สวัสดีความดัดจริต เรารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่นะ
โลกของเราถูกปรุงแต่งด้วยน้ำมือของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่
แล้วถ้ามันถูกปรุงแต่งกันเกินควร มันจะดูดัดจริต

ฮัลโหลลลล สวัสดีความดัดจริต 
แล้วคำว่าดัดจริตคืออะไร? คือ คำสองคำที่มารวมกัน
ดัด+จริต ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า
ดัด หมายถึง ทำให้คดหรือตรงตามประสงค์ 
จริต หมายถึง ความประพฤติ กิริยาหรืออาการ 
จะว่าไปคำนี้ในความหมายได้ 2 อย่าง 
- ในเชิงบวก ดัดจรติ คงหมายถึง การประพฤติ ปฏิบัติ สงวนกิริยาให้พองาม
- ในเชิงลบ คือ การประพฤติ ปฏิบัติที่เกินงาม มองดูดัดแปลง ผิดแปลก หรือมากเกินไป 
ในปััจุบันนี้ คำว่า ดัดจริต น่าจะหมายถึงความหมายในเชิงลบเสียมากกว่า 

"อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องติดป๊อป" เป็นประโยคที่คุ้นหูและเสียดสีสังคมได้ดี "เมืองดัดจริต" ใครละให้นิยาม ก็คนนั่นแหละ แล้วใครอีกล่ะที่ทำให้เมืองเป็นเมืองดัดจริต ก็คนอีกนั่นแหละ

คงจะจริงอย่างที่เขาว่า เราทุกคนล้วนเป็นสีเทา หากเปรียบความดี เป็นสีขาว ความไม่มีดี เป็นสีดำ ในตัวของคนๆนึง จะมีทั้งสีขาวและสีดำผสมกันจนกลายเป็นสีเทา ต่างคนต่างเฉดสีแล้ว ไม่มีดำสนิท ไม่มีขาวสนิท มีแต่เราจะเป็นเทาเฉดไหน อ่อน ปานกลาง เข้ม เข้มมาก มืดจนเกือบดำ ฯลฯ

ในเมืองดัดจริต เราควรหาทางเอาตัวรอดยังไง?
ในสายตาคนอื่นเราเป็นคนที่ดูดัดจริตไหม?
แล้วจริตของเราแบบไหนจึงจะดูไม่ดัดจริต?

เป็นคำถามที่ตอบได้ยากเหมือนกันว่าไหม หรือใครมีวิธีดูหรือสังเกตยังไง รบกวนช่วยบอกกันหน่อยนะคะ จริงๆดัดจริตมักถูกโยงให้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์เสมอ ขอยกตัวอย่าง่ายๆเป็นเรื่องเล่าของตัวเองแล้วกัน

            เราเป็นสาวชาวใต้แท้ๆที่มาเรียนทางภาคตะวันออก ใหม่ๆเรายอมรับว่ายังพูดภาษาไทยสำเนียงกลางไม่ชัด ยังติดสำเนียงบ้านเกิดตัวเอง :) พอนานวันเข้าเหมือนมันเกิดการเรียนรู้กันไป เพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน สำเนียงเราเริ่มเปลี่ยน ตอนปิดเทอมเรากลับบ้านที่ใต้ตามปกติ เราโดนเพื่อนบางคนว่า "ทำไมพอไปอยู่เมืองใหญ่ ดัดจริตแล้วพูดกลางสำเนียงแปลกๆ"

(ขอชี้แจงอย่างนึงว่า ตอนเราเรียนอยู่ทางใต้ เวลาอยู่โรงเรียน ถ้าไม่ใช่เวลาเรียนเราจะพูดใต้ตามปกติ ส่วนใหญ่เวลาสอนคุณครูจะใช้ภาษากลางเป็นหลักในการสอนแต่อาจจะมีสำเนียงหรือศัพท์เฉพาะบางคำที่ติดปากพูดกันอยู่ และจะมีเพื่อนบางคนหรือคนรู้จักบางคนที่เขาไม่ได้พูดใต้ แต่จะใช้ภาษากลางเป็นภาษาหลักจะมีติดสำเนียงใต้และใช้ศัพท์บางคำเป็นภาษาใต้ เช่น ตี คือหน่วยของการบอกเวลา อย่างเช่น 7โมงเช้าของภาคกลาง จะกลายเป็น ตี7ของบ้านเรา)

