เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเพียงใด
จะมีเหตุผลอะไรให้ชายคนหนึ่งตัดสินใจใช้ชีวิตบั้นปลายห่างจากบ้านเกิดของเขาเป็นระยะทางหลายพันไมล์ เลือกลงหลักปักฐานในดินแดนห่างไกลความสะดวกสบายอย่างที่เมืองใหญ่พึงมอบให้ ใช้ชีวิตเล็กๆอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ อ่านนิยายเป็นงานอดิเรก และเพิ่งทำความรู้จักกับกล้องถ่ายรูป DSLR

ที่นั่งด้านนอกร้านกาแฟอาข่า อาม่า สาขาหนึ่งในเชียงใหม่ แม้ตอนนี้เป็นตอนบ่ายกว่าๆ แต่ว่าแสงแดดที่สาดลงมาฟีเจอร์ริ่งกับอากาศเย็นสบายกลายเป็นความอบอุ่น ผมพบชายคนนี้นั่งก้มหน้าหมกหมุ่นกับวัตถุสีดำในมืออยู่พักใหญ่ๆ ไม่รู้หรอกว่าในกล้องถ่ายรูปอันนั้นจะบันทึกภาพอะไรไว้ แต่รอยยิ้มที่อาบบนใบหน้าคงจะพอยืนยันได้ว่านี่คือช่วงเวลาที่เขากำลังมีความสุข ผมกำลังนั่งปล่อยให้แดดโลมไล้ผิวกายอยู่ไม่ห่างจากชายคนนั้น และจ้องมองจนเขารู้สึกตัว เขาเงยหน้าขึ้นมา เราสบตาแลกรอยยิ้มแทนคำทักทาย

อาจเป็นเพราะกล้องตัวเล็กที่ผมห้อยอยู่ที่คอทำให้พอสันนิษฐานได้ว่าอย่างน้อยเราทั้งคู่คงชอบการถ่ายรูปเหมือนกัน หรือว่ามันอาจจะเป็นความเดียวดายท่ามกลางสภาพอากาศดีๆที่ทำให้ใครซักคนตัดสินใจเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน ตามมารยาท อันที่จริงมันควรจะเป็นผมที่เอ่ยปากทักทายใครซักคนซึ่งอาวุโสกว่า เพียงแต่ในตอนนี้ผมอาจง้างปากปล่อยคำพูดจากหลอดลมช้าเกินไป ชายคนนั้นทักทายผมขึ้นมาด้วยภาษาคุ้นหู

“พอดีเพิ่งซื้อมาใหม่ ยังใช้ไม่เป็น” เขาไม่ได้เอ่ยสวัสดี นี่คือคำทักทายจากเขา แม้โครงหน้าจะเป็นฝรั่งจ๋า แต่ว่าภาษาไทยที่เขาใช้เปิดบทสนทนามันชัดเจนราวกับว่าเขาอาศัยอยู่ที่นี้มาไม่ต่ำกว่าห้าปี

“เพิ่งซื้อหรอครับ” ผมทวนคำทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะทวนไปทำไม ชายชราวางกล้องลงกับโต๊ะ จุดบุหรี่ในมือแล้วพ่นกลุ่มควันขึ้นผสานความเย็นในชั้นบรรยากาศ ผมกลัวเขาจะเหงา เลยจุดของตัวเองบ้าง เรานั่งเงียบในโลกส่วนตัวจนบุหรี่ของเราทั้งคู่หมดไปเกือบครึ่งมวน ผมจึงเอ่ยบทสนทนาฆ่าความเงียบ

“พูดไทยชัดมากเลยนะครับ ทำงานที่นี่รึเปล่า”
“เปล่า ผมเกิดที่ฝรั่งเศสแต่ไปทำงานอยู่ที่ออสเตรเลีย ตอนนี้ผมเกษียณแล้วเลยมาอยู่ที่นี่ อยู่มาหลายปีแล้ว”
“อ่อ แล้วในไทยนี้ทำอะไรอยู่หรอครับ”
“ไม่ได้ทำ..”

