"บางอย่าง" เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว

1

ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มมิชชันนารีที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยเหลือชาวบ้านบนเกาะหลีเป๊ะ
ผมไม่เคยรู้จักเกาะหลีเป๊ะมาก่อน ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศ
มารู้จาก ศาสนาจารย์ ที่เป็นหัวหอกนำทีมกว่า 10 ชีวิต ว่า
หลีเป๊ะ จัดได้ว่าเป็นมัลดีฟเมืองไทยที่ใกล้จะตายแล้ว
อยู่ใกล้ ๆ เกาะลังกาวีที่มีตำนานลือเลื่องน่าสนใจ
เป็นน่านน้ำที่อยู่ใกล้กันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย
และผมกลับมาก่อนที่จะมาข่าวชาวโรฮีนจาออกมาได้ประมาณ 2 วัน

เป้าหมายของกลุ่ม มิชชันนารี คือการช่วยเหลือด้านความรู้
ด้านการบูรณะซ่อมแซมบ้านของชาวพื้นเมืองที่มีทั้งไทยและมาเลผสมปนเปกันไป
การเดินทางกว่า 14 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ทำให้เรามาถึงที่หมาย
เป็นท่าเรือที่เราต้องทิ้งรถตู้เอาไว้เพื่อขึ้นเรือเร็วต่อจากท่าเรือใน อ.ละงู จ.สตูล
นั่งยาวไปราว 4 ชั่วโมง พูดคุยกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่นั่น
พากันปลอบใจและอาเจียนกันอยู่หลายรอบก็มาถึง

ตอนที่เรือเทียบจอด มีโป๊ะเทียบเรืออยู่กลางทะเล
เราต้องลงไปยืนรอที่นั่นเกือบชั่วโมงเพื่อรอเรือหางยาวจากทางฝั่งรับเข้าไป
ห้องน้ำที่โป๊ะเลวร้ายจนเกือบจะทำร้ายสภาพจิตใจของพวกเรากันถ้วนหน้า
ถ้าเมืองจีนหรืออินเดียคือที่สุดของประสบการณ์ที่เคยเจอมาแล้ว
ผมว่าห้องน้ำที่นี่เลวร้ายกว่าหลายเท่า
นึกภาพห้องน้ำขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ที่มีก้อนไม่พึงประสงค์กระจัดกระจาย
ป้ายแปะไปถึงผนัง มีบุหรี่ ขวดที่ใส่ปัสสาวะ ขยะเปียกเน่าเหม็น
เป็นภาพความประทับใจที่พวกเราสิบชีวิตต้องออกมาอาเจียนกันอีกหลายรอบ
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือตุ่มใส่น้ำยังมีไอ้พวกนี้ลอยอวดโฉมกันอีกต่างหาก

เราหลีกหนีความเลวร้ายที่หลีเป๊ะต้อนรับเราด้วยการกระโดดขึ้นเรือหางยาว
แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะ
คนขับเรือ บอกกับเราว่า คนที่นี่ให้ความสำคัญกับแนวปะการังชายฝั่งมาก
เพราะงั้นเลยออกกฏห้ามเรือใหญ่ขับเข้ามาเพราะจะทำให้ปะการังตาย
อีกทั้งยังเพื่อส่งเสริมอาชีพของชาวเรือที่มีเรือหางยาวเป็นของตัวเอง

2

เราได้เข้าพักใน คริสตจักรของเกาะหลีเป๊ะ
หยิบยืมพื้นที่ปักเต็นท์กันพองาม แล้วออกมาประชุมเพลิงเพื่อแจกจ่ายหน้าที่
ด้วยความที่ผมไม่เคยได้หยิบจับของหนัก ๆ มาก่อน
หน้าที่การปีนหลังคาก่อร่างสร้างกำแพงบ้านเลยไม่ตกมาถึงผม
กลายเป็นผมที่รับหน้าที่ซ่อมทีวีกับขึ้นเสาอากาศรับสัญญาณคลื่นโทรทัศน์ให้แทน
ไปตามบ้านเพื่อสอนเขาใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
ยาวไปจนถึงสอนใช้โทรศัพท์มือถือและความล้ำสมัยตามแต่กำลังคนในหมู่บ้านจะมี

พอสบโอกาสก็จะแวะมาช่วยขนกระเบื้องและหลังคาบ้านบ้าง
ถ้าว่างก็จะเปลี่ยนมาล้างจานแล้วก็ถ่ายรูปแทน
ตกเย็นก็จะมีชาวบ้านหุงหาอาหารมาต้อนรับขับสู้
ได้มีโอกาสสอนเด็ก ๆ เล่นดนตรีไปด้วยในตัว
รวมทั้งสอนความรู้เล็กน้อยเท่าที่เวลา 1 สัปดาห์จะเอื้ออำนวย