              เหตุการณ์วันนั้นจบลงด้วยการที่เราบอกเพื่อนคนนั้นว่า มันคงเป็นความเคยชิน เราใช้พูดเกือบทุกวัน มันเลยติดปาก พอจะคุยกับใครสักคนที่พูดกลางใส่กัน สำเนียงมันเลยเป็นแบบนั้นไปเอง เราไม่โกรธเขานะ คิดในใจว่า แสดงว่าเราเริ่มใช้ภาษากลางได้ดีขึ้นแล้วสิ แต่แอบงงนิดนึงตรงที่ เฮ้ย...นี่เราเป็นคนดัดจริตจริงๆเหรอ???
 
สงสัยคงไม่ใช่แค่อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องติดป๊อปอย่างมั่งที่ใช้ได้จริง
เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ก็น่าจะใช้ได้จริงในทุกวันนี้เช่นเดียวกัน

เราไม่ขอนิยามเจาะจงนะว่าเมืองไหนคือ เมืองดัดจริต เมืองไม่ดัดจริต แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
" การปรับตัว เรียนรู้วัฒนธรรมของอีกสังคมนึง ทำให้เราซึมซับและปฏิบัติตามแบบแผนในสังคมนั้นได้ อาจไม่ได้เหมือนไปซะทุกอย่างแต่เราสามารถนำมาปรับใช้เพื่อการวางตัวในสังคมนั้นๆได้ และในขณะเดียวกัน เราเองก็ต่างรู้ดีว่าเป็นใครมาจากไหน  "

บางสิ่งบางอย่างต้องยอมรับว่ามันเกิดจากการเรียนรู้ 
ความดัดจริต น่าจะเหมารวมการมองเห็น การแสดงออกของแต่ละบุคคล เข้าไว้ด้วย

บางทีเรื่องของเราอาจสอนให้รู้ว่า
ความธรรมดาของเราอาจเป็นความดัดจริตของคนอื่น
และความธรรมดาของคนอื่นอาจดูดัดจริตในสายตาของเรา

เอาง่ายๆพูดให้หยาบหน่อย คือ ไม่มีใครหนีความดัดจริตบนโลกใบนี้ไปได้หรอก ต้องเคยเจอกันมั่งแหละ ไม่ถูกมองว่าดัดจริต ไม่ทำตัวดัดจริต ก็ต้องมองเห็นความดัดจริตจากคนอื่น

สุดท้ายนี้ ขอจบด้วยเนื้อร้องจากเพลงนี้แล้วกัน ความชอบส่วนตัวล้วนๆเอาไว้ฟังยามเจอความท้อและความดัดจริต 55555
เพลงสุขกันเถอะเรา ของ สุทราภรณ์
โลกคือละคร ทุกคนต้องแสดง ทุกคนทนไป อย่าอาลัย ยิ้มกันสู้ไป จะได้สบาย......

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนต์ที่ฉันรัก Confessions of a Shopaholic 

                                                                               สวัสดีความดัดจริต :D




SHARE
Writer
Giftwasa
Dreamer
สาวใต้ ตาคม ผมยาว ติดละคร ชอบอ่านนิยาย เพื่อนแต่งตั้งให้เป็นศิราณีกูรูการฟังด้านความรัก ชอบที่สุดคือการพูด งานอดิเรกคือดูโคนัน ชีวิตประจำวันคือเป็นสาวออฟฟิศ มีความอยากบ่นอยากเล่าสูง กำลังต่อโทเพื่อของขวัญให้ตัวเอง

Comments