7 พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่กําลังบอกว่า ‘คุณเริ่มแก่’
  1. คุณวางแผนมากขึ้น

ปุบปับทัวร์มันก็ดูน่าสนุกดีอ่ะนะตอนคุณหนุ่มๆ แค่มีเวลาคว้าเป้ ซื้อตั๋วเดินทางแล้วก็ improvise ช่างเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเสียเหลือเกิน แต่พออายุคุณย่างเข้าเลขสามกลางๆ ให้ตายเถอะไอ้การแบกเป้หนักๆ เดินหาที่พักนานๆแล้วมันไม่เห็นจะสนุกตรงไหน ปวดหลังปวดน่องเปล่าๆ แถมเสี่ยงได้ที่พักไม่ถูกใจอีก อย่ากระนั้นเลย จองให้มันเรียบร้อยเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งตั๋วและที่พัก รถทัวร์เหรอ ไม่ไหวมั้งแก เดี๋ยวนี้โลว์คอสเยอะแยะ ราคาไม่ค่อยต่างกัน ดูดีๆ มีโปรโมชั่น SQใช้ไมล์เลจอัพเกรดเป็น business class ก็ดีนะ flight ยาวจะได้นอนราบ ลุกมาฉี่ก็ง่าย กระเพาะปัสสาวะก็เริ่มเสื่อมละ อั้นฉี่นานไม่ไหว

2. คุณใช้กระเป๋าลากแทนการสะพายเป้

เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจคนที่ไปเที่ยวด้วยกระเป๋าลากเลยเหอะ แม่งจะขนตู้เสื้อผ้าไปรึไง เป้ใบเดียวก็พอแล้วมั้งแก เสื้อก็ใส่ซํ้ามั่งก็ได้ กางเกงตัวนึงก็ใส่ทั้งอาทิตย์ยังไหว สะพายเป้ดิคล่องตัว ขึ้นรถลงเรือสะดวก ถ้าพักโรงแรมก็หิ้วเอง ประหยัดออกไม่ต้องจ่ายค่าทิป ออกตัวด้วยประโยคเก๋ๆ ‘I’m not a tourist, I’m a traveller’ ชิคแสรดดดด แต่เดี๋ยวนี้เหรอ... กระเป๋าลากเลยค่ะมึง ของเขิงก็เอาไปเยอะขึ้น ครีมบํารุงหนังหน้ามาเต็ม และอย่างที่บอก อายุมากกูปวดหลังนะคะ ไอ้เรื่องคล่องตัว
เหรอไม่เป็นปัญหาค่ะ ออกจากแอร์พอร์ตก็มีคนมารับตลอดๆ ถึงโรงแรมก็ให้ทิปพนักงานสิคะ จะเท่าไหร่เชียว ถ้าเพิ่มตังค์แล้วได้วีลแชร์เจ๊ทําไปแล้ว

3. คุณเลิกกระเสือกกระสนที่จะไปเห็นทุกอย่างในเวลาอันน้อยนิด

เวลาเที่ยวตอนยังหนุ่ม ทุกอย่างก็ดูจะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่น่าค้นหาไปซะหมด ถึงเวลาน้อยแค่ไหนต้องไปให้ได้ไปให้ครบ จะได้เอาไปพูดให้เพื่อนฟังว่า ‘เคยไปมาแล้ว’ แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาคุณเดินทางมาเยอะแล้วคุณจะรู้ว่าไม่สามารถอภิเชษฐ์กับสิ่งต่างๆที่คุณเพียรเก็บแต้มได้เต็มที่ กลับเสียเวลาไปกับการเดินทางมากกว่า พอคุณแก่ตัวคุณก็เลือกจะไปเฉพาะที่ที่คุณอยากไปจริงๆ แล้วให้เวลากับมันให้นานมากขึ้นเสียมากกว่า ทั้งนี้อาจเพราะประสบการณ์หรือสังขารที่ไม่อํานวยก็แล้วแต่ ไอ้พวกชะโงกทัวร์ 8 วัน 5 ประเทศ นี่ไม่ต้องมาคุยกันเลย เจดีย์พันองค์ที่พุกามเหรอ 
‘เจ๊นั่งรถม้าก็เหน็บกินตั้งแต่องค์ที่สามแล้วค่ะมึง’

