บันทึกความทรงจำวันเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี 1

ขอทักทายกันสักนิด มันเริ่มจากเมื่อวันจันทร์ พวกเราได้ไปเข้าค่ายที่ เสือป่าเเคมป์ จังหวัดสระบุรี มาค่ะ บทความนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนเรื่องเวลาทำกิจกรรมต่างๆเพราะเบลอมากๆค่ะขออภัยเป็นอย่างสูง


"ไปเข้าค่าย 3 วันห้ามเอา โทรศัพท์ไปนะครับ...ถ้าเอาไปผมไล่กลับบ้าน เข้าใจเหมือนกันทุกคนนะครับ" สิ้นเสียงของครูผู้ชายร่างท้วมอายุประมาณ40ขึ้นทำให้เด็กกว่า400ชีวิตเกิดความเซ็งเเซ่ไปตามๆกัน...

อย่างที่บอกไปข้างต้น พวกเราไปเข้าค่ายลูกเสือกันมาค่ะ เราอยากจะบันทึกความทรงจำ เรื่องราวต่างๆ        เหล่านี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด....
 
วันเเรก : การเดินทาง จากกรุงเทพสู่สระบุรี...
เช้าวันนั้นพวกเราออกจากบ้านด้วยเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่ง... ทุกคนที่เจอกันวันนั้นทุกคนมีรอยยิ้มเเจ่มใสสดใจจัง...เวลาผ่านมาประมาณ 7 โมงกว่าๆ 
พวกเราที่เป็น เนตรนารี 5 คนโดนเรียกออกไปค้นกระเป๋า พวกเราก็ค้นกันอย่างสนุกสนาน เเต่.... ก็ยังมีคนพกสิ่งเเปลกปลอมอยู่ดี สิ่งที่พวกเราเจอคือโทรศัพท์ สายชาร์ต พาวเวอร์เเบงค์ หูฟัง ค่ะ เเต่ไม่ใช่เนตรนารีหานะคะ...เเต่เป็นครูวิชาสังคมที่ขึ้นว่า...บ้าชิบหาย เเต่ก็เป็นครูที่เรารักมากเช่นกัน สุดท้ายเพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้ไปเข้าค่ายเช่นกัน กลับบ้านไปตามระเบียบ ดีจัง วันเเรกก็มีคนโดนกลับบ้านเเล้วเเล้วเนตรนารีอีก12ชีวิต จะอยู่กันยังไงนะ...


เดินทางถึงจังหวัดสระบุรี : สิ่งที่เรารับรู้ถึงความเหนื่อยสุดๆของพวกเราคือ ตอนเดินทางอ้อมภูเขา2-3ลูกซึ่งเราไม่เเน่ใจจำนวนของภูเขา เเต่เหนื่อยค่ะ
พวกเราเดินกันประมาณ4กิโลเมตร ระหว่างทางเดินมีของขายเป็นระยะๆ เเต่เราไม่ซื้อนะ ด้วยความขี้เหนียวของตัวเองนี่เเหละ ยอมเหนื่อย ไปกินน้ำที่ค่ายเอา เเต่ก็นั่นเเหละ เหนื่อยมากถึงมากที่สุด ระหว่างทางเราได้นั่งพักกับเพื่อนอีกคนนึง พวกเราเลยเดินคู่กัน เราได้เดินตามพวกเกรียนๆ จึงทำให้พวกเราเดินตามทางลัด มันเสี่ยงมากๆที่จะหลง เเต่เราสองคนมารู้ทีหลังว่ามันมีทางลัดกับทางอ้อม คนส่วนใหญ่เดินทางอ้อม เเต่เราเดินทางลัด เพราะกระโปรงของเราของคนมันเเคบมากๆ จึงข้ามขอนไม้ไม่ได้ เเถมพวกเราตัวสูง เเถมเราตัวใหญ่ จึงข้ามไม่ผ่าน ลาก่อย 

พวกเราเริ่มทานข้าวเที่ยงกันเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง พวกเราเดินทางช้ากว่ากำหนดมามาก เพราะมีบ้างกองร้อยหลงทาง พวกเราเลยได้ทานข้าวพร้อมกัน ให้เวลาจัดของเอาของไปเก็บประมาณ50นาที ก็โอเคนะ...

ตัดภาพมาที่ตอนเย็นนน เฮ้ !!! ตอนเย็นนี่เเหละ อ่าห์ เริ่มเล่นฐานตั้งเเต่ 1 ทุ่ม - 5 ทุ่ม พวกเราเล่นฐานกันครบจนหมด ฐานที่สนุกที่สุดคือ เชือก2เส้น กับ ทาซาน นี่เเหละ เพราะสนิทกับครูที่คุมฐานที่สุด อ้อ ยังไม่ได้บอกว่าการไปเข้าค่ายของพวกเราใช้ครูที่สอนพวกเราที่โรงเรียนในระดับ ม.2 มาคุมเพราะเหตุผลที่ว่า ถ้าเกิดอะไรพลาดขึ้นมา พวกเราจะรับผิดชอบการกระทำที่ทำกันเอง พวกครูเค้าอยากให้เราเข้าค่ายด้วยความสบายใจที่สุด เค้าบอกพวกเราว่า "คุณชอบไหมละ ถ้าให้ใครก็ไม่รู้อยู่ดีๆมาด่าๆๆพวกคุณ" ซึงการเข้าค่ายของพวกเราเป็นการเข้าค่ายที่สบายมากกก ที่สุดเลยนะ เพราะครูก็ครูตัวเองที่มาเป็นผู้กำกับ ก็สบายใจครับ... ฐานเเรกของพวกเราคือ ฐานเอเลี่ยน มั้งคะ เราไม่เเน่ใจชื่อฐานมากๆ เเต่เอาเป็นว่า ประโยคที่เราจำได้ขึ้นใจเลยว่า ก่อนที่เราจะเล่นฐานนี้ เราถาม ผู้กำกับว่า......


เรา:"มาสเซ่อคะ ถ้าหุ่นเเบบหนูเล่นเชือกจะขาดไหมคะ"

ผู้กำกับ: อ้อออ ไม่ขาดหรอกครับ

เรา: อ้าวเเล้วมาสเซ่อเคยเล่นเเล้วหลอคะ

ผู้กำกับ: อ้อ ผมยังไม่เคยหรอกครับ...

ความมั่นใจของเพื่อนๆข้างหลัง เกิดความเงียบปกคุมไปทั่วฐานที่1 โอ้วววว ตายเเน่ๆๆ ฟึบบบบบบบบบบบบ!

อ้าว ชิบหายละ.... เราผ่านมาอย่างปลอดภัยค่ะ ฐานนี้คนเล่นน้อยเพราะกลัว...


โอเค ข้ามไปฐานเชือกสองเส้นเลยละกัน

ครูประจำฐาน: มิสกชกร. 
ฐานนี้เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ค่ะ เป็นครูที่เวลาสอนชอบเเซะเรามากๆ บอกให้ไปลดน้ำหนัก โอเค หนูจะพยายาม เเต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะตอนเราเดิน เจ๊เเกจี้เอวเรา เเต่เจ๊ไม่ได้เเอ่มหรอกค่ะ เอาเกร็งไว้เเล้ว บรัยยย 55555555
ความสตองมีได้ไม่สิ้นสุด ต้องสตองกันขนาดไหนนะ...

ส่วนฐานทาซาน
ครูประจำฐาน: มิสไฝกับมิสถั่ว
อันนี้เราไม่ได้เล่นเพราะน้ำหนักตัวเยอะบวกกับรู้ว่าถ้าเล่นเเล้วเละเเน่นอน เราเลยไม่เล่น
เพราะเสื้อผ้าน้อยมาก เเถมตอนนั้นเริ่มง่วงนิดๆเเล้ว เเต่สิ่งที่สนุกกว่านั้นคือเห็นมิสที่เรารักเเกมากๆเรียกพวกตัวเเสบออกไปเล่น ซึงถือว่าโอเคมากเลยนะ เเถมเรียกพริตตี้ๆ นั่นก็คือเรา เราวิ่งไปเเอบหลังต้นไม้เป็นเวลาเกือบ10นาที ซึ่งมดเยอะมากๆๆๆ เเต่ไม่กัดก็โอนะ… เราโอเค 5555555555

ตัดภาพกลับมาที่ ตอน 5 ทุ่ม พวกเราประชุมกันเรียบร้อย ผู้กำกับ หรือ ที่พวกเราเรียกกันอย่างสนุกปากว่า
“ท่านผู้นำคิม” เพราะหน้าของครูท่านนี้คือคล้ายกับท่านผู้นำมากค่ะ... อะๆๆ ต่อๆ เค้าให้เนตรนารีไปอาบน้ำก่อนลูกเสือค่ะ พอพวกเราอาบน้ำเสร็จก็ได้ทานบะหมี่กึงสำเร็จรูป... กินอิ่มหลับสบายจรุง พอทานเสร็จพวกเราก็ได้กลับเชลเตอร์ไปเอากระติกน้ำมาเติมน้ำ เพื่อดื่มกันก่อนนอนค่ะ คืนนี้เราต้องตื่นตี3 เเต่พวกเราไม่นอนนะ เพราะถ้านอนเดี๋ยวจะหลับยาว พวกเรานอนคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ เเต่พอพวกเรานอนมีเพื่อนคนนึงซึ่งไม่สบาย ไอตลอดคืน  คืนนั้นพวกเราจึงไม่ได้นอนกันอย่างสงบ พวกเราจึงตื่นมานั่งรอเวลา พวกเราตื่นกันตอน 02.20 เพราะนาฬิกาของท่านผู้นำเร็วไป10นาที พวกเราตื่นขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผมรอ ง่วงมากๆค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นคือ ยังคึกอยู่นะ เเต่เดี๋ยวรอก่อนความสนุกมันยังไม่เริ่มค่ะ....




SHARE
Written in this book
ความทรงจำระหว่างทาง.
เกี่ยวกับความทรงจำทุกวันของเรา จะมีทั้งเรื่อง ทุกข์เศร้าเเฮปปี้เฮฮามิตรภาพต่างๆเราอยากจะบันทึกความทรงจำนี้ไว้ให้นานๆโดยที่เราจะเริ่มบันทึกตั้งเเต่วันเเรกที่เราย้ายเข้ามาเรียนปรับ พื้นฐานมัธยมศึกษาปี1จนถึงปัจจุบันเราหวังว่าทุกคนคงจะได้รับทั้งความสุขเเละความเศร้ารับรู้อารมเเละความรู้สึกของเราไปพร้อมๆกัน...

Comments