เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร

เมื่อเช้าไถหน้าจอมือถืออ่านฟีดในเฟซบุ๊กเจอบทความนี้เข้า

"ฆาตกร...กับบาดแผลที่มองไม่เห็น"
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10153209817887721&id=670512720


เล่าเรื่องราวของ Inviisible Boy ผู้ถูกสังคมเพิกเฉยต่อการถูกกระทำรุนแรงจากครอบครัว
ในบทความยังกล่าวถึงคดีฆ่าโหดฝีมือเยาวชน 4 คนที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้ด้วยว่า ในขณะที่สังคมต้องการให้เพิ่มโทษกรณีนี้ สังคมลืมไปหรือไม่ว่าการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำนองนี้อีกสำคัญและดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

สรุปแบบเราเองได้ 2 ประเด็น
1. เด็กที่เติบโตมากับความรุนแรงมีโอกาสโตขึ้นเป็นบุคคลซึ่งกระทำรุนแรงต่อผู้อื่น ตั้งแต่เรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ นำมาซึ่งการเป็นฆาตกรโฉดในที่สุด (ไม่ใช่ทุกคนนะ)
2. หยุดเพิกเฉยต่อเด็กที่ได้รับความรุนแรงจากครอบครัว ควรช่วยเหลือก่อนสายไป (เคสแย่คือเด็กถูกทำรุนแรงจนตาย เคสแย่กว่าคือเด็กโตไปเป็นคนนิยมความรุนแรง เคสแย่ที่สุดคือเป็นฆาตกรโฉด)

เราเห็นด้วยกับบทความนี้จริงนะ ความรุนแรงนำมาซึ่งความรุนแรงยิ่งกว่า

เลี้ยงลูกอย่างไรคงมีคำแนะนำมากมายทั้งจากคนรอบข้าง ตำรา และอินเทอร์เน็ต แต่จะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ไม่เป็นคนมีบาดแผลและไม่สร้างบาดแผลให้คนอื่นๆ คนเลี้ยงคงต้องลองตรองดู

อีกอย่างคนในสังคมก็ควรหยุดเพิกเฉย พ่อแม่ทำร้ายลูก ลูกทำร้ายพ่อแม่ สามีทำร้ายภรรยา ภรรยาทำร้ายสามี แฟนหนุ่มทำร้ายแฟนสาว แฟนสาวทำร้ายแฟนหนุ่ม คนในครอบครัวทำร้ายกัน ควรหยุดคิดว่าความรุนแรงเหล่านี้คือเรื่องของเขาเราไม่เกี่ยว ควรแจ้งเบาะแสตำรวจ มูลนิธิ หรืออะไรก็ได้ ถ่ายรูปถ่ายคลิปไว้ด้วยก็ดี

ง่ายที่สุดคือ เวลาเห็นพ่อแม่ทำร้ายทุบตีลูกหรือตะแบงเสียงดังในที่สาธารณะก็น่าจะ(เผือก)นิดนึง เตือนสติเขาสักหน่อย เลี้ยงลูกไม่ใช่งานใช้ความรุนแรง เลี้ยงลูกด้วยความรักและความเข้าใจ (ไม่ใช่สปอยล์ลูกนะ) มีเหตุมีผล ลูกเคารพรัก แก่ไปลูกก็ดูแลไม่ทิ้งขว้างให้ช้ำใจ มีแต่อะไรดีๆ :)

บันทึกนี้เขียนเพื่อเตือนใจตัวเองและผู้คนที่ผ่านมาพบ หวังว่าคงได้รับประโยชน์ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งนะ
SHARE
Written in this book
นึกขึ้นได้
บันทึกจิปาถะที่นึกขึ้นได้

Comments