เขาพูดจบแล้วขยี้บุหรี่ในมือกับกากกาแฟสดในถ้วยเขี่ย ไฟจากปลายดับสนิท เขาหยิบกล้องมาเชยชมอีก ไม่ได้ทำ... ผมย้ำประโยคนั้นในใจ ใบหน้าบ่งบอกอาการครุ่นคิด

“ตอนนี้ใช้เงินจากทางรัฐบาลนะ เขาส่งมาให้ใช้ทุกเดือน” ราวกับความเจนโลกของเขาสามารถคาดเดาสิ่งที่อยู่ในใจ ชายคนนั้นพูดต่อในขณะที่ตัวเองก็ยังก้มหน้าก้มตาสำรวจอุปกรณ์ในมือ ผมถึงบางอ้อ ที่แท้ประชากรซักคนที่อาศัยในประเทศใดประเทศหนึ่งมากพอ และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศอย่างคุ้มค่าในหนึ่งชีวิต เขาก็ควรมีสิทธ์ในรับความสะดวกสบายในบั้นปลาย นั่นก็คงเป็นเรื่องเหมาะสมและเป็นสิ่งที่ผมเคยได้ยินมาบ้างแล้ว เพียงแต่ที่ผมยังสงสัยต่อคือว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นที่มั่นในการลงหลักปักฐาน ใช่แหละ แม้ลึกๆผมจะรู้ดีว่าที่นี้คือเมืองในใจสำหรับใครหลายๆคน แต่เหตุผลที่คนเราจะข้ามมาไกลในดินแดนที่วัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเกิดตัวเองมากๆแบบนี้ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“มาอยู่นี่นานแล้วหรือเปล่าครับ พูดไทยชัดมากเลย” พอรู้ว่าเขาฟังและพูดภาษาไทยได้ ผมจึงใช้ภาษาไทยในการสนทนา
“หลายปีแล้วละ ที่นี่อากาศสบายดี ผมชอบ เมืองสวย เดินทางง่าย ไม่แพง คนไทยที่นี่ใจดีมาก เคยมาเที่ยวที่นี่ครั้งนึงแล้วเราชอบ เลยตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ดีกว่า” ราวกับว่าคำถามเหล่านี้ถูกถามซ้ำจนคาดเดาคำถามต่อไปได้ล่วงหน้า เขาจึงตอบคำถามอย่างรวบรัดเบ็ดเสร็จ แม้คำตอบของเขาจะตอบเป็นท่อนๆ ไม่ได้ลื่นไหลเหมือนที่เราใช้พูดกัน แต่มันคงไม่แปลกอะไร ทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของผมก็คงไม่มากไปกว่าทักษะภาษาไทยของเขา

“เห็นบอกเพิ่งซื้อกล้องใหม่ ชอบถ่ายรูปหรอครับ” ผมถามต่อ กลัวบทสนทนาขาดช่วง
“ไม่ได้ชอบหรอก ผมพอมีเงินเหลือจากเงินรัฐบาล เลยเอาเงินส่วนนั้นมาซื้อ แต่ตอนนี้คิดว่าเริ่มชอบแล้ว ฮ่าๆ” เขาหัวเราะแล้วหยิบกล้องขึ้นมากดๆเล่น
“ทัชสกรีนได้ด้วย” เขาใช้ชิ้วมือซูมเข้าออกให้ผมดู ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

“ดูใช้งานง่ายดีนะครับ”
“ใช้ง่ายๆ ผมเริ่มใช้เป็นแล้วเนี่ย จะได้ใช้ถ่ายรูปเก็บไว้ ผมไม่เคยมีกล้องซักตัวเลยในชีวิต” เขาตอบ ผมยิ้มให้ และปล่อยให้เขาถ่ายรูปธรรมชาติแถวๆนั้นต่อไป

“แล้วคุณเป็นช่างภาพหรอ” เขาถามผมกลับ อาจเป็นเพราะเห็นผมห้อยกล้องตัวเล็กๆที่คอ
“เปล่าครับ ผมมาเที่ยว เดี๋ยววันนี้ก็กลับกรุงเทพแล้ว”
“โซแบด ที่นี่อากาศดีมากเลย กรุงเทพวุ่นวายมาก ผมเคยไป ไม่ไหวๆ มันวุ่นวายไป”