4. การแชร์ห้องนอนกับคนอื่นไม่ใช่เรื่องน่าสนุกอีกต่อไป
‘นอนโฮสเทลดิวะ ประหยัด ได้เพื่อน แถมอาจได้เจอเนื้อคู่เตียงข้างๆ ตาสีฟ้าฟรุ้งฟริ้งๆ ต้องห้องรวมนะแก ไม่เอา female dorm’ ตอนสาวๆ ใครๆก็มักคิดอย่างนี้ นี่เป็นผลิตผลจากอารยธรรมหนังดิสนี่ย์ยุคมิลเลนเนียม พลอตประมาณ ชะนีน้อยอเมริกัน ไปเที่ยวยุโรป สุดท้ายมักจะได้ผู้ชายหล่อและรวยกลับมา เราก็อินสิคะ แต่พอโตขึ้นก็มีวิจารณญาณในการใช้ชีวิตมากขึ้น เลิกหวังอะไรลมๆแล้งๆ ขอห้อง private เลยค่ะ เจ๊ไม่อยากฟังเสียงกุกกักๆ จากใคร วางของไว้ก็ไม่ต้องระวัง เมื่อก่อนนี่สองดาวก็ไหว สามดาวสบาย มีนํ้าอุ่นให้นี่ก็ฟินแล้ว เดี๋ยวนี้เหรอ หึ สี่ดาวเหรอ ห้าได้ป่ะแก ขอวิวดีๆด้วยนะ อุตส่าห์ถ่อสังขารไปตั้งไกล เข้าห้องปุ๊บมองหา luggage bench ก่อนเลย 
ดีนะใหญ่พอวางกระเป๋าลากเราได้ แต่อ้าว ระยําละ ตู้เซฟต้องก้ม สึส...กูปวดหลังนะคะ designer โรงแรมนี้แม่งห่วยจริงๆ

5. บทสนทนาของคนแปลกหน้าไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น

‘เฮ้ย แก ตะกี้คุยกะหนุ่มอิตาเลียนโต๊ะข้างๆ เค้าเป็นนักชีววิทยาทางทะเลที่บาฮามาสแล้วเดินทางมาเกาะเสม็ดด้วยบานาน่าโบ้ทหละ’ เวลาคุณเจอนักเดินทางจากทั่วโลก ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจที่เป็นจุดขายอยากจะเม้าท์อยากจะอวดด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่พอคุณเดินทางมามากๆ เข้า ก็จะจับทางได้ว่าไอ้บทสนทนากับคนแปลกหน้าแม่งก็เรื่องเดิมๆ ทั้งนั้น ชื่ออะไร มาจากไหน มากี่วัน จะไปไหนต่อ แล้วก็เริ่มเปรียบเรื่องราวว่าสมัยไปเที่ยวที่อื่นเป็นยังไง แก่แล้วก็เบื่อจะฟัง โถพ่อคุณ ลาออกจากงานมาเที่ยวรอบโลกด้วยการปั่นจักรยานเป็นเวลาสามปีเหรอ กูนี่ค่ะแกล้งป่วยหนีงานมาเที่ยวหัวหินสองวัน แล้วเพื่อนเสือกโพสต์เฟซบุ้ค กลับไปไม่รู้จะยังมีงานอยู่หรือป่าว น่าตื่นเต้นกว่ากันเย๊อะ

6. คุณเลือกที่จะนอนแต่หัวคํ่าเพื่อตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นแทนการปาร์ตี้ยันสว่าง

เฮ้! ยู มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องไปดูชีวิตคน localให้ถึงแก่นดิวะ จะมาอุดอู้นอนแต่หัวคํ่าทําไม’ พอค่ะพอ วัยเรามันไม่เหมาะไปเต้นเบียดในผับนะคะ สู้ชะนีสาวๆไม่ได้ ขออาบนํ้า ดื่มนม สวดมนต์ มาสก์หน้านอน แล้วตื่นตอนเช้าๆ ดีกว่าค่ะ จะได้กินบุฟเฟ่ท์อาหารเช้าก่อนใคร อิอิ

7. หนังสือดีๆ ซักเล่มเป็นสิ่งที่คุณขาดไม่ได้

‘หนังสือเก็บไว้อ่านที่บ้านก็ได้ป่ะ มาเที่ยวทั้งทีออกไปเก็บประสบการณ์ข้างนอก พบปะผู้คนให้เยอะที่สุดดีกว่า’ จริงๆ ความคิดนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่บางทีเมื่อคุณโตขึ้นและได้ตกตะกอนทางความคิดจาก การเดินทางมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านนํ้า เราก็จะพบว่าไม่มีที่ไหนจะน่าตื่นเต้นและน่าค้นหามากไปกว่าจิตวิญญาณของเราเองอีกแล้ว การได้อ่านหนังสือดีๆ ซักเล่มในบรรยากาศที่ต่างไปจากเดิมก็กลายเป็นความรื่นรมย์หนึ่งในชีวิต
‘อ้อ ก็เลยอยู่กับที่ชิลๆ แล้วอ่านหนังสือเพราะอยากค้นหาตัวเอง ว่างั้น?’

‘ป่าว... กูเหนื่อย!!!’

SHARE
Writer
Rinchen
story teller
I'm traveling obsessed and always inspired by nonsense...

Comments

nutbita
4 years ago
อ่านแล้วก็จึ้ก!ๆๆ หลายข้อเลยครับ 555
Reply
Nock
4 years ago
อ้าว ผมเที่ยวแบบนี้มาตั้งแต่ยังไม่30เหรอเนี่ย > < แก่เร็วไปหน่อย
Reply
Piari
4 years ago
โดนเป็นส่วนใหญ่
แต่บางทีผมก็อยากชะโงกนะ
เพราะบางทีเราไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อไรสำหรับบางที่
Reply
MichaelLeahai
4 years ago
ผมเลิกท่องเที่ยวไปนานแล้วครับ (แก่กว่า)
Reply
bobooboo
4 years ago
รู้สึก relate สุดๆไปเลยข่ะ
Reply