นิตยสารรถยนต์ ...อ่านสนุก
วันนี้เปิดอ่านนิตยสารรถยนต์
อ่านสนุกมาก

ส่วนหนึ่งของการปลูกฝังด้านการเขียนคือ นิตยสารรถยนต์ ที่บ้านมีนิตยสารรถยนต์เก่าๆ อยู่สาม-สี่เล่ม ความหลากหลายของรถยนต์ยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่นและรถอเมริกันเล็กน้อย มีรถเกาหลีใต้แทรกมาสองค่ายสองคัน แต่โดยรวมถือว่าเปิดโลกทัศน์ไปเลยทีเดียว

เนื้อหาข้างในคือ มีทีมงามออกไปทดสอบรถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวมาหมาดๆ พยายามทดสอบให้รอบด้านเท่าที่ผู้บริโภคคนหนึ่งจะควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ ราคารถในสมัยนั้นยังไม่เกินหลักห้าแสนเสียด้วยซ้ำ แรงม้าก็ร้อยต้นๆ แต่โครงรถคาดว่าจะแข็งแรงตามสมญานามของรถเก่า

ความพิเศษคือ ช่างภาพมีความสามารถถ่ายรูปรถยนต์ให้เซ็กซี่ มีความเสน่หาอย่างบอกไม่ถูก เรียกได้ว่าต้องได้เสียกับรถยนต์คันนั้นแน่ๆ แสงส้มยามโพล้เพล้ตัดกับความมันวาวของฝากระโปรงรถ ที่สำคัญยุคนั้นใช้กล้องฟิล์มยิ่งทำให้น่าหลงไหลเข้าไปอีก

การเลือกสถานที่ในการถ่ายทำยิ่งน่าสนใจ ออกไปชานเมือง ผ่านไร่สวนได้ยิ่งดี มีน้ำแฉะบนพื้นถนนยิ่งเหมาะเจาะเพราะจะได้ภาพสมรรถนะมากขึ้น แล้วถ้าการทดสอบนั้นมีผู้ร่วมทดสอบด้วยก็ต้องให้คนๆ นั้นออกมาโพสท่าที่คิดว่าเจ๋งสุดกับตัวรถ แล้วแฟชั่นปลายช่วง 90 ก็ทำให้ภาพนั้นดูมีเอกลักษณ์ไปทันที

ผู้เขียนนิตยสารค่อนข้างละเอียดในแง่อธิบายให้ความรู้สำหรับคนที่สนใจนำรถออกไปขับขี่ลุยป่าเขา ซึ่งเรียกว่า ออฟโรด ต้องแต่งเติมอะไรบ้างให้กับตัวรถถึงนำออกไปได้ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เรื่องนี้อ่านสนุกได้ความรู้ เช่น ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ให้เป็นยางเฉพาะมีความหนาดอกยางใหญ่ หากเกรงว่าจะตกหล่มให้ติดรอกหรือวินช์ไปด้วยก็ดี มีวิธีในการใช้รอกเพื่อกู้รถ เป็นต้น ยังมีคำว่าแรลลี่ คือ การแข่งรถระยะไกลไปตามเส้นทางที่วางไว้อาจสลับกับเขตทุรกันดาร เขตชนบท ผู้แข่งจะมีสองคนคือ คนขับกับคนบอกเส้นทาง กติกาคร่าวๆ คือ ทีมใดไปถึงเส้นชัยทำเวลาได้น้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ จึงเป็นการแข่งกับตัวเองและแข่งกับคนอื่น ด้วยทักษะและประสบการณ์ที่มี
 
ยังมีคำว่า คาราวาน คือการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่งที่ไปกันเป็นหมู่คณะ ไม่เน้นใช้ความเร็วแต่เน้นความเพลิดเพลินไประหว่างสองข้างทาง แต่บางครั้งก็มีเกมส์ร่วมด้วย เช่น ปริศนาคำใบที่ให้ออกเดินทางไปตามจุดต่างๆ เพื่อหาคำใบ้และตอบคำถามได้เร็วที่สุด สามารถไปได้ทั้งครอบครัว เป็นกิจกรรมยามว่างที่มอบความสุขได้เช่นกัน เมื่อถึงจุดหมายอาจมีการค้างแรม มีกิจกรรมรอบกองไฟ และรับประทานอาหารร่วมกัน
 
อีกคำที่ผมได้รู้จากหนังสือคือ มอเตอร์ครอส (ใช้จักรยานยนต์แข่ง) กับแรลลี่ครอส (ใช้รถยนต์แข่ง) คือการจำลองสนามแข่งรถให้มีสภาพต่างๆ เพื่อท้าทายสมรรถนะเครื่องยนต์และกำลัง รวมถึงทักษะผู้ขับขี่อีกด้วย กติกาก็สากลอีกเช่นกัน คือการไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุด อาจวิ่งแข่งเป็นกลุ่มใหญ่ หรือวิ่งเดี่ยวแล้วนำเอาเวลามาเชือดเฉือนกัน จบเกมส์ก็ขึ้นแท่นรับโล่พร้อมช่อดอกไม้ เปิดแชมเปญฉลอง
 
