
Writer
thara
Writer
Fanpage: รู้ไว้เพิ่มสุข, พนารัตน์, backpackerthai, theiconlek lineID: tharap

Comments

Gratenne
4 years ago
นึกถึงตอนเรียนมัธยมเลย เราเรียนชายล้วนแต่เรามีความรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวในเวลานั้น เวลาทำงานถึงแม้เป็นกลุ่มหรือเดี่ยวเราก็ทำคนเดียว เป็นอย่างนี้จนเรียนจบมหา'ลัย จนมาถึงวันที่เราไม่มีคนเหล่านั้นรุมล้อม เรากลับรู้สึกคิดถึงพวกเขา คิดบรรยากาศห้องเรียนภาษาอังกฤษที่มีเสียงโหวกแหวก นึกถึงเสียงกีต้าร์เสียงร้องเพลงตอนอาจารย์ไม่อยู่ มีแต่ความคิดถึงวเหล่านี้ที่พอทำให้เรารู้สึกว่า เราเคยมีสิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิต
Reply
thara
4 years ago
ยังไม่สายเกินไปนะครับ ที่จะดึงเอาเพื่อนของเรากลับมาอยู่ในวงจรชีวิตของเราอีกครั้ง เอาใจช่วยครับ
surin
3 years ago
เจอสิ่งดีๆแบบนี้ ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดีครับ
ขอบคุณสิ่งดีๆที่ทำให้ผมคนนี้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เจตคติ ไปในทางที่ดีกับเพื่อน มิตรภาพ
Reply
thara
3 years ago
ดีใจมากครับ ที่สิ่งที่แบ่งปันไป มีประโยชน์ให้กับคุณสุรินนะครับ