ที่ผมบอกว่าเกาะหลีเป๊ะเหมือนมัลดีฟที่กำลังจะตาย
ด้วยเพราะว่าตัวเองรู้มาว่ามีความเจริญกำลังถลำลึกเข้ามาที่นี่
นักธุรกิจกว้านซื้อที่แถวชายฝั่งแล้วนำเรือใหญ่แล่นฝ่าแนวปะการังเข้ามา
เล่าไปไม่ทันข้ามวัน ตอนที่ผมกับกลุ่มเพื่อน ๆ ออกไปเสพความงามริมชายหาด
เรือบรรทุกลำใหญ่ก็แล่นผ่านแนวปะการังมาได้หน้าตาเฉย

3

พวกเรามาเข้าใจด้วยสายตาตัวเองว่าปะการังตายเป็นยังไง
ก็ตอนที่คนในหมู่บ้านมีน้ำใจพาเราไปเที่ยวดำน้ำดูปะการังกันในวันสุดท้ายหลังงานแล้วเสร็จ
ปะการังสวยงามเสียจนพวกเราดำน้ำกันตั้งแต่เช้ายันค่ำก็ไม่อยากกลับ
เริ่มดำจากเลียบชายฝั่งลึกไปจนเห็นปะการังหักโค่นไม่เป็นสภาพ
แอ่งหินบางแอ่งที่มีปลาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะปลาการ์ตูนที่ติดภาพมาจากปลานีโม่
ก็ลี้ถัยและเห็นเศษซากของมันลอยหงายท้องขึ้นมาต่อหน้าต่อตา
คิดแล้วก็ปวดใจ...ขับไล่ภาพเหล่านั้นแล้วนั่งเรือหางยาวต่อไปอีกสักหน่อย

ไปเจอเกาะที่แปลกพิลึกเพราะที่นั่นมีหินสวยจนเหมือนถูกเจียร์ไว้แล้วทั้งเกาะ
จำชื่อเกาะไม่ได้แล้วเพราะเขาพูดภาษาถิ่นฟังเข้าใจยาก
แถวนั้นก็มีจุดดำน้ำให้ดูหลายจุดจนจุใจกันไป
แต่เรื่องปะการังชายฝั่งที่ใกล้ตายยังเป็นบทสนทนาของเราไปตลอดทาง
ได้ยินว่ายังมีการพูดคุยเพื่อกว้านซื้อที่จากชาวบ้านแถวนี้
แต่ชาวบ้านก็ยังยืนหยัดจะไม่ขายเพราะอยู่อาศัยมาแล้วกว่าหลายชั่วอายุคน

ช่วงเวลาที่เราได้คลุกคลีกับคนในหมู่บ้าน
เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจและอิจฉากับวิวตอนเช้าที่บ้านของเขา
คุณลุงคนหนึ่งมักจะถือกาแฟออกจากบ้านไปยืนชนแก้วกับพระอาทิตย์
เขาบอกว่าเขาทำแบบนี้ทุกวัน พวกเราบอกออกไปอย่างไม่ปิดบังว่าอิจฉา
เขาเลยยิ้มแล้วตอบกลับมาว่าแรก ๆ อาจจะเป็นแบบนี้ 
แต่ต่อไปก็จะชินกับความงดงามของธรรมชาติไปเองจนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

4

เราต่างมองหน้ากันและรู้สึกเห็นด้วย
เมื่อก่อนมนุษย์กับธรรมชาติเคยอยู่ร่วมกันอย่างดีไม่มีเกเร
เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำที่ตระหนักถึงความเล็กน้อยของตัวเองถ้าเทียบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...ที่เรารุกรานและพยายามที่จะเอาชนะมัน
อดคิดไม่ได้ว่า ธรรมชาติสร้างมนุษย์ แต่มนุษย์กลับทำลายธรรมชาติเสียอย่างงั้น

พวกเราขอแบ่งกาแฟจากบ้านของคุณลุงแล้วมานั่งที่กระท่อมซึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว
รอคอยแสงแรกของดวงอาทิตย์ขณะฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากคุณลุงคนนั้น
ความเจริญกำลังเข้ามา ประหนึ่งจะย้ำเตือนพวกเราว่า
เมื่อเราได้อะไรสักอย่างหนึ่งมา เราต้องจ่ายราคาหรือเสียอะไรสักอย่างที่เท่าเทียมออกไป
อดสงสัยไม่ได้เหมือนกัน...ว่าความเจริญที่รุดหน้าเข้ามาคือสิ่งที่พวกเขาต้องการไหม
หรือสิ่งที่พวกเขาเสียไปมันสมน้ำสมเนื้อกับ...
เครื่องปรับอากาศและดาวที่จะมาประดับบทรีสอร์ทใกล้ ๆ ชุมชนของเขาไหม

