Day 7 - ความเงียบคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง #my365happydays
ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังออกเดินทางไปท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวความสุขในที่ต่างๆ ฉันเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในเคหะสถานหลังน้อย และก็เป็นอีกครั้งที่ได้ซึมซับ “เสน่ห์ความเงียบ” รอบๆ ตัว

ฉันเริ่มต้นวันแบบสโลว์ไลฟ์ด้วยการตื่นสายโด่ง (อีกแล้ว) ท่ามกลางเสียงใสๆ จากนกตัวกะจิ๊ดริดสายพันธุ์ต่างๆ และเสียงกระดิ่งลมจากแถวละแวกที่พักที่ดังอยู่เนืองๆ

จากนั้นก็ตั้งสติลุกขึ้นมาเปิดตู้เย็นหาของกินอย่างง่ายๆ ที่ได้รับจากการไปเยือนญาติพี่น้องเมื่อวานนี้ เอาออกมาอุ่นด้วยไมโครเวฟให้รสชาติความอร่อยกลับคืนมาอยู่ในระดับหนึ่ง

อิ่มท้องแล้วก็จัดแจงตัวเองเล็กน้อยก่อนวางแผนการใช้ชีวิตตลอดทั้งวันนี้อย่างเรียบง่าย เริ่มต้นจากหยิบงานที่ค้างจากที่ทำงานในวันศุกร์มานั่งเคลียร์

ฉันรู้ดีว่ามันฝืนความเชื่อชาวจีนที่ห้ามทำงานในวันที่ 3 ของตรุษจีนซึ่งถือว่าเป็นวันเที่ยว เพราะเชื่อกันว่าจะมีผลให้ต้องทำงานหนักไปตลอดที่เหลือของปีนี้ แต่หลังจากสะระตะดูแล้ว ฉันจำต้องยอมดื้อเพื่อรักษาสวัสดิภาพการทำงานในช่วงที่เหลือของสัปดาห์

ความเงียบทำให้ฉันสามารถตั้งสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้งานเดินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่าการทำงานท่ามกลางผู้คนมากมายในวันปกติ ขอบคุณนะความเงียบ

เมื่อประสบความสำเร็จกับการเคลียร์งานแล้ว ก็ถึงเวลาที่ฉันจะให้ความสุขกับตัวเองบ้างกับการหยิบหนังสือเล่าเรื่องการเดินทางเล่มใหม่ที่ซื้อมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ขึ้นมาอ่าน

หนังสือชื่อว่า “ทำอะไรเล็กๆ ง่ายๆ ก็มีความสุขได้” เขียนโดยโหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ฉันแอบชอบมุมมองความคิดหลายๆ อย่าง รวมทั้งวิธีการถ่ายทอด

การอ่านหนังสือท่ามกลางความเงียบสงบนั้นพาให้ฉันจมดิ่งไปกับเรื่องราวที่โหน่งเขียนเล่าเรื่องผ่านแต่ละตัวอักษรได้อย่างง่ายดาย

ณ ขณะนั้น ร่างกายฉันกำลังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ขนาดพอดีตัวในกรุงเทพฯ แต่จินตนาการของฉันได้โบยบินไปไกลถึงเมืองซากะในประเทศญี่ปุ่นที่โหน่งกำลังบรรยายบรรยากาศความน่ารักเรียบง่ายของที่นั่น

ฉันเห็นภาพบ้านเรือนในชนบท ภาพภูเขาและทุ่งหญ้ากว้างอยู่ 2 ข้างทาง ภาพรถไฟจอดสนิทอยู่ที่สถานี ภาพชาวญี่ปุ่นพูดคุยกันอย่างสุภาพอ่อนโยนระหว่างที่นิ้วพลิกแผ่นกระดาษไปทีละหน้า

มันอาจจะดูโอเวอร์เกินไป แต่หากคุณได้บังเอิญหยิบหนังสือที่ใช่ขึ้นมาอ่านสักเล่ม แล้วอ่านไปเรื่อยๆ ไม่หยุดไปพักหนึ่ง คุณคงรู้ใช่มั้ยว่าการที่ตัวเองได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกที่หนังสือเล่มนั้นกำลังเล่าเรื่องจนลืมโลกปัจจุบันไปชั่วขณะนึงมันเป็นยังไง

สิ่งที่ดึงฉันออกมาจากเมืองซากะในโลกของตัวอักษรกลับสู่โลกปัจจุบันคือเสียงไซเรนที่ดังอยู่ไกลๆ จากรถที่วิ่งผ่าน ฉันหันไปมองนาฬิกา ได้เวลาที่จะต้องขยับร่างกายออกนอกบ้านเพื่อไปพบปะกับรถราและผู้คนบนท้องถนนแล้ว

จุดหมายคือการเดินทางไปกินอาหารเย็นที่บ้านญาติ (แต่บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่เล่าใน Day 6) ความเงียบสงบจะหายไปชั่วคราว แต่นั่นก็เป็นอีกช่วงจังหวะหนึ่งที่ทำให้ชีวิตไม่เงียบสนิทจนเกินไป

หลังจากพบปะพูดคุยกันจนหายคิดถึง ก็ถึงเวลาแยกย้ายเดินทางกลับสู่ที่พักไซส์มินิที่มีความเงียบสงบรออยู่ แล้วการบันทึกเรื่องราว “ความเงียบคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง” ท่ามกลางเสียงกระดิ่งลมก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้
SHARE
Written in this book
My 365 Happy Days
Writer
I_Am_Nida_A
writer
เพราะทุกวันมีเรื่องราวให้เราได้บันทึก

Comments

Bewbundanjai
4 years ago
เงียบ เรียบง่าย ความหมายงดงาม ครับ 😁👍
Reply
I_Am_Nida_A
4 years ago
ใช่เลยค่า ^^