ผมไม่ตอบอะไรมากไปกว่าการเห็นด้วยกับเขา การมาเชียงใหม่ของผมในครั้งนี้มีความต้องการหลบหนีความวุ่นวายอยู่ลึกๆในใจ แต่ทำยังไงได้ ในเมือวันนี้ผมเองก็ต้องกลับแล้ว เราคุยกันต่อพักหนึ่งถึงเรื่องชีวิตที่ผ่านมา รู้เพียงคร่าวๆว่าเขาคงเลือกที่นี่แหละในการอยู่ต่อไปเรื่อยๆถ้าไม่โดนเรื่องวีซ่า และชีวิตชายชรามันบังคับให้หากิจกรรมบางอย่างทำเพื่อไม่ให้ตัวเองอ้างว้างมากเกินไป การอ่านเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของเขาอยู่แล้ว เพียงตอนนี้จะมีเพิ่มขึ้นมาคือการถ่ายภาพ เราคุยกันพักใหญ่ ผมจึงคิดว่าได้ใช้เวลาพอสมควรแล้วกับบ่ายในร้านกาแฟแห่งนี้ อันที่จริงอยากอยู่ซึมซับบรรยากาศต่อ เพียงแต่คงเป็นเพราะวันเวลาไม่เอื้ออำนวยให้ได้ใช้อย่างสิ้นเปลืองมากเกินไปในวันท้ายๆ ผมล่ำและอวยพรให้เขาได้รูปสวยๆในทุกครั้งที่ถ่าย เขาอวยพรกลับมาว่ายูทู

หลังจากผมเดินไปชำระค่าเครื่องดื่ม ระหว่างรอเงินทอน ผมมองไปยังชายคนนั้น เขายังเอาตาประสานกับช่องมองภาพเป็นระยะๆ นิ้วชี้ที่กระดิกในแต่ละครั้งเดาได้ว่าเขากำลังบันทึกความทรงจำไว้ในเมมโมรี่การ์ด

อาจเป็นเพราะโดยความงามและความเป็นศิลปะของเมืองโอบล้อม ชายคนหนึ่งจึงต้องการหาบางสิ่งซึ่งเป็นได้ทั้งเครื่องบันทึกความทรงจำควบคู่กับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และกล้องนี่เองที่ดูเหมือนจะตอบโจทย์ความต้องการ มันคงจริงเหมือนที่เคยมีรุ่นพี่ช่างภาพเคยว่าไว้

“หากศิลปินใช้พู่กันและสีในการวาดภาพบนผืนผ้าใบ ช่างภาพก็คงเป็นการใช้แสงวาดลงในสายตา”

ผมร่ำลาเขาอีกครั้ง
และหวังว่าการถ่ายภาพจะช่วยให้เขามีความสุขแบบเดียวกันกับที่ผมได้รับจากมัน

SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

ifeel
4 years ago
ชอบจัง^^

Reply
Nui_Napat
4 years ago
อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจบอกไม่ถูกเลยครับ
Reply
onlyooy4sl
4 years ago
อ่านแล้วน้ำตาไหล รู้สึกดี บอกไม่ถูก ตั้งใจเขียนเรื่องราวดีดีต่อไปนะคะ คุณทำให้ดิฉันอ่านได้เป็นพารากราฟ โดยไม่รู้สึกเบื่อ จาก คนที่อ่านไม่เกิน7บรรทัดต่อปี555
Reply
Rumpa
3 years ago
อ่านแล้วนึกภาพตาม มันคงเป็นชีวิตที่ดีมากเลยนะค่ะ 😊
Reply
MyFeeling
2 years ago
ชอบเรื่องนี้นะคะ นอกจากให้ความรู้สึกที่อบอุ่นจากถ้อยคำที่บรรยายถึงการสนทนากันแล้ว (น่าแปลกมีแค่ไม่กี่บทสนทนาแค่นิดหน่อย แต่ทำไมฉันรู้สึกถึงสิ่งนี้)  มันสะท้อนให้เห็นว่า "คนเราไม่แก่เกินไปที่จะเรียนรู้" กำลังคิดอยากมีกล้องซักตัวเหมือนกันค่ะ เพราะบางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้นได้ไม่กี่ครั้ง การจะเก็บสิ่งนั้นไว้กับตัวเราได้นาน "ภาพถ่าย" คงเป็นคำตอบที่ทุกคนนึกถึง เวลามองภาพความรู้สึก อารมณ์ในช่วงที่เราถ่ายภาพนี้คงย้อนกลับมาในความทรงจำของเราได้ไม่ยาก และมันคงทำให้เราอมยิ้มทุกครั้งที่มองมัน  ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ค่ะ :)
Reply