รถยนต์ที่ทำให้ผมเกิดคำถามในหัวทันทีคือ มิตซูบิซิ ปาเจโร รุ่นปลาย 90 ตัวรถจะสูงโปร่งตัวใหญ่ นิยมนำไปขับเป็นคาราวานแถวชายแดนไทย-เมียนมาร์ คำถามที่ว่าคือ นี่เขาเรียกว่ารถอะไร ทำไมเอามาขับลุยโคลนปีนเขาแบบนี้ นั่นยิ่งทำให้ผมชอบรถคันนี้เข้าไปอีก เป็นตระกูลขาลุยอีกตระกูลหนึ่งจริงๆ

นอกจากปาเจโร ยังมีนิสสัน บิ๊กเอ็ม อีซูซุ สเปซแคบ อีซูซุ ทีเอฟอาร์ โตโยต้า ไฮลักซ์ ไมตี้-เอ็กซ์ รถยกสูงใช้ยางดันล็อบ ยางบีเอฟกู๊ดริช ดอกยางหนา คู่แข่งของปาเรโรตอนนั้นน่าจะเป็นซางยอง มัสโซ่ หน้าตาไปคล้ายจี๊ปบ้างแต่ยังเป็นสายลุยจากเกาหลี และมีเกีย สปอร์ตเทจ เข้ามาเปิดตลาดในไทยด้วย จำได้ว่าเป็นสีแดงสดจอดโชว์มาดบนหินแม่น้ำแถวฝั่งลาว บ่งบอกว่าฉันมาเพื่อลุย และเล็กพริกขี้หนูขาลุยที่ขาดไม่ได้คือ ซูซูกิ แคริเบียน

มีรุ่นที่ประกาศตัวมาเพื่อเกียรติภูมิด้านยนตรกรรมอย่างแท้จริงคือ อีซูซุ ทรูเปอร์ และนิสสัน เทอร์ราโน่ แต่ที่ติดตามากคือ แลนด์โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่ จอดบนพื้นหินขรุขระฉากหลังเป็นภูเขาสูง มีชนพื้นเมืองยืนดูอยู่ห่างๆ และมีร้านขายส้มลูกโตๆ น่ากินมาก ประทับใจการจัดวางภาพ การใส่ตัวหนังสือให้ดูอุดมศักดิ์ศรีเต็มหน้ากระดาษ โฆษณากันเต็มที่ก็ว่าได้
 
แต่ที่มาแปลกและประหลาดใจมากคือ วอลโว่ 850 เป็นรถยนต์บ้าน คุณแม่ใช้ได้คุณพ่อใช้ดี แต่เล่นเอาไปจอดกลางป่าละเมาะ ฉากหลังเป็นดงหญ้ามีไมยราบยืนต้นท่วมสูง ฉาบด้วยแสงส้มจากพระอาทิตย์ตกดิน ภาพดูน่ากลัวเหมือนถูกลวงมาฆ่าหมกป่า คิดว่าน่าจะทำให้ดูย้อนแย้งกันว่ารถคันนี้ปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านก็เป็นได้ ในภาพไม่มีคำอธิบายใดนอกจากชื่อรุ่นและที่อยู่ติดต่อ
 
ยังมียี่ห้อที่สมัยนั้นยังอ่านไม่ออกไม่รู้จักมาก่อนคือ ซีตรอง อัลฟา โรมีโอ เอาดี้ และอื่นๆ อีกมากมายที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนก็มี การอ่านนิตยสารรถยนต์สามารถมอบความสุขให้แก่สมองของผมจริงๆ ส่วนตัวมองว่า ยนตรกรรมก็เป็นตัวบอกยุคสมัยได้ดี เพราะรถยนต์เป็นแฟชั่นเป็นเทรนด์เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเรื่อยๆ หรือหยิบนำเอาสิ่งที่น่าสนใจของยุคสมัยมาเสริมแต่งลงไป ทำให้รถยนต์กับแฟชั่นเสื้อผ้ามีความคล้ายคลึงกัน บ่งบอกยุคสมัยบอกช่วงเวลา ยังบ่งชี้ความต้องการอะไรบางอย่าง เช่น ปัจจุบันเน้นรถขนาดเล็กประหยัดพลังงานและใช้งานได้คุ้มค่า เป็นต้น ในความจริงการเลือกใช้รถขนาดเล็กก็เหมือนการย้อนกลับไปหายุคเริ่มต้นการผลิตรถยนต์ที่ในยุคสมัยนั้นเป็นรถคันเล็กเช่นกัน นำมาผสมกับเทคโนโลยีสมัยนี้อย่างลงตัว หรือว่าอีกอย่างคือ ถ้าพลังงานไม่แพงก็คงไม่ดิ้นรนกันเรียกร้องอะไรพวกนี้แน่นอน ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ.
SHARE
Writer
Pakpumi
I am a capybara
Whiskey, Songs, Sun.

Comments