นิยามของเด็กมีปัญหา
‪#‎พูดคุยภาษาทีมเขียนบท‬

การเรียนรู้ และการเติบโต กับนิยามของเด็กมีปัญหา ..

จาก "The Chess" สู่ "ฆาตกร" จนมาถึง "สามเรา"
 


ทีมเขียนบททีมเดิม ที่เรียนรู้ และเติบโตกับมุมมองที่เปลี่ยนไปของคำว่า "เด็กมีปัญหา"

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้ เวลาที่วัยรุ่นกำลังเรียนรู้ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ ก็มักจะถูกผู้ใหญ่ตราหน้าว่าเด็กมีปัญหา หากแต่สิ่งที่ผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง และแม้แต่ครูไม่ค่อยได้พูดถึงเลย คือ เหตุผลที่เด็กมักถูกเปรียบดั่งผ้าสีขาว นั้น กำลังก่อปัญหาบางอย่างขึ้น มันเกิดจากอะไร ?

ใน The Chess ทีมเขียนบทมองโลกในแบบของผู้ใหญ่ที่มองลงมายังเด็กตัวที่มีปัญหา จนนำมาซึ่งการใช้วิธีที่รุนแรงแก้ปัญหา ในที่นี้ ตัวปัญหาของเราที่กลายเป็นแพะของสังคมก็คือ "อาร์ม" เด็กชายคนหนึ่งที่แค่อยากเป็น "ที่ยอมรับจากสังคม" หรืออย่างน้อยก็อยากเป็นคนที่ "เปรียว" ยอมรับ เป็นคนที่เขาแอบชอบ แต่ด้วยความอาย และ "มอร์แกน" ที่มาจีบเธอตัดหน้าไป ทำให้อาร์มถ่ายรูปของเก่งขณะที่อยู่กับเปรียวไปก่อกุเรื่องขึ้น ทำให้ "เก่ง" ซึ่งเป็นเพื่อนของตนทะเลาะกับมอร์แกน ในเรื่องนี้ ได้ให้ข้อคิดถึงเรื่องของการสื่อสารที่อาจจะคลาดเคลื่อนออกไปจากความเป็นจริง โดยที่มีผู้กระทำจงใจให้มันผิดเพี้ยนออกไป ด้วยเหตุผลบางอย่างของ "อาร์ม" ที่สุดท้ายเขาก็ถูกเพื่อนตราหน้าว่า "เลว"

มาต่อกันที่ ฆาตกร เป็นเรื่องของกล้า กับประเด็นของการอยากมีชีวิตของตัวเอง จึงเลือกเดินเข้าแก้งค้ายา ไปขายบุหรี่ในโรงเรียนจนในที่สุดก็ถูกจับได้ และถูก ผ.อ. ตราหน้าว่า "เด็กมีปัญหา" แม่ และแฟนก็เสียใจ จนมองว่ากล้าไม่ดี หากแต่สุดท้ายสิ่งที่อยู่ในใจของกล้ากลับเป็นเพียงการพยายามอยากทำอะไรสักอย่างในชีวิตของตัวเองให้ดูมีความหมาย เพราะพ่อเป็นตำรวจแต่ไม่ค่อยสนใจเขา ทำให้เขาไม่ค่อยชอบหน้าพ่อ ตลอดจนความอ่อนแอของตัวเองในวัยเด็กที่มักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ จึงพยายาม อยากที่จะ "เข้มแข็ง" เป็นที่ยอมรับจากสังคม ซึ่งผลสุดท้ายเขาก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างว่าแท้ที่จริงแล้วถึงเขาจะเกลียดพ่ออย่างไรก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถฆ่าพ่อตัวเอง แต่พี่โจ้หัวหน้าแก้งสามารถทำเช่นนั้นได้ ทำให้สุดท้ายเขาเลือกที่จะกลับใจเลิกบุหรี่อีกครั้งหนึ่ง

สุดท้ายกับ "สามเรา" พัฒนาสู่ประเด็นที่ล่อแหลมเรื่องความรักในวัยเรียน แต่ก็ยังคงแฝงประเด็นการเป็นที่ยอมรับจากสังคม ทั้งในยุคอดีต จนถึงปัจจุบัน เปรียบได้เจ็บสุดๆ ในเรื่อง คือ ชีวิตของ "ดิว" ที่พ่ายแพ้ให้กับสังคมที่โหดร้าย เลยเลือกที่จะร้ายซะเอง หรือแม้แต่ "นิก" ที่คอยเอาใจคนอื่นๆ เพราะอยากเป็นที่ยอมรับของทุกคน หรือ "มีน" ที่ทุ่มเทใจให้นิก เพื่อวันหนึ่งนิกอาจจะมองมาหาตน "นุช" เด็กที่ซึ่งต้องจากบางอย่างมา และปรับตัวให้เป็นที่ยอมรับจากคนในโรงเรียน "พี่บำรุง" ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และพยายามทำตัวให้เก่งรอบด้านเพื่อหาที่ยืนให้ตนเอง ทุกประเด็นในเรื่องนี้ถูกโยงไปที่คำว่า "การมีตัวตนในสังคม" ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กยุคนี้เป็นมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ "สามเรา" แตกต่างไปจากเรื่องก่อนๆ คือ "การตัดสินว่าอะไร คือ สิ่งที่ผิด อะไรคือสิ่งที่ถูก" ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น สิ่งที่นิกทำ ดูเป็นการให้ความหวังคนไปเรื่อย แต่หากเขาใช้มันให้ถูกที่ถูกเวลาก็อาจจะช่วยคนที่หมดหวังให้กลับมามีกำลังใจได้ใหม่ และพฤติกรรมหลายๆ อย่างในเรื่องที่ถึงจะดูเลวร้าย หากแต่ถ้าอยู่ในจุดที่เป็นประโยชน์ อย่างพี่บำรุงที่ถึงจะชอบความรุนแรง และการเอาชนะ แต่ถ้าเขาเปลี่ยนความอยากเอาชนะเป็นความทะเยอทะยาน เขาก็สามารถพาชมรมไปแสดงละครในงานที่ต่างโรงเรียนได้สำเร็จ

... ทั้งสามเรื่องนี้พูดถึงเด็กมีปัญหา แต่ละเรื่องเล่นประเด็นที่แรงไม่ต่างกันเลย หากแต่มูลเหตุจูงใจให้เด็กๆ ในเรื่องเหล่านี้มันมีที่มาจากหลายๆ ที่ บ้างก็จากเพื่อน บ้างก็จากพ่อแม่ที่บ้าน หรือแม้กระทั่งครู บ่อยครั้งที่เรามัวแต่โทษเด็กว่ามีปัญหาๆ แต่จะมีสักกี่คนที่เราจะมองให้ลึกลงไปในจิตใจของพวกเขาเหล่านั้น ว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของใครต้องพังไปเพราะอะไร และทำไมเขาถึงทำสิ่งเหล่านี้ ดู "สามเรา" จบแล้ว สิ่งที่อยากสื่อสารตรงๆ ไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแต่จะออกกฏไปตัดสินปัญหาต่างๆ กฎระเบียบ และบทลงโทษเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา และการไม่ตราหน้าเด็กเหล่านี้ว่าเป็นเด็ก "มีปัญหา" ก่อนที่จะได้รับคำตอบจริงๆของสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ ... 

ในโลกที่โหดร้ายทุกวัน ...
SHARE
Writer
TAPPPOV
นักคิด
พื้นที่แบ่งปันโลกแห่งความคิด

Comments