นึกถึงคำพูดของลุงจิก ประภาส ที่เคยบอกเอาไว้ว่า
ปัจจุบันเราอาจจะไม่คุ้นชื่อ สะคะระมาถา หรือ โซโมลังมา
คำแรกเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า หน้าผากแห่งท้องฟ้า
ส่วนคำหลังเป็นภาษาทิเบต แปลว่า มารดาแห่งสวรรค์
แต่ไม่รู้ว่าฝรั่งถือดียังไงถึงมาเปลี่ยนชื่อเป็น เอเวอร์เรส
ทั้ง ๆ ที่เขาก็อยู่กันแบบนี้มานานตั้งไม่รู้กี่ชั่วอายุคนแล้ว
ฝรั่งค้นพบอะไรก็มักจะใช้ชื่อคนที่ค้นพบเป็นจุดศูนย์กลางเรียกสิ่ง ๆ นั้น
ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างมันก็เป็นของมันมาโดยไม่ได้เดือดร้อนและสร้างความรำคาญใจให้ใคร
ให้สังเกตุชื่อที่คนโบราณนานมาแล้วตั้งไว้ให้กับสิ่ง ๆ นั้น
มันล้วนต่างนอบน้อมต่อธรรมชาติและจิตวิญญาณของมนุษย์แทบทั้งสิ้น
ทั้ง หน้าผากแห่งท้องฟ้า หรือ มารดาแห่งสวรรค์

5

คนที่นี่ยังรักและนอบน้อมต่อทะเลที่เลี้ยงดูพวกเขามาจนเติบใหญ่ผ่านรุ่นสู่รุ่น
อยู่กันมานานจนรู้จิตรู้ใจ รู้ว่าตรงไหนเธอสวย รู้ว่าไปไหนจะเห็นความน่ารักของเธอ
บ้างก็ชี้ชวนให้นักท่องเที่ยวมาลองแตะแก้มแดง ๆ ของเธอที่ปลายหาด
มีจุดให้ดูตะวันตื่น และจุดนอนกลางคืนที่เห็นดาวพรั่งพราวเหมือนฝัน
แอบเห็นใจความเจริญที่อาจจะเข้ามาช่วยให้เกาะแห่งนี้ครื้นเครง
และมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าเคย แต่ก็ยังเทใจมาที่คนในหมู่บ้านอีกนั่นแหละ
ก่อนที่รีสอร์ทและความเจริญเหล่านี้จะตบเท้าเข้ามา
เขาก็ยังอยู่แบบนี้โดยที่มีนักท่องเที่ยวไม่ขาดมานานแสนนานแล้ว

ความจริงเราก็อยากเห็นความเจริญ...ที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม
ที่อาจจะเป็นของดูต่างหน้าที่หลงเหลือเพียงอย่างเดียวของบรรพบุรุษของใครสักคน
ถ้าเป็นไปได้...เราก็คงจะไม่เผลอทำร้ายกันและกันไปโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ต้องเกลียดกัน

ใช้เวลาอยู่ที่นั่น 1 สัปดาห์
กลับมาคนที่บ้านก็เริ่มบ่นว่าดำขึ้น
เลยเข้าใจลมทะเลทางภาคใต้ ว่าทำไมถึงส่งผลให้คนที่นั่นผิวคล้ำเกรียม
ถึงจะไม่ขาวเหมือนก่อน แต่การได้ทำหลังคาให้คนในหมู่บ้าน
ได้สอนหนังสือ แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองมีมากให้กับคนอื่นที่ยังขาด
มันก็รู้สึกดีเหมือนกัน เท่าที่กลุ่มเพื่อน ๆ บอกเอาไว้
เราคงจะได้กลับไปดูปะการังพวกนั้นใหม่ และหวังว่าพวกมันจะยังไม่ตาย



SHARE
Writer
Oneword
ワンヌウン
ชอบคิด ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบเดินทาง...

Comments

oofahhoo
3 years ago
👍👏💪😆
Reply
Oneword
3 years ago
😻😻😻
Gottogo
3 years ago
ไปดำน้ำมาปีที่แล้ว แต่สายตาดันสั้น
มองอะไรไม่เห็นเลยแต่สัมผัสมัวๆเป็นสีๆ
รู้สึกว่าสวยค่ะ แม้จะเบลอก็ตาม 55
Reply
Oneword
3 years ago
^^
sopons
3 years ago
อยากไปชนแก้วกับพระอาทิตย์เลยทีเดียว
Reply
Oneword
3 years ago
^ ^
KeyLao
3 years ago
เกาหินงามรึเปล่าคะ หินมนดำ สาดน้ำใส่แล้วเป็นประกาย ที่นั่นสวยทุกเกาะเลยค่ะ ดำน้ำชมปะการังจนวิงเวียน ให้อาหารปลามาตลอดทางเลยค่ะ 5555 อยากกลับไปอีกหลายๆครั้ง
Reply
Oneword
3 years ago
^ ^
purinrr
3 years ago
แนะนำไปพักเกาะอาดังน่ะค่ะนั่งเรือข้ามฝั่งไปไม่นานที่นั้นสงบมากค่ะดำน้ำเองได้เลย. มีผาชะโดให้ปีนด้วยหวังว่าคงชอบเพราะมันสงบมาก^_^
Reply
Oneword
3 years ago
:D ขอบคุณที่แนะนำน้า