Band of Brother และคนที่เคยรู้จักกัน
ผมเคยโดนเพื่อนบางคนขู่จากการตั้งใจทำเรื่องบางเรื่องเมื่อมันไปข้องเกี่ยวกับพวกเขา ซึ่งมันไม่ได้สร้างความอันตรายใด ๆ กับชีวิตพวกเขานัก แต่เขาก็ขู่ผมกลับมาคำหนึ่ง
ไม่กลัวเพื่อนเลิกคบเหรอ ทำอะไรแบบนี้
โอ้ น่าแปลกดีที่มันทำให้ผมสั่นใช้ได้เมื่อ 1-2 ปีก่อนหน้านี้ แต่ผมยก็ยังเดินหน้าทำต่อ พวกเขาเลิกคุยกับผมไปสักพัก และตอนนี้ก็กลับมาอยู่ในชีวิตของผมเหมือนเดิม พูดคุยราวกับเรื่องที่ผมทำมันไม่ได้เกิดขึ้น ประโยคนั้นราวกับไม่ได้กล่าว

แย่กว่านั้น คือดันทำเหมือนผมซะเองอีก... ตลกร้ายเป็นบ้า!

ผมหัวเราะให้กับเรื่องงี่เง่าที่เคยเกิดขึ้นจากพวกเขาในอดีต เพราะบางทีบางเรื่องพวกเขาพูดขึ้นมาเพราะอารมณ์ ไม่ใช่เพราะจากสิ่งที่ตระหนัก และสิ่งที่เกิดจากอารมณ์มันกลายเป็นหล่มฉุดขากันเสียอย่างนั้น

ตอนนี้ผมพักโครงการที่ว่าเอาไว้สักครู่ เตรียมความพร้อมอะไรบางอย่างก่อนกลับไปเริ่มต้นกับมันใหม่อีกครั้งหนึ่ง และได้เห็นเรื่องบางเรื่องหลังผ่านเวลาไปจนมันกลับมาตอบคำถามข้างต้นได้อย่างฉะฉานชัดเจน

ก่อนอื่นสิ่งที่ผมเห็นคือเรื่องของเพื่อนนั่นแหละครับ เราเดินทางผ่านเวลามามากพอควรจนบางทีเราก็ลืมไปแล้วว่าเราได้เพื่อนมามากกี่คน

เพื่อนสมัยอนุบาลที่ชื่อ "หนู" จำได้แต่ชื่อ ลืมหน้าตาอะไรไปหมดแล้ว เหลือแต่ร่องรอยในหยักสมอง

เพื่อนสมัย ป.1 ชื่อวีรวรรณ วาดการ์ตูนเก่งแต่เพี้ยนหนัก เคยแกล้งตอนผมนั่งตะแคงหยิบของใต้ตกแล้วมานั่งทับหัว อาจารย์ก็ไม่ช่วยอีก...

ไม่นานก็ย้ายโรงเรียนไป แล้วเราก็ลืมกันไป

ป.3 กับสาวดำตับเป็ดชื่อกนกวรรณ ยืมเงินไปซื้อยางลบ 4 บาท ผ่านมาสิบกว่าปีไม่คืน ก็ผ่านไปจนเหลือแต่ความจำเท่านั้น

ป.4-6 ที่ปวดหัวกับเบิร์ด นักเลงประจำห้องและชาวแก๊งค์ เพราะเพื่อนผู้หญิงไม่ยอมรับเราเป็นเพื่อน เลยต้องเป็นลูกไล่เขา โดนแกล้งตลอดจนมีภูมิต้านทาน

แปลกดี ถ้าผมไล่ความทรงจำทั้งหมดว่ามีความประทับใจอะไรบ้างคงต้องแบ่งเขียนเป็นช่วงไทม์ แมชชีนสัก 3 ตอน และสรุปความ 1 ตอน แต่ที่เขียนมาทั้งหมดเพื่อเป็นตัวอย่างคร่าว ๆ ของประเด็นที่ว่า
มาจนตอนนี้กลับไม่กลัวเพื่อนไม่คบแล้ว เราผ่านเพื่อนมามากจนเราลืมบางคนทิ้งไว้ในกาลเวลาและไม่กลับไปใส่ใจ และพอเดินหน้าไปก็ยังได้เพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ
เหมือนจะเคยผ่านตามาก่อนว่ามีบทความวารสารวิทยาศาสตร์พูดถึงว่าตลอดชีวิตของคนเราจะมีจำนวนเพื่อนที่รู้จักผ่าน ๆ อยู่ที่หลักร้อยถึงพันคน แต่เพื่อนรักที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตจะไม่เกินหลักสิบคน

ซึ่งนั่นผมว่าเขาก็พูดถูก เราทำความรู้จักกับคนมามากมายเพื่อหาคนที่จะอยู่เป็นเพื่อนเราหลักสิบคนเท่านั้นเอง บางทีการโดนพูดว่าไม่กลัวเพื่อนไม่คบคงจะใช้กับผมไม่ได้แล้วด้วย

เพราะเพื่อนรักผมดันครบและตัดกันไม่ขาดอีก อาจจะห่าง ๆ กันเพราะงานและหน้าที่ แต่ก็รวมกันได้บ่อย ๆ 
เพื่อนจะพูดจาสนุกสนานกับเรา แต่เพื่อนรักของเราจะพูดตรง ๆ ไม่ไว้หน้าเราเพื่อแสดงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และอาจตักเตือนเราตรง ๆ อย่างที่เพื่อนบางคนจะเม้มปากแน่น
ซึ่งคงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วกับเพื่อนที่เคมีเข้ากัน และยิ่งสนิทมากเท่าไหร่ ไอ้เพื่อนตัวแสบของเรายิ่งไม่ไว้หน้าเราเมื่อจะออกปากเตือนเราให้ระวังภัย

ผมเรียกเจ้านี่เป็นการส่วนตัวว่า Band of Brother เพราะตอนนั้นความเป็นเพื่อนมันข้ามขั้นมาเป็นครอบครัวไปแล้ว

แต่เสริมอย่างหนึ่งคือ มี่เขียนมาจนถึงตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่แคร์โลก ฉันจะทำบ้าอะไรก็ทำได้ ผมไม่ได้บอกว่าเป็นอภิสิทธิ์ชนจนลืมมารยาทสังคมและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในโลกทรงส้มแป้นสีฟ้านี่

เราเดินทางข้ามเวลามาเรื่อย ๆ ผูกมิตรมาเรื่อย แต่เมื่อคนบางพวกที่เป็นเพื่อนแล้วกลายเป็นคนรู้จักก็เยอะ พูดให้เราเสื่อมถอยกำลังใจก็แยะ
ผมแค่อยากให้ทุกคนให้คุณค่ากับคำว่าเพื่อน ก่อนจะพูดคำว่าเพื่อนออกมา ก็อยากให้มั่นใจว่าคนนี้สมกับมิตรภาพที่เราแบ่งปันให้หรือเปล่า
ยิ่งบางคนที่พูดว่าเดี๋ยวเพื่อนไม่คบ ผมยิ่งตัดทิ้งได้ง่ายและเร็วกว่าเกียร์ Dual Clutch ของ Nissan GT-R R35 เสียอีก เพราะถ้าเป็นเพื่อนรักกันจริงคงไม่พูดคำนี้แต่เปลี่ยนเป็นเสียดสีกันแทนให้เรื่องบางเรื่องเป็นมุขมากกว่า ยิ่งตอนนี้ยิ่งสบายใจกว่าเดิม
ผมเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่ง เวลาจะพัดคนที่ดีเข้ามาในชีวิตและพัดคนไม่ดีทิ้งไปจากชีวิตของเราเอง
และผลตอบแทนของความเชื่อนี้ คือ Band of Brother นั่นแหละครับ
SHARE
Written in this book
Just think
คิดอะไรได้ก็เขียน เท่านั้นเอง
Writer
PsychoPlay
psychopath
A psychopath who dress in a ordinary people skin